พบทูตพาณิชย์พิชิตตลาด กัมพูชา


        พบทูตพาณิชย์พิชิตตลาดโลก งานสัมมนาดี ๆ ที่เปิดโอกาสให้ผู้ประกอบการไทย ได้พบกับกูรูผู้เชี่ยวชาญด้านตลาดในแต่ละประเทศ กว่า 54 ท่านจาก 10 ภูมิภาคทั่วโลก ร่วมบรรยายและในความรู้แบบ เจาะลึกประเภทอุตสาหกรรม

        กรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ โดยสถาบันองค์ความรู้ด้านการค้าระหว่างประเทศจัดโครงการพบทูตพาณิยช์พิชิตตลาดโลก เจาะลึกประเภทอุตสาหกรรม ในวันศุกร์ที่ 13 มีนาคม 2558 ณ โรงแรมเซ็นทารา แกรนด์ แอท เซ็นทรัลพลาซ่า ลาดพร้าว เพื่อเป็นเวทีให้ผู้ประกอบการธุรกิจทางการค้า ข้อกีดกันที่เกี่ยวกับภาษีและไม่ใช่ภาษี เพื่อให้ผู้ส่งออกได้เตรียมความพร้อมอย่างถูกต้อง และพัฒนาศักยภาพการแข่งขันระหว่างประเทศได้อย่างมีประสิทธิภาพ เป็นการเปิดโอกาสให้ผู้ประกอบการธุรกิจการค้าระหว่างประเทศที่มีปัญหาและอุปสรรคในการดำเนินธุรกิจการค้าระหว่างประเทศในแต่ละตลาดได้สอบถามข้อสงสัยและข้อแนะนำในการทำตลาดการค้าระหว่างประเทศ 

        อนุภาพของประเทศเพื่อนบ้านที่ใกล้ชิดกับประเทศไทยที่สุด ถือได้ว่าคือดาวจรัสแสงของอาเซียน เป็นตลาดส่งออกสินค้าไทยที่ดีเยี่ยม เนื่องจากผู้บริโภคเหล่านี้มีความนิยมในสินค้าของไทยเป็นอย่างมาก ทำให้ไทยได้แต้มต่อที่จะนำสินค้าไทยออกไปเผยแพร่ในต่างประเทศต่อไป

        คุณจีรนันท์ วงษ์มงคล อัครราชทูตที่ปรึกษา ฝ่ายการพาณิชย์ ประเทศกัมพูชา ให้ความรู้ว่า “ในประเทศกัมพูชา เป็นประเทศที่คนไทยคุ้นเคยเป็นอย่างดี เป็นโอกาสที่คนไทยไม่ควรมองข้าม แต่ต้องยอมรับว่าคนไทยค่อนข้างมีทัศนคติที่แตกต่างจากความเป็นจริงของประเทศกัมพูชาอย่างสิ้นเชิง เนื่องจากมีความคิดว่าประเทศกัมพูชามีความล่าหลัง ซึ่งกัมพูชามีการพัฒนาประเทศและเจริญก้าวหน้ามากกว่านั้นมาก หากใครเคยไปกัมพูชาจะทราบดี ผู้ประกอบการจึงควรสืบค้นข้อมูลให้ชัดเจนมากกว่านี้ก่อนลงมือเข้าไปทำการค้าเพื่อลดทัศนคติในส่วนนี้ออกไป” พร้อมกันนี้คุณจีรนันท์ ได้ยกคำกล่าวของ สมเด็จฮุนเซน ที่ว่า กัมพูชายินดีและยอมรับ การลงทุนของทุกชาติ และทุกขนาด ไม่จำกัด โดยไม่ต้องรอการเปิด AEC แสดงให้เห็นถึงความพร้อมในการเปิดประเทศของกัมพูชา ที่จะตอนรับนักลงทุนจากต่างประเทศเข้ามาลงทุนในพื้นที่ตนเอง

        ประเทศกัมพูชา มีพื้นที่ 181,035 ตารางกิโลเมตร มีพรมแดนทิศตะวันตกติดต่อกับประเทศไทย ทิศเหนือติดกับประเทศไทยและลาว ทิศตะวันออกและทิศใต้ติดกับเวียดนาม และทิศตะวันตกเฉียงใต้ติดอ่าวไทย ด้วยประชากรกว่า 14.8 ล้านคน กัมพูชาจึงเป็นประเทศที่มีประชากรมากที่สุดอันดับที่ 66 ของโลก แต่ยังถือว่าเป็นสาวน้อยร่างบางที่ยากจน และยังต้องการตลาดเพิ่มเติม เนื่องจากประเทศกัมพูชาเป็นประเทศยากจนเกิดใหม่สิ่งที่จะสมามารถนำเม็ดเงินเข้าประเทศได้ คือการเปิดประเทศให้ต่างชาติ สามารถเข้าไปลงทุนในประเทศได้  โดยไม่เลือกขนาด ในด้านสิทธิประโยชน์ต่าง ๆ  กัมพูชามอบให้ชาวต่างชาติ เสมือนกับพลเมืองของประเทศที่เป็นนักลงทุนเอง โดยรัฐบาลชูนโยบาย หนุนการลงทุน และการส่งออก เป็นนโยบายตลอดกาลของกัมพูชา

        ธุรกิจที่มีแนวโน้มการเติบโตสูงที่สุด ธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ เนื่องจากเมื่อประชากรมีรายได้มากขึ้น ก็ต้องมองหาความมั่นคง และความสุขสบายให้กับตนเอง ธุรกิจกลุ่มอสังหาจึงเป็นที่นิยมมากในประเทศกัมพูชา ดังนั้นกลุ่มธุรกิจ อุปกรณ์ไฟฟ้า เครื่องเรือน ของตกแต่งบ้าน เฟอร์นิเจอร์  เหมาะกับตลาดกัมพูชาในขนาดนี้ ทั้งนี้ผู้บริโภคชาวกัมพูชายังนิยมซื้อสินค้าเป็นเงินสดอีกด้วย ในด้านเศรษฐกิจของประเทศเรียกได้ว่าเป็นเศรษฐกิจขาขึ้น เนื่องจากกัมพูชาได้รับแรงหนุนจากประเทศจีนด้านเงินทุนสำหรับงบประมาณของรัฐปีละกว่า 500 ล้านดอลล์ล่าสหรัฐฯ และมีนักลงทันชาวจีนสนใจสร้างรากฐานในกัมพูชาอยู่ไม่น้อย เนื่องจากกัมพูชาเปิดกว้างในเรื่องนี้มาก

        โอกาสของผู้ประกอบการไทย อยู่ที่ช่องทางที่ถูกต้อง ซึ่งควรมีหน่วยงานของรัฐบาลไทย อยู่ภายในประเทศเพื่อให้ความช่วยเหลือ และสานต่อธุรกิจอีกหนึ่งช่อง ร่วมถึงผู้ประกอบการเองควรมีการเข้าร่วมงานแสดงสินค้าภายในประเทศกัมพูชา นอกจากนี้อีกหนึ่งช่องทางคือ ช่องทางจากเครือข่ายเดิมที่เคยเข้าไปในกัมพูชาแล้ว ซึ่งจะเป็นช่องทางที่นำไปสู่ผลสำเร็จ สำหรับพฤติกรรมผู้บริโภคชาวกัมพูชานั้น ค่อนข้างเชื่อมั่นในสินค้าของไทย เนื่องจาก ขนบธรรมเนียบ ประเพณี และวัฒนธรรมต่าง ๆ มีความคล้ายคลึงกัน จึงง่ายที่จะผลิตสินค้าออกมาตอบสนองความต้องการของผู้บริโภคชาวกัมพูชาแน่นอน