ก.ล.ต. เตรียมอนุญาตขายหลักทรัพย์ข้ามพรมแดน


ดร.ศุภกร สุนทรกิจ กรรมการบริหาร สายงานเวลท์ แมเนจเมนท์ บล.เอเชีย เวลท์ เผยว่า การที่ ก.ล.ต. เตรียมอนุญาตขายหลักทรัพย์ข้ามพรมแดน เป็นเรื่องที่ดีมาก จริงๆที่ผ่านมา ก.ล.ต. หรือแบงค์ชาติก็พยายามที่จะสนับสนุนอยู่แล้ว สมัยก่อนแบงก์ชาติก็พยายามทำให้เงินไหลออก เพื่อให้เงินบาทนั้นอ่อนค่าลง  เป็นจังหวะเดียวกับช่วงนี้ ค่าเงินบาทก่อนหน้านี้บาทอ่อนตัวค่อนข้างมาก  จนสัปดาห์ที่ผ่านมามี Fund Flow ไหลเข้ามาในไทยค่อนข้างมาก  กดดันทำให้ค่าเงินบาทแข็งค่าขึ้นมา 

อย่างไรก็ตาม เรื่องของแรงกดดันเรื่องค่าเงินบาทอาจจะไม่ใช่เหตุผลหลัก  แต่เหตุผลหลักน่าจะเป็นในเรื่องของการกระจายนักลงทุนไปลงทุนในต่างประเทศเพิ่มมากขึ้น  เพื่อกระจายพอร์ตความเสี่ยงกับการลงทุน  ประกอบกับความชัดเจนของตลาดหุ้นอเมริกาช่วง 1 ปีที่ผ่านมาจนถึงปัจจุบัน  มีแนวโน้มที่ดีค่อนข้างมาก ตลาดญี่ปุ่นเองก็เป็นที่จับตามองของนักลงทุน เพราะผลตอบแทนที่ดี ที่ยังดูกันอยู่ในแนวโน้มถัดไปก็คือตลาดหุ้นยุโรป ที่มีมาตรการ QE ออกมา มีข่าวออกมาว่าเดือนมีนาคมเม็ดเงินจะออกมาดี  ทำให้การลงทุนในต่างประเทศ ทั้งในรูปของกองทุน ได้รับความนิยมมากขึ้น  ทั้งนี้การเพิ่มเติมของก.ล.ต. น่าจะมีส่วนช่วยนักลงทุนสามารถลงทุนตรงในหุ้นต่างประเทศ  และบางส่วนก็ลงทุนผ่านกองทุนรวม ซึ่งโควตาเดิมที่ทาง ก.ล.ต. ขอทางแบงก์ชาติใกล้เต็มแล้ว จึงมีการขยายให้นักลงทุนไทยไปลงทุนต่างประเทศเพิ่มมากขึ้น

“การที่นักลงไทยมีโอกาสที่จะไปลงทุนในต่างประเทศได้ถือเป็นโอกาสที่ดี  ก.ล.ต.และแบงก์ชาติเองได้เปิดสิทธ์ให้กับนักลงทุนไทยแล้ว ถ้าไม่รีบขอตอนนี้วงเงินอาจจะเต็ม จะส่งผลให้คนที่มีเม็ดเงินเพิ่มขึ้นก็ไม่สามารถเอาไปลงทุนเพิ่มเติมได้  การที่ก.ล.ต.ขอขยายวงเงินในครั้งนี้ถือว่าเป็นการเปิดโอกาสให้นักลงทุนมากขึ้น  ส่วนการที่นักลงทุนจะแบ่งเงินกี่เปอร์เซ็นต์ไปลงทุนในต่างประเทศขึ้นอยู่กับความพร้อมของนักลงทุนแต่ละคนและความรู้ความเข้าใจในตลาดต่างประเทศรวมถึงโอกาสตลาดต่างประเทศจะให้ผลตอบแทนมากน้อยแค่ไหน นี่คือ 2 ปัจจัยที่ต้องมาพิจารณาประกอบกัน“ ดร.ศุภกร  กล่าว

สิ่งที่นักลงทุนต้องระมัดระวัง เรื่องแรกคือข้อมูลข่าวสาร เราอาจจะมองว่าช่วงแรกๆโดยรวมตลาดหุ้นของสหรัฐและญี่ปุ่นดี  แต่การที่จะเลือกลงทุนก็เหมือนกับเมืองไทย จะเห็นได้ว่าในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมาปรับตัวลดลงแต่ก็มีหุ้นบางกลุ่มที่ดี มีหุ้นบางกลุ่มที่แย่ ตลาดหุ้นอเมริกาก็เช่นกัน  ถ้าดูกันจริงๆตัวอย่างเช่น ในช่วง 1 สัปดาห์ที่ผ่านมา ตลาดหุ้น S&P ติดลบ ในขณะที่ตลาดหุ้น Nasdaq ยังบวกอยู่ เพราะฉะนั้นประการแรก นักลงทุนต้องทำความเข้าใจว่าหุ้นที่เราไปลงทุนรายตัวพื้นฐานดีมากน้อยแค่ไหน ราคาปรับตัวขึ้นลงอย่างไร

ประการที่สอง ดูอัตราแลกเปลี่ยนสำหรับการลงทุนในต่างประเทศ จะเห็นว่าตอนนี้ดอลลาร์มีแนวโน้มแข็งค่า เพราะฉะนั้นการลงอาจจะไม่ต้องคำนึงถึงอัตราแลกเปลี่ยนมากนัก แต่สิ่งที่จำเป็นคือตลาดหุ้นยุโรป ตลาดหุ้นญี่ปุ่นซึ่งแนวโน้มค่าเงินอาจอ่อนค่าลง  เพราะฉะนั้นเราอาจได้กำไรจากการลงทุนในหุ้นหรือในตราสารที่ไปลงทุน ทั้งนี้อาจจะมีการขาดทุนในอัตราแลกเปลี่ยนได้ เพราะฉะนั้นถ้าจะลงทุนตรงก็ต้องคำนึงถึง 2 เรื่องนี้  แต่เบื้องต้นอาจจะพิจารณาลงทุนทางอ้อมผ่านทางกองทุนก่อน  แล้วเลือกกองทุนที่มีนโยบายป้องกันความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยน

ทั้งนี้ ดร.ศุภกร  กล่าวเพิ่มเติมสำหรับผู้ที่สนใจลงทุนในหลักทรัพย์ข้ามพรมแดน อยากให้นักลงทุนดูหรือสอบถามเจ้าหน้าที่การตลาดที่ดูแลตลาดต่างประเทศว่าตลาดหุ้นใดมีความน่าสนใจ และมาพิจารณาว่าจะแบ่งเงินท่าไหร่ ช่วงแรกๆอาจจะยังไม่จำเป็นต้องแบ่งเยอะ  ลองดูว่าเรามีความรู้ความเข้าใจขนาดไหน แล้วเลือกดูช่องทางการลงทุนให้เหมาะสมกับเรานำมาเปรียบเทียบกับการลงทุนในตลาดหุ้นไทยว่าอันไหนมีความน่าสนใจมากกว่ากัน เน้นย้ำในเรื่องที่นักลงทุนต้องทำความเข้าใจคือการหาข้อมูลข่าวสาร ผลตอบแทน และ ราคาความถูกแพงของหุ้นแต่ละประเภท  รวมถึงเครื่องมือในการลงทุนว่าจะลงทุนตรงในหุ้นแต่ละประเทศ มีข้อได้เปรียบเสียเปรียบ ภาษีที่ต้องจ่ายอย่างไรบ้าง