ธนาคารกลางสหรัฐส่งสัญญาณขึ้นดอกเบี้ย


ธนาคารกลางสหรัฐ หรือเฟด เปิดประตูในการขึ้นดอกเบี้ยในช่วงกลางปีนี้ แต่ก็ส่งสัญญาณว่าไม่รีบร้อนที่จะดำเนินการ

วอลสตรีทเจอนัลด์ รายงานว่า ในแถลงการณ์ของเฟดหลังจากการประชุม 2 วัน ได้ยกเลิกคำว่าเฟดจะยัง “อดทน” ก่อนที่ดำเนินการเรื่องดอกเบี้ย ซึ่งการเปลี่ยนท่าทีนี้หมายความว่า เฟดจะพิจารณาขึ้นดอกเบี้ยระยะสั้นในการประชุมวันที่ 16-17 มิถุนายน เนื่องจากอัตราการจ้างงานในสหรัฐได้ลดลงสู่ 5.5% เจ้าหน้าที่เฟดหลายคน เชื่อว่า เศรษฐกิจสหรัฐเคลื่อนเข้าใกล้จุดที่สามารถบริหารโดยไม่ต้องพึ่งตัวช่วยที่มาจากต้นทุนการกู้ยืมที่ต่ำเป็นประวัติการณ์ นั่นทำให้หลายคนคาดว่าจะมีการทยอยขึ้นดอกเบี้ย

อย่างไรก็ตาม คอมเมนต์จากเจเน็ต เยลเลน ประธานธนาคารกลางสหรัฐ หลังการประชุม และการคาดการณ์ใหม่ของเฟด สะท้อนว่าเฟดตั้งใจจะดำเนินการเรื่องนี้อย่างระมัดระวัง และยังไม่ได้กำหนดการขึ้นดอกเบี้ยในเดือนมิถุนายน โดยนางเยลเลน กล่าวว่า เพียงเพราะเอาคำว่า “อดทน” ออกไปจากแถลงการณ์ ไม่ได้หมายความว่า เรากำลังจะไม่อดทน 

ทั้งนี้นักลงทุนได้คาดการณ์ก่อนหน้านี้ว่า เฟดจะส่งสัญญาณความเป็นไปได้ในการขึ้นดอกเบี้ยในเดือนมิถุนายน แต่ก็ต้องมาประหลาดใจกับท่าทีระมัดระวังในระยะยาว และใช้เป็นเหตุผลในการซื้อหุ้นและบอนด์ พร้อมกับการขายยูเอส ดอลลาร์

ธนาคารกลางสหรัฐ กล่าวว่า จะทำการขึ้นดอกเบี้ยเมื่อมั่นใจอย่างมีเหตุผลว่า เงินเฟ้อที่ต่ำมาอย่างยาวนานจะฟื้นกลับไปอยู่บนเป้าหมาย 2% และตลาดแรงงานได้พัฒนาอย่างต่อเนื่อง แต่เฟดก็ต้องเผชิญกับปัญหาทางเศรษฐกิจที่ท้าทาย โดยอัตราการว่างงานได้ลดลงเร็วกว่าที่เฟดได้คาดการณ์ ซึ่งเป็นสัญญาณการฟื้นตัวของเศรษฐกิจสหรัฐ และทำให้เจ้าหน้าที่เฟดบางรายมั่นใจว่าถึงเวลาที่จะเริ่มเพิ่มต้นทุนสินเชื่อ

แต่ในอีกด้านหนึ่ง เงินเฟ้อที่อยู่ต่ำกว่าเป้าหมายของเฟดมานาน 33 เดือนติดต่อกัน, สัญญาณเศรษฐกิจโลกที่อ่อนแอ รวมถึงปัญหาเศรษฐกิจอื่นๆ อาจทำให้เจ้าหน้าที่บางรายยังไม่คิดขึ้นดอกเบี้ยในช่วงหลายเดือนข้างหน้า

เครดิตภาพจาก nypost.com