ชาติศิริ แนะธุรกิจปรับองค์กรรับ AEC


ธนาคารกรุงเทพ ชี้โอกาสในเออีซีมีสูง ผู้ประกอบการไทยสนใจลงทุนในอาเซียนเพิ่มมากขึ้น แนะให้เข้าใจตลาดแต่ละประเทศ และปัจจัยความสำเร็จ

คุณชาติศิริ โสภณพนิช กรรมการผู้จัดการใหญ่ ธนาคารกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า เออีซีได้มีการเปิดเป็นขั้นๆตามลำดับ แม้ว่าสิ้นปี 2558 จะเป็นจุดหมายที่สำคัญ แต่ในช่วง 3-4 ปีที่ผ่านมาได้มีการผ่อนคลายจุดต่างๆเป็นระยะ จึงคิดว่ามีการเตรียมตัวแล้วในระดับหนึ่ง แต่สิ่งที่สำคัญคือ ในช่วง 3-5 ปีข้างหน้า เมื่อเศรษฐกิจในอาเซียนหลอมรวมเป็นหนึ่งเดียวกันมากขึ้น ผู้ประกอบการไทยควรทำธุรกิจทั้งในประเทศและในแถบอาเซียนให้เกิดประโยชน์อย่างเต็มที่ โดยปรับองค์กรให้มีประสิทธิภาพและแข็งแรงมากขึ้น

สำหรับความตื่นตัวของผู้ประกอบการไทยกับการเปิดเออีซี คุณชาติศิริ กล่าวว่า ในช่วง 3 ปีที่ผ่านมา ทั้งรัฐบาลและสื่อมวลชน มีการให้ข้อมูลข่าวสารรทางด้านธุรกิจเศรษฐกิจ รวมถึงวัฒนธรรมและประวัติศาสตร์ในอาเซียน ซึ่งเป็นพื้นฐานสำคัญ ผู้ประกอบการจึงมีความตื่นตัวอยู่ในระดับสูง อีกทั้งการค้าขายระหว่างไทยกับประเทศเพื่อนบ้านก็เพิ่มมากขึ้นเป็นลำดับ และผู้ประกอบการไทยมีความสนใจไปลงทุนในอาเซียนมากขึ้น

ในภาพรวมเศรษฐกิจอาเซียนที่กำลังเติบโต มีหลายเซ็คเตอร์ที่โตคู่ขนาดกันไปได้ ธนาคารกรุงเทพจึงเห็นว่า มีโอกาสเติบโตสูงในเออีซี แต่ผู้ประกอบการไทยต้องเข้าใจพื้นที่ในแต่ละประเทศให้ดี และต้องเข้าใจปัจจัยความสำเร็จ สำหรับในเมียนมาร์ ธนาคารกรุงเทพจะเปิดสาขาของธนาคารในเดือนมิถุนายนนี้ หลังจากมีสำนักงานตัวแทนที่เมียนมาร์มาเกือบ 20 ปี คุณชาติศิริ กล่าวว่า เมียนมาร์เป็นพื้นฐานที่สำคัญของผู้ประกอบการไทย ทั้งในแง่ตลาดใหม่และเป็นฐานการผลิตที่สำคัญ เนื่องจากเมียนมาร์มีแรงงานและวัตถุดิบ จึงเหมาะสมแก่นักธุรกิจในระดับต่างๆที่จะไปทำธุรกิจในเมียนมาร์

ทั้งนี้ธนาคารกรุงเทพได้ใช้เครือข่ายของธนาคารในอาเซียนให้เกิดประโยชน์ในการให้ข้อมูลข่าวสาร แนะนำคู่ค้าที่เกี่ยวข้อง และให้ผู้ประกอบการรายเล็กมีเครือข่ายของตัวเอง จะได้สนับสนุนซึ่งกันและกันได้ และแบงก์ก็พาลูกค้า SME ออกไปประเทศเพื่อนบ้านในช่วงหลายปีที่ผ่านมา เพื่อทำให้ SME มีประสบการณ์และได้สัมผัสด้วยตัวเอง จะได้ประเมินสภาพตลาดและมองว่ามีความเหมาะสมกับธุรกิจตัวเองมากน้อยแค่ไหน โดยอาจจะเริ่มต้นทำธุรกิจแบบเล็กๆก่อน และพัฒนาขึ้นตามลำดับ โดยมีหลายธุรกิจที่สนใจออกไปทำธุรกิจในอาเซียน เช่น สินค้าอุปโภคบริโภค, วัสดุก่อสร้าง, เครื่องนุ่งหุ่มสิ่งทอ, อาหาร เป็นต้น