ดร.อัทธ์ พิศาลวานิช ผู้อำนวยการศูนย์ศึกษาการค้าระหว่างประเทศ. มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย
ผมและทีมงานวิจัยของศูนย์ศึกษาการค้าระหว่างประเทศ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย ได้ไปนั่งคุยกับเจ้าหน้าที่ของคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (BKPM) ของอินโดนีเซีย ที่ประกอบด้วย คุณ Aloysia Endang Wahyuningsih ผู้อำนวยการฝ่ายส่งเสริมภูมิภาค คุณ Pipit Aviati รองผู้อำนวยการฯ หัวข้อการสนทนาเป็นเรื่องเกี่ยวกับการส่งเสริมการลงทุน และสิทธิพิเศษต่างๆ ที่อินโดนีเซียจะให้กับนักลงทุนไทยและนักลงทุนต่างชาติ ดูเหมือนว่าทั้งสองท่านสาธยายและเน้นอยู่สองเรื่องคือ กฎหมายการลงทุน No.25 ปี 2007 และกฎระเบียบของประธานาธิบดี No.36 ของปี 2010 ซึ่งทั้งสองส่วนผมได้เคยเขียนไว้ในบทความก่อนหน้านี้แล้ว
ผมจึงนำท่านทั้งสองของ BKPM ไปคุยกับเรื่องสิทธิพิเศษด้านภาษีและสิทธิอื่นๆ ที่นอกเหนือจากกฎหมายทั้งสองฉบับข้างต้น เหตุผลก็เพื่อต้องการทราบว่ามีอะไรที่จะเป็นประโยชน์กับ “SMEs เพื่อนผมบ้าง” เช่น กฎระเบียบของกระทรวงการคลัง No.130/PMK 011/2011 หรือที่เรียกว่า “Tax Holiday Regulation” ที่ออกมาบังคับเมื่อวันที่ 15 สิงหาคม 2554 ที่พูดถึงการยกเว้นภาษีนิติบุคคล 5-10 ปี หลังจากนั้นสามารถลดภาษีลงได้อีก 50 เปอร์เซ็นต์ในอีก 2 ปี แต่กฎระเบียบฉบับนี้อาจจะไม่ได้ช่วยนักธุรกิจไทยเท่าไร
เนื่องจาก ประการแรก ไม่ได้บอกว่าจะช่วยนักลงทุนต่างชาติ และสอง เพื่อต้องการให้อุตสาหกรรมของอินโดนีเซียสามารถแข่งขันได้ สาม มีการกำหนดอุตสาหกรรมเป้าหมายที่จะได้รับสิทธิประโยชน์คือ อุตสาหกรรมเหล็ก อุตสาหกรรมน้ำมัน อุตสาหกรรมเครื่องจักร อุตสาหกรรมพลังงาน และอุตสาหกรรมโทรคมนาคม สี่ ต้องมีเงินลงทุนอย่างน้อย 1 ล้านล้านรูเปีย (3 พันล้านบาท) ซึ่งถือว่ามากกมายเหลือเกินสำหรับ SMEs ไทย
สรุปว่า กฎระเบียบฉบับนี้ “ไม่ได้ช่วยเพื่อนผมที่เป็น SMEs เลย” ผมคุยกับ BKPM ว่า มีอะไรจะช่วย SMEs ไทยบ้างหรือไม่ เค้าตอบว่า “เค้าก็ต้องช่วย SMEs บ้านเค้าเหมือนกัน” ผมจึงได้ขอสรุปว่า สิทธิต่างๆ ของ BKPM บริษัทต่างชาติใหญ่ๆ น่าจะได้ประโยชน์มากกว่าบริษัทรายเล็กๆ ผมเลยต้องข้ามไปคุยกันในประเด็นเรื่องสิทธิประโยชน์ในเขตอุตสาหกรรมของอุตสาหกรรม แต่คุยไปคุยมา พบว่าเค้าไม่ได้ตอบอะไรมาก ผมเลยต้องกลับไปค้นหาข้อมูลด้วยตนเอง ซึ่งพอจะสรุปดังนี้
การลงทุนในเขตเศรษฐกิจพิเศษของอินโดนีเซียมีการลงทุนในเขต Bonded Zone ซึ่งเป็นเขตอุตสาหกรรมเฉพาะที่ทางอินโดนีเซียกำหนดขึ้นเพื่อการส่งออก ในเขตนี้มีนักธุรกิจไทยที่ผมพอทราบคือ กลุ่ม Winner Group ที่ผลิตชุดชั้นในสุภาพสตรี โดยเขต Bonded Zone ตั้งอยู่ในหลายพื้นที่ ได้แก่ Jakarta, Bogor, Purwakarta, Karawang, Semarang, Pasuruan, Medan, Mojokerto, Bintan Island, Aceh, และ Batam Island สิทธิประโยชน์ในเขตนี้ คือ การยกเว้นภาษีมูลค่าเพิ่มและภาษีการค้าสำหรับสินค้าฟุ่มเฟือยในการส่งสินค้าไปยังผู้รับเหมาช่วงของบริษัทนอก Bonded Zone นอกจากนี้ยังได้รับการยกเว้นอากรขาเข้า ภาษีสรรพสามิต ภาษีเงินได้ และภาษีมูลค่าเพิ่ม
สำหรับสินค้าฟุ่มเฟือยในการนำเข้าสินค้าทุนและเครื่องมือต่าง ๆ รวมถึงวัตถุดิบที่ใช้ในกระบวนการผลิตสินค้า รวมถึงการได้รับอนุญาตให้จำหน่ายสินค้าในประเทศได้ (โดยผ่านกระบวนการนำเข้าตามปกติ) ถึงร้อยละ 50 ของมูลค่าส่งออกสินค้าสำเร็จรูป หรือร้อยละ 100 ของการส่งออกสินค้าอื่นที่ไม่ใช่สินค้าสำเร็จรูป นอกจากนี้ยังสามารถนำเครื่องมือเครื่องจักรของบริษัทไปให้ผู้รับเหมาช่วง (Subcontractors) ยืมไปใช้นอก Bonded Zone ได้ภายในเวลาไม่เกิน 2 ปี ส่วนเขตการลงทุนที่น่าสนใจอีกเขตก็คือการลงทุนใน “เขตการพัฒนาเศรษฐกิจเชิงบูรณาการ (Integrated Economic Development Zones)” หรือที่เรียกว่า “KAPETS” ได้ถูกจัดตั้งขึ้นเพื่อลดความเหลื่อมล้ำทางเศรษฐกิจแก่ภาคตะวันออกและพื้นที่ห่างไกล จำนวน 13 เขต มีสิทธิประโยชน์ด้านภาษี ตามบทบัญญัติในกฎหมาย ฉบับที่ 147/2000 และ 148/2000 ได้แก่ ได้รับการยกเว้นการเก็บภาษีมูลค่าเพิ่มในสินค้าบางชนิด การได้รับการยกเว้นอากรสินค้าขาเข้าเป็นเวลา 4 ปี
สำหรับเครื่องจักรและส่วนประกอบ การได้รับการยกเว้นการเก็บภาษีเงินได้ล่วงหน้า (Prepaid Income Tax) จากการนำเข้าสินค้าทุนและวัสดุอุปกรณ์อื่นๆ ที่เกี่ยวข้องกับการผลิตโดยตรง การได้รับการลดหย่อนภาษีหัก ณ ที่จ่าย (Withholding Tax) ที่คิดกับเงินปันผลแก่ผู้ที่ไม่มีถิ่นฐานในอินโดนีเซีย ได้ถึงร้อยละ 10 การขยายระยะเวลาการเรียกอากรสินค้าขาเข้าสำหรับสินค้าทุน สินค้าและวัสดุที่นำมาใช้ในการผลิต และขยายระยะเวลาสำหรับ Tax Loss Carry-Forward เป็นมากที่สุด 10 ปี ต่อไปก็คือ เขตการค้าเสรี หรือ Batam free port หรืออจจะเรียกว่าเขต Free Trade Zone (FTZ) เป็นโครงการนำร่องในเพื่อการจัดตั้งเขต Special Economic Zone หรือเขตเศรษฐกิจพิเศษในเกาะที่สำคัญของอินโดนีเซีย ตามประกาศประธานาธิบดี ฉบับที่ 46/2007 ได้กำหนดให้ Batam ให้เป็นพื้นที่ Free Port และ Free Trade Zone หรือเขตการค้าเสรี เป็นระยะเวลา 70 ปี
ทั้งนี้เขตการค้าเสรีได้ครอบคลุมเกาะต่างๆ ดังนี้ เกาะ Batam, เกาะ Tonton เกาะ Setokok เกาะ Nipah เกาะ Rempang เกาะ Galangand และ เกาะ Galang Baru แต่เขตนี้สิทธิประโยชน์รัฐบาลอินโดนีเซียไม่ได้พูดอะไรที่ชัดเจนมากนัก
แม้ว่าการลงทุนในเขตอุตสาหกรรมต่างๆ จะมีสิทธิประโยชน์ก็ตาม แต่สิ่งที่ SMEs ไทยต้องคิดและต้องระวังมากก็คือ การหาผู้ร่วมทุนในพื้นที่ดี และพันธมิตรทางธุรกิจที่ไปด้วยกันได้ รวมถึงการไม่หยุดที่จะพัฒนาพัฒนาสินค้าอย่างต่อเนื่อง ไม่อย่างนั้นแล้ว สินค้าหรือกิจการของเรามีโอกาสโดนกลุ่มทุนในพื้นที่จัดการแน่นอน หากเค้าเห็นว่าสินค้ารวมกำลังทำกำไรในตลาดบ้านเค้า