บริษัทสิงคโปร์เพิ่มลงทุนในฟิลิปปินส์


การค้าและการลงทุนระหว่างสิงคโปร์และฟิลิปปินส์กำลังเติบโตอย่างแข็งแกร่ง ซึ่งถูกสนับสนุนโดยดีมานด์ของผู้บริโภคและการขยายตัวทางเศรษฐกิจที่แข็งแรง

เดอะ สเตรทส์ ไทม์ส รายงานว่า ในแง่ของตลาดภูมิภาค บางครั้งบริษัทสิงคโปร์ก็มองข้ามฟิลิปปินส์ และให้ความสนใจกับมาเลเซียและอินโดนีเซียที่มีพื้นที่ใกล้กับสิงค์โปร์ ในขณะที่จีนและอินเดียก็ครอบงำอยู่ทั้งภูมิภาค แต่ขณะนี้การค้าและการลงทุนระหว่างสิงคโปร์และฟิลิปปินส์กำลังเคลื่อนไปข้างหน้าอย่างเข้มแข็ง โดยบริษัทท้องถิ่นของสิงคโปร์ ตั้งแต่คอนซูเมอร์ แบรนด์, อาหารและเครื่องดื่ม จนถึงบริษัทพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน ได้เข้าไปลงทุนในฟิลิปปินส์ ซึ่งเป็นประเทศที่มีประชากรมากที่สุดอันดับสองในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ โดยฟิลิปปินส์มีประชากร 107 ล้านคนซึ่งเป็นที่สองรองจากอินโดนีเซีย

ทั้งนี้ฟิลิปปินส์มีอัตราการเติบโตทางเศรษฐกิจเฉลี่ย 6.69% ทุกไตรมาสนับตั้งแต่ปี 2555 โดยบริษัทสิงคโปร์ล่าสุดที่เข้าไปลงทุนในฟิลิปปินส์ คือ ทีอีอี อินเตอร์เนชั่นแนล (TEE International) ซึ่งในเดือนนี้ บริษัททีอีอี ได้ประกาศการลงทุนครั้งแรกในฟิลิปปินส์เพื่อร่วมสร้างโรงงานไฟฟ้าขนาด 25 เมกะวัตต์ เงินลงทุน 15 ล้านดอลลาร์ในเมืองอิลิแกน ทางตอนเหนือของมินดาเนา 

ทั้งนี้โครงสร้างประชากรของฟิลิปปินส์จัดเป็นหนึ่งเหตุผลว่าทำไมบริษัททีอีอี จึงตัดสินใจลงทุน โดยนายเอ็ดวิน นีโอ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารของบริษัททีอีอี กล่าวว่า การเติบโตทางเศรษฐกิจของฟิลิปปินส์นับว่าแข็งแกร่งที่สุดประเทศหนึ่งในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ในช่วง 3 ปีที่ผ่านมา และ 31% ของจำนวนประชากรฟิลิปปินส์มีอายุระหว่าง 15-24 ปี พวกเขาจะเข้าสู่ตลาดแรงงานในอนาคต ซึ่งนั่นหมายถึงการมุ่งสู่ความเป็นเมือง (Urbanization) และความต้องการที่เพิ่มขึ้นสำหรับพลังงาน

กองทุนการเงินระหว่างประเทศ หรือไอเอ็มเอฟ ได้กล่าวในรายงานในเดือนสิงหาคมปีที่แล้วว่า ประชากรวัยทำงานของฟิลิปปินส์คาดว่าจะเพิ่มขึ้นจาก 60 ล้านคนในปัจจุบันสู่ 70 ล้านคนในปี 2563 ซึ่งทำให้ฟิลิปปินส์มีความได้เปรียบประเทศอื่นในภูมิภาค นอกจากนั้น อัตราการเติบโตทางเศรษฐกิจในฟิลิปปินส์ก็อยู่ในเกณฑ์สูง โดยไตรมาส 4 ปีที่แล้ว เศรษฐกิจฟิลิปปินส์ขยายตัว 6.9% และทำให้ทั้งปีฟิลิปปินส์เติบโต 6.1% เป็นรองแค่เพียงประเทศจีนเท่านั้นในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิค

เครดิตภาพจาก www.aljazeera.com