สิงคโปร์ได้รับความน่าเชื่อถือทางด้านฮาลาล


จากการสำรวจของโกลบอล มุสลิม ทราเวล อินเด็กซ์ พบว่า สิงคโปร์ติดอันดับหนึ่งแหล่งท่องเที่ยวที่ไม่ใช่อิสลามสำหรับนักท่องเที่ยวชาวมุสลิม

สำนักข่าวรอยเตอร์ รายงานว่า สิงคโปร์เอาชนะประเทศไทย, ฮ่องกง, ไต้หวัน และแหล่งท่องเที่ยวยอดนิยม อย่างฝรั่งเศส, สหรัฐ และอังกฤษ ในการเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่ไม่ใช่อิสลามที่เป็นมิตรมากที่สุดสำหรับนักท่องเที่ยวชาวมุสลิม จากการสำรวจของโกลบอล มุสลิม ทราเวล อินเด็กซ์ (Global Muslim Travel Index-GMTI) หรือจีเอ็มทีไอ ซึ่งทำการรวบรวมข้อมูลโดยบริษัทท่องเที่ยว เครสเซนเทรติง (CrescentRating) และมาสเตอร์การ์ด 

จากข้อมูลของจีเอ็มทีไอ สิงคโปร์ยังเอาชนะประเทศมุสลิมบางประเทศ เช่น มัลดีฟและอียิปต์ หลังจากทำแต้มได้มากกว่าในผลสำรวจเรื่องความเป็นมิตรต่อครอบครัว, ความปลอดภัย และการบริการ โดยนักท่องเที่ยวจาก 100 ประเทศเข้าร่วมเป็นส่วนหนึ่งของการสำรวจนี้  

ทั้งนี้นักท่องเที่ยวชาวมุสลิมนับเป็นหนึ่งในกลุ่มท่องเที่ยวที่เติบโตเร็วที่สุดกลุ่มหนึ่ง การดึงดูดนักท่องเที่ยวมุสลิมมีความสำคัญมาก เพราะในขณะนี้เศรษฐกิจในยุโรปและจีนได้ชะลอตัว ซึ่งทั้งยุโรปและจีนเป็นแหล่งของนักท่องเที่ยวระดับโลกจำนวนมาก โดยนักท่องเที่ยวชาวมุสลิมมองหาร้านอาหารที่เสิร์ฟอาหารฮาลาล หรือได้รับการอนุญาตจากกฏหมายอิสลาม รวมถึงมัสยิดที่พร้อมและเข้าถึงได้หรือห้องละหมาด 

นักท่องเที่ยวมุสลิมยังกังวลเรื่องความปลอดภัย โดยกระแสต่อต้านชาวมุสลิมที่ขยายตัวขึ้นในประเทศตะวันตกบางประเทศ เป็นสิ่งที่ทำให้ชาวมุสลิมเป็นกังวล และช่วยทำให้เอเชียได้คะแนนสูงในการสำรวจของโกลบอล มุสลิม ทราเวล อินเด็กซ์, ผลสำรวจยังพบว่าในปีที่แล้ว นักท่องเที่ยวชาวมุสลิมจำนวน 108 ล้านคนใช้จ่ายเงิน 145,000 ล้านดอลลาร์ ซึ่งเทียบเท่ากับ 10% ของการใช้จ่ายเงินท่องเที่ยวทั่วโลก, ในปี 2563 ยอดใช้จ่ายเงินของนักท่องเที่ยวมุสลิมคาดว่าจะเพิ่มสูงขึ้นเป็น 2 แสนล้านดอลลาร์

นายฟาซาล บาฮาดีน (fazal bahardeen) ประธานเจ้าหน้าที่บริหารของเครสเซนเทรติง กล่าวว่า วิถีชีวิตแบบฮาลาลนับเป็นองค์ประกอบสำคัญของอุตสาหกรรมท่องเที่ยวโลก เนื่องจากแหล่งท่องเที่ยวหลายแห่งกำลังพยายามอย่างหนักในการกระจายกลุ่มนักท่องเที่ยวให้หลากหลาย

เครดิตภาพจาก beautycribtv.com