การลงทุนต่างชาติในจีนพุ่งสูงขึ้น


วอลสตรีทเจอนัลด์ รายงานว่า กระทรวงพาณิชย์จีนกล่าวว่า จีนดึงดูดการลงทุนโดยตรงจากต่างประเทศ 13,920 ล้านดอลลาร์ในเดือนมกราคม เพิ่มขึ้น 29.4% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน และเหนือกว่าตัวเลขในเดือนธันวาคมที่ 13,320 ล้านดอลลาร์ รัฐบาลจีนกล่าวว่า Service หรือภาคบริการ คิดเป็น 2 ใน 3 ของการลงทุนต่างชาติในเดือนมกราคม ขณะที่การผลิตไฮเอนด์ (high-end manufacturing) คิดเป็นเกือบทั้งหมดของที่เหลือของการลงทุน

กระทรวงพาณิชย์จีนกล่าวในแถลงการณ์ว่า จีนได้แสดงให้เห็นถึงโมเมมตัมที่ดีในการดึงดูดการลงทุนจากต่างชาติในเดือนมกราคม ทั้งนี้เศรษฐกิจจีนขยายตัว 7.4% ในปีที่แล้ว ซึ่งเป็นตัวเลขที่แซงหน้าเศรษฐกิจขนาดใหญ่อื่นๆ แต่เป็นการเติบโตต่ำสุดในรอบ 24 ปีของจีน โดยหลายฝ่ายคาดว่าจีนจะลดเป้าหมายการเติบโตในปีนี้สู่ประมาณ 7% ท่ามกลางความต้องการในประเทศที่อ่อนตัวและเศรษฐกิจโลกที่กำลังฟื้นตัว

การลงทุนโดยตรงจากต่างประเทศในจีนได้ชะลดตัวลง เนื่องจากภาคการผลิตแบบเดิมของจีนได้สูญเสียความสามารถเชิงแข่งขันจากค่าแรงที่สูงขึ้นและต้นทุนอื่นๆที่เพิ่มขึ้น แต่ภาคบริการ ซึ่งปัจจุบันเป็นภาคที่มีการจ้างงานมาก ได้เข้ามาชดเชยในสิ่งที่หายไป ทั้งนี้การลงทุนโดยตรงจากต่างประเทศในจีนสูงขึ้นแค่ 1.7% สู่ 119,600 ล้านดอลลาร์ หลังจากการเติบโต 5.3% ในปี 2556

แม้ว่าการลงทุนโดยตรงจากต่างประเทศจะยังคงไหลเข้าสู่ประเทศจีน แต่เงินทุนในรูปแบบอื่นๆก็ได้เคลื่อนออกจากจีน โดยจีนขาดดุลสุทธิขั้นต้นจำนวน 91,200 ล้านดอลลาร์ในดุลบัญชีเงินทุนในไตรมาส 4 ของปีที่แล้ว เพิ่มจากการขาดดุล 9 พันล้านดอลลาร์ในไตรมาส 3 

ทั้งนี้การลงทุนในต่างประเทศของบริษัทจีนแตะระดับ 10,170 ล้านดอลลาร์ในช่วงเดือนแรกของปีนี้ เพิ่มสูงขึ้น 40.6% จากปีก่อน โดยปักกิ่งได้สนับสนุนให้บริษัทท้องถิ่นลงทุนในต่างประเทศเพื่อเพิ่มโปรไฟล์ของพวกเขาในตลาดโลก โดยจีนได้ลงทุน 3.17 พันล้านดอลลาร์ในสหภาพยุโรปในเดือนมกราคม เพิ่มสูงขึ้นอย่างมากจาก 170 ล้านดอลลาร์ในช่วงเดียวกันของปีที่แล้ว ขณะที่การลงทุนของของบริษัทจีนในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้เพิ่มขึ้น 65.6% และการลงทุนในฮ่องกงสูงขึ้น 11.5%, การลงทุนในรัสเซียเป็นไปอย่างสม่ำเสมอ แต่ความสนใจลงทุนในออสเตรเลียและญี่ปุ่นลดลงอย่างมาก

เครดิตภาพจาก Bloomberg