“คิดจะไปถึงดวงจันทร์ อย่าหยุดแค่ปากซอย” นับเป็นอีกหนึ่งหนังสือขายดี ที่เขียนโดย รวิศ หาญอุตสาหะ เพราะเป็นหนังสือที่แรงบันดาลใจในการทำธุรกิจให้ประสบความสำเร็จ ตามแบบฉบับของเขา จนประสบความสำเร็จ พร้อมกับสร้างธุรกิจของครอบครัวให้เติมโตและออกผลิตภัณฑ์ใหม่ จากการนำความรู้เดิมที่มีอยู่มาต่อยอด
คุณรวิศ หาญอุตสาหะ ผู้บริหารของแบรนด์ผงหอมศรีจันทร์ เล่าถึงจุดมุ่งหมายของตัวเองในการทำธุรกิจว่าต้องการทำให้แบรนด์ไทยดูดี จากเดิมครอบครัวได้ทำธุรกิจเปิดร้านขายยาที่วังบูรพา และมีผลิตภัณฑ์ที่โดดเด่น คือ ผงหอมศรีจันทร์ จึงได้เข้ามาสานต่อธุรกิจด้วยแนวคิดและมุมมองของตัวเอง เพื่อให้ทุกคนได้เห็นถึงศักยภาพของแบรนด์ผงหอมศรีจันทร์ พร้อมกับปรับกระบวนการผลิตให้ทันสมัยและใช้เทคโนโลยีช่วยในการก่อตั้งระบบ จนเติบโตแบบก้าวกระโดด
พร้อมกันนี้ คุณรวิศ หาญอุตสาหะ ได้บอกถึงปรัชญาในการทำงานของตนเองที่ใช้อยู่ทุกๆวันว่า “เราตั้งเป้าหมายชีวิตไว้ว่าเป็นดวงจันทร์ ที่เรามองเห็นทุกวัน เป้าหมายเราต้องชัด แม้มันจะอยู่ไกลมากแต่ไม่เกินความสามารถของเรา เราเดินไปเจออุปสรรคคือฝนตกแต่เราต้องพยายามไปให้ถึงปากซอยเราจึงเกิดพลังใจในการเดินต่อไป แต่ดวงจันทร์สำหรับผมไม่ใช่ “เงิน” ผมเชื่ออย่างแรงกล้าว่าคนที่อยากจะ “รวย” ไม่สามารถลุกขึ้นมาฝ่าฟันอุปสรรคได้ทุกวัน แต่ต้องเป็นเป้าหมายที่ลึกซึ้งเพื่อสร้างสรรค์สิ่งดีๆให้กับโลก สำหรับผมเป้าหมายชัดเจนคือ ทำแบรนด์ไทยให้เป็นที่รู้จัก ผมคิดว่ายาก แต่ถ้าเป็นไปได้ผมจะภูมิใจมาก” แม้จะมีหลายคนแนะนำให้เปลี่ยนชื่อผลิตภัณฑ์แต่คุณรวิศก็ไม่คิดเปลี่ยนด้วยภูมิใจมากกับความเป็นไทยและต้องการให้ผู้อื่นได้รับรู้และหันกลับมามองสินค้าไทยด้วยเช่นกัน”
“เส้นทางไปดวงจันทร์ได้เริ่มต้นมาระยะหนึ่งแล้วด้วยความคิดที่ว่า ถ้าไม่ทำตอนนี้ เราจะทำตอนไหน ทางคุณรวิศ จึงได้ Rebranding แบรนด์ ผงหอมศรีจันทร์ เป็นแบรนด์ ศรีจันทร์ ซึ่งเป็นผลิตภัณฑ์ทำมาจากวัตถุดิบชั้นเยี่ยมที่ส่วนใหญ่นำเข้ามาจากต่างประเทศและยังใส่ใจในรายละเอียดในการออกแบบบรรจุภัณฑ์ให้ใช้งานง่ายและงดงามโดยสร้างแบรนด์ให้มีความนุ่มลึกกว่าเดิม ด้วยภาพลักษณ์ที่คงความเป็นไทยแต่เพิ่มความทันสมัยให้กับสินค้า โดยสื่อไปที่คุณประโยชน์ของสินค้าอย่างชัดเจนคือเป็น แป้งคุมความมันบนใบหน้าและได้มือดีของแต่ละวงการมาช่วยสานฝันเส้นทางให้ชัดเจนขึ้น แต่คุณรวิศ ไม่ได้หยุดความฝันเพียงแค่นี้ เพราะคุณนริศกำลังเตรียมตัวจะเข้าตลาดหลักทรัพย์ฯ ในเร็วๆนี้ พร้อมกับจะมีผลิตภัณฑ์ตัวอื่นออกมาอีกหลายตัว ไม่ว่าจะเป็นครื่องสำอาง ยาแผนโบราณที่เป็นธุรกิจเดิมของครอบครัว”
สำหรับผู้ที่อยากจะทำธุรกิจ คุณนริศ ได้ฝากเอาไว้ว่า “ควรแบ่งเงินระหว่างเงินส่วนตัวและเงินสำหรับทำธุรกิจ ถ้าหมดก็หาใหม่ ชีวิตเรายังมีแรงสู้ จะกลัวทำไมกับเรื่องที่ไม่ควรจะกลัว ตัวความกลัวนี่แหละที่ทำให้เราไปไม่ถึงไหน ถ้าเราก้าวข้ามจุดนี้ได้ เรื่องอื่นไม่มีอะไรยาก อาจจะทำผิดพลาดบ้าง มันจะเป็นบทเรียนให้เรา และเราต้องรับผิดชอบกับความล้มเหลวของเรา ถามตัวเองว่าได้เรียนรู้อะไรจากเรื่องนี้บ้าง ถ้าเราปฏิเสธความรับผิดชอบ เราจะไม่กล้ารับผิดชอบอะไรเลย กับคำถาม ทำอย่างไรถึงจะเอาชนะความกลัว? เป็นเรื่องยากที่สุด ต้องใช้เวลา เราต้องค่อยๆสะสม ต่อสู้กับความกลัว เอาชนะใจตัวเอง เช่นลุกขึ้นมาวิ่งทั้งที่อยากจะนอนมาก หรือชอบทานช็อกโกแลตแต่อดใจไม่ทาน สิ่งเหล่านี้ดูเหมือนเล็กน้อย แต่มันจะค่อยๆสอนเราว่า “ฉันทำได้” ก็จะเกิดความภูมิใจในตัวเอง เราจะมีความกล้ามากขึ้น เรื่องใหญ่ก็จะเล็กลงแล้วเราจะกล้าทำทุกเรื่องเพราะเรื่องอย่างนี้ต้องสะสม ไม่ใช่ทำได้ในวันเดียว”
เมื่อเราคิดบวก เราก็จะเชื่อว่าสิ่งที่เราทำอยู่เป็นสิ่งที่ดี นับเป็นอีกหนึ่งแนวคิดในการทำธุรกิจให้ประสบความสำเร็จ ของคุณรวิศ ซึ่งสามารถนับมาปรับใช้ได้จริงในการทำธุรกิจสำหรับทุกคน