ปัจจุบันนี้ประเทศที่นักลงทุนชาวต่างชาติน่าจะเข้าไปลงทุนมากที่สุด คือ ลาว กัมพูชา พม่า และเวียดนาม เมื่อพิจารณาจากปัจจัยด้าน ความมั่นคงทางการเมือง นโยบายที่เอื้อต่อผู้ลงทุน ดุลการค้า และสาธารณูปโภคพื้นฐาน
ความมั่นคงทางการเมือง – รัฐบาลในประเทศต่างก็ต้องแสดงออกถึงความมั่นคงในการปกครองของตน ซึ่งคงไม่มีใครเข้าไปลงทุนในประเทศที่รัฐบาลไม่มั่นคง อย่างเกาหลีเหนือ เวเนซูเอล่า หรืออิรัก หรือในประเทศที่วันหนึ่งผู้นำอาจจะลุกขึ้นมาตัดสินใจให้มีเครือข่ายมือถือประจำชาติเพียงเครือข่ายเดียว ในชีวิตประจำวันเราคงจะไม่คิดกันถึงเรื่องพวกนี้ แต่มันคือหนึ่งในสิ่งที่เกี่ยวข้องเมื่อคิดถึงเรื่องการลงทุนหรือเปิดตลาดใหม่ในต่างประเทศ ในประเทศที่กำลังมีการเปลี่ยนรัฐบาลหรือมีระบบการปกครองที่อ่อนแอ การเข้าลงทุนจะยิ่งมีความเสี่ยงสูง เนื่องจากการเปลี่ยนถ่ายอำนาจจะทำให้เศรษฐกิจขาดสภาพคล่องและขาดการดำเนินการให้เป็นไปตามนโยบาย
ดุลการค้า – หนึ่งในตัวชี้วัดสภาพเศรษฐกิจของประเทศที่ดีก็คือดุลทางการค้า ตลาดเกิดใหม่หลายๆแห่งมีจุดแข็งจากการส่งออกที่แข็งแรง ซึ่งบ่งบอกถึงอุตสาหกรรมภายในประเทศที่แข็งแรงมั่นคง ดุลการค้ายังเป็นปัจจัยที่ก่อให้เกิดระบบสาธารณูปโภคที่ดี ความก้าวหน้าทางเทคโนโลยี และการสนับสนุนจากรัฐบาล
สาธารณูปโภค – ปัจจัยที่สำคัญมากสำหรับท้องถิ่น อุตสาหกรรม และธุรกิจ ก็คือความสามารถในการเข้าถึงสาธารณูปโภคที่มีอยู่ การเข้าถึงถนนหนทาง อินเตอร์เน็ต โทรศัพท์ เป็นปัจจัยพื้นฐานธรรมดาสำหรับประเทศตะวันตก อาจไม่แน่นอนทั่วถึงสำหรับประเทศกำลังพัฒนา ตัวอย่างเช่น ในประเทศอินเดีย ถนนเชื่อมไปยังส่วนต่างๆยังเป็นถนนดินอยู่ และในปากีสถาน รัฐบาลสามารถผลิตพลังงานไฟฟ้าได้แค่ 50-60% ต่อความต้องการทั้งหมดในประเทศ
พม่า
ความมั่นคงทางการเมืองในพม่า – การเปิดเสรีภาพทางการเมืองล่าช้าและมีท่าทีว่าจะขาดแรงผลักดันให้เกิดการเลือกตั้งทั่วไปในเดือนตุลาคม-พฤศจิกายนที่จะถึงนี้ ความขัดแย้งภายในประเทศก็ยังคงเป็นปัญหา รัฐบาลปฏิรูปเศรษฐกิจอย่างต่อเนื่อง บรรยากาศทางธุรกิจน่าจะปรับตัวดีขึ้นอย่างช้าๆ ผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศจะเติบโตขึ้นจาก 6.4% ในปีงบประมาณ 2014/15 เป็น 7.3% ในปีงบประมาณ 2019/20 โดยประมาณ
นโยบายส่งเสริมนักลงทุน – นโยบายของประเทศพม่าเป็นไปในลักษณะที่เอื้อต่อนักลงทุนที่เข้าไปลงทุนในประเทศ และเปิดประตูต้อนรับนักลงทุนชาวต่างชาติ
ดุลการค้า – พม่าค้าขายกับประเทศเพื่อนบ้านเป็นส่วนใหญ่เนื่องมาจากปัญหาทางการเมืองและสาธารณูปโภคพื้นฐานที่ไม่ดี อย่างไรก็ตามการเปลี่ยนมาเป็นระบอบประชาธิปไตยเปิดโอกาสในการเข้าถึงตลาดใหม่ๆ สินค้าส่งออกที่สำคัญของพม่าคือน้ำมันและแก๊สธรรมชาติ รองลงมาเป็นพืชผักผลไม้ ปลา เครื่องนุ่งห่ม ไม้ และยางพารา ส่วนสินค้าที่พม่านำเข้า ได้แก่ เชื้อเพลิง น้ำมันพืช ยานยนต์ ยา อุปกรณ์ก่อสร้าง โพลิเมอร์ ยางรถ และเครื่องจักร คู่ค้าหลักของพม่าคือ จีน อินเดีย ญี่ปุ่น อินโดนีเซีย เยอรมนี และฮ่องกง (ข้อมูลวันที่ 17 กุมพาพันธ์ 2015)
สาธารณูปโภค – การพัฒนาสาธารณูปโภคในพม่ายังมีช่องว่างที่สำคัญอยู่มาก อ้างอิงจากตัวชี้วัดประสิทธิภาพด้านโลจิสติกส์ (LPI) จัดทำโดยธนาคารโลก พม่าอยู่ในอันดับ 133 จากทั้งหมด 155 ประเทศในปี 2012 ตัวชี้วัดนี้บ่งบอกถึงโอกาสในอนาคตของนักลงทุนต่างชาติที่จะสามารถเข้ามาลงทุนพัฒนาสาธารณูปโภค ทั้งพลังงาน การคมนาคม และระบบสื่อสาร การเข้ามาลงทุนดูจะไปในทิศทางที่ดี ธุรกิจเอกชนและภาครัฐจากทั่วโลกต่างให้ความสนใจเข้ามาลงทุนพัฒนาระบบสาธารณูปโภคพื้นฐานในประเทศ พร้อมแสวงหาผลประกอบการที่น่าดึงดูดใจอีกด้วย
เวียดนาม
เวียดนาม – ได้เปรียบเนื่องจากมีแรงงานที่ฉลาด ขยัน และค่าแรงค่อนข้างถูกเป็นจำนวนมาก เวียดนามยังมีหน่วยงานทำหน้าที่ติดต่อกับองค์กรธุรกิจอยู่ตลอดเวลาเพื่อฟังเสียงเรียกร้องและแก้ปัญหาให้อย่างทันท่วงที
ความมั่นคงทางการเมืองในเวียดนาม – ผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศจะโตถึง 6.2% ในปี 2015 เนื่องมาจากการเติบโตของภาคการส่งออกและการเข้ามาลงทุน และอาจโตถึง 6.4% ในปี 2016-2019 อย่างไรก็ตาม การปฏิรูปรัฐวิสาหกิจและหน่วยงานธนาคารอาจทำให้กระบวนการนี้ช้าลง และหนี้เสียก็ยังเป็นปัญหาอยู่ ความตรึงเครียดซึ่งเกิดจากข้อพิพาทกับจีน เรื่องน่านน้ำทะเลจีนใต้ก็ยังคงมีอยู่ ความสัมพันธ์ระหว่างเวียดนามกับสหรัฐจะพัฒนา ถึงแม้รัฐบาลเวียดนามไม่ได้พัฒนาด้านสิทธิมนุษยธรรมมากเท่าใดนัก
ความเสี่ยงทางการเมือง – ความสัมพันธ์สหรัฐกับเวียดนามที่ดีขึ้น
คาดการณ์ได้ว่าเวียดนามและสหรัฐจะคงมีความสัมพันธ์ทางการเมืองและเศรษฐกิจที่แข็งแรงมากยิ่งขึ้นในปีนี้ ในการสนทนาทางการเมือง ความปลอดภัย และความมั่นคงครั้งที่ 7 ระหว่างสหรัฐและเวียดนาม ที่เพิ่งสิ้นสุดไปเมื่อวันที่ 23 มกราคมนี้ ทั้งสองฝ่ายต่างให้คำมั่นในข้อตกลงระหว่างประเทศ ร่วมมือกันทั้งในด้านความปลอดภัยในน่านน้ำและการรักษาความสงบ เมื่อเดือนตุลาคมปีที่แล้ว สหรัฐอเมริกายกเลิกการห้ามขายอาวุธกับเวียดนามบางส่วน เพื่อเปิดทางให้เวียดนามจัดหาอาวุธเพื่อรับมือกับการคุกคามจากจีน นอกจากนั้น สหรัฐยังเป็นคู่ค้าสำคัญของเวียดนาม เวียดนามส่งออกไปยังสหรัฐคิดเป็น 19% ของการส่งออกทั้งหมด
ดุลการค้า – นับจากปี 2012 เวียดนามมีการค้าที่เกินดุล เนื่องจากภาคส่งออกที่แข็งแรงกว่าการนำเข้า การขาดดุลใหญ่ๆของเวียดนามก็คือการค้ากับจีน เกาหลี ไต้หวัน สิงคโปร์และไทย ส่วนที่เกินดุลก็จะมีการค้าขายกับอเมริกา ฮ่องกง สหราชอาณาจักร กัมพูชา และสหรัฐอาหรับเอมิเรสต์ (ข้อมูลวันที่ 17 กุมภาพันธ์ 2015)
สาธารณูปโภค – ขณะที่คาดการณ์การเติบโตของอุตสาหกรรมระบบสาธารณูปโภคพื้นฐานของเวียดนามอยู่ที่ 1.8% ในปี 2014 แต่อัตรานี้ก็ยังต่ำกว่าศักยภาพที่แท้จริง ที่ดูได้จากการลงทุนจากนักลงทุนต่างประเทศที่แข็งแรง และบรรยากาศทางธุรกิจที่ดีขึ้นเป็นลำดับ สำหรับปี 2015 คาดว่าภาคอุตสาหกรรมนี้จะโตขึ้นถึง 4.3%
ลาว
ความมั่นคงทางการเมืองในลาว – ลาวมีความมั่นคงทางการเมืองเนื่องมาจากปกครองโดยพรรคๆเดียว คือพรรคประชาชนปฏิวัติลาว (LPRP) และเชื่อว่าเสรีภาพทางการเมืองในลาวคงเกิดขึ้นได้ยาก พรรคประชาชนปฏิวัติลาวยังคงมีอำนาจเนื่องมาจากนโยบายกดดันทางการเมือง ในช่วงเทศกาลคริสต์มาสของปี 2014 รัฐบาลลาวได้ทำการปราบปรามชาวม้งคริสต์เตียน ชนกลุ่มน้อยในลาว เหตุการณ์ปราบปรามนี้เองทำให้สิทธิมนุษยชนในลาวตกต่ำลงอย่างมาก และเชื่อได้ว่าจะไม่ได้เห็นการปรับปรุงอย่างเป็นรูปธรรมในปีที่จะถึงนี้ เชื่อได้ว่าการกดดันทางการเมืองนี้จะเป็นอันตรายต่อท่าทีการให้ช่วยเหลือจากต่างประเทศและการเข้ามาลงทุนในประเทศต่อไป
ความเสี่ยงทางเศรษฐกิจ – ท่าทีไม่ดีส่งผลกระทบกับอัตราการเติบโต
ยอดดุลการค้าของลาวมีท่าทีถดถอยลงในหลายมีที่ผ่านมา ผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศติดลบ -4.5% และ -3.5% ในปี 2012 และ 2013 ตามลำดับ และขาดว่าจะยังคงขาดดุลอยู่ในปีต่อๆไป สืบเนื่องมาจากงบประมาณประจำปีที่ไม่เพียงพอในเมืองหลวงอย่างเวียงจันทน์และการพึ่งพาการนำเข้าเป็นส่วนใหญ่ ทำให้ยอดดุลติดลบอย่างหนัก ซ้ำการเปิดรับการลงทุนจากต่างชาติยังเบาบางอีกด้วย
ดุลการค้า – เนื่องจากเป็นประเทศที่ไม่มีพื้นที่ติดชายฝั่ง ลาวจึงมีสภาพเศรษฐกิจแบบปิดและค้าขายกับประเทศเพื่อนบ้านไม่กี่ประเทศเท่านั้น เศรษฐกิจของลาวยังคงขาดดุลอย่างต่อเนื่องเนื่องจากมีระบบพื้นฐานสาธารณูปโภคที่ยังไม่พัฒนาและการส่งออกที่ยังไม่หลากหลาย สินค้าส่งออกหลักของลาวได้แก่ ไม้ เสื้อผ้า กาแฟ ไฟฟ้า แร่โลหะ ข้าวโพด และยางพารา ส่วนสินค้านำเข้าหลักของลาวคือ น้ำมัน เครื่องจักร เครื่องมือ ยานพาหนะ เหล็กและเหล็กกล้า อุปกรณ์สื่อสาร เครื่องดื่ม และปูซีเมนต์ (ข้อมูลวันที่ 17 กุมภาพันธ์ 2015)
สาธารณูปโภค – ระบบพื้นฐานที่ไม่ดีทำให้เกิดความเสี่ยงทางธุรกิจ
ภาคการก่อสร้างของลาวชะลอตัวลงในปี 2014 เติบโตแค่ 8.5% เมื่อเทียบกับอัตราเติบโต 16.9% ของปี 2013 ประเทศเพื่อนบ้านอย่างพม่ากำลังเพิ่มกำลังการแข่งขันขึ้น และยังมีข้อพิพาทที่ยังไม่ได้รับการแก้ไขเกี่ยวกับที่ดิน จึงคาดว่าอุตสาหกรรมนี้จะเติบโตเพียงเล็กน้อยเพียง 9.8% ในปีนี้ สำหรับพื้นที่ที่ยังมีความเสี่ยงทางการเมืองเช่นนี้
กัมพูชา
ความมั่นคงทางการเมืองในกัมพูชา – บรรยากาศทางธุรกิจในกัมพูชายังคงดีขึ้นเรื่อยๆแม้ว่าจะช้าหน่อย สาเหตุมาจากความไม่มั่นคงทางการเมือง ตั้งแต่เดือนกรกฎาคม 2014 ความสัมพันธ์ระหว่างพรรครัฐบาล CCP และพรรคฝ่ายค้าน CNRP ยังมีท่าทีถดถอย อุปสงค์ทั่วโลกที่เพิ่มขึ้นจะช่วยให้เศรษฐกิจฟื้นตัว แต่ค่าแรงขั้นต่ำที่เพิ่มขึ้นในปี 2015 จะส่งผลยังอุตสาหกรรมส่งออกเสื้อผ้าทำให้โตได้ไม่มากนัก คาดว่าโตได้ 7.3% ในปี 2015 และเฉลี่ย 7.6% ในปี 2016-2019
ดุลการค้า – อุสาหกรรมเสท้อผ้าในกัมพูชาเติบโตขึ้นอย่างรวดเร็ว สิ่งทอคิดเป็น 70% ของมูลค้าการส่งออกทั้งหมดของประเทศ สินค้าส่งออกอื่นๆของกัมพูชาได้แก่ รองเท้า ยางพาราดิบ และผลิตภัณฑ์จากปลา ส่วนสินค้านำเข้าหลักจะเป็นผลิตภัณฑ์จากปิโตรเลียม ผ้า ยานยนต์ เส้นด้ายขายส่ง บุหรี่ อุปกรณ์สื่อสารอิเล็กทรอนิกส์ และยา คู่ค้าสำคัญของกัมพูชาคือ อเมริกา ฮ่องกง จีน สิงคโปร์ แคนาดา และเวียดนาม (ข้อมูลวันที่ 17 กุมภาพันธ์ 2015)
สาธารณูปโภค – ระบบพื้นฐานที่ไม่ดีทำให้เกิดความเสี่ยงทางธุรกิจ
ภาคการก่อสร้างของกัมพูชาชะลอตัวลงในปี 2014 เติบโตแค่ 8.5% เมื่อเทียบกับอัตราเติบโต 16.9% ของปี 2013 ประเทศเพื่อนบ้านอย่างพม่ากำลังเพิ่มกำลังการแข่งขันขึ้น และยังมีข้อพิพาทที่ยังไม่ได้รับการแก้ไขเกี่ยวกับที่ดิน จึงคาดว่าอุตสาหกรรมนี้จะเติบโตเพียงเล็กน้อยเพียง 9.8% ในปีนี้ สำหรับพื้นที่ที่ยังมีความเสี่ยงทางการเมืองเช่นนี้
**ระบบพื้นฐานสาธารณูปโภคของลาวและกัมพูชาเหมือนกัน