สัญญาณชะลอตัวใหม่ในภาคการผลิตจีน


เศรษฐกิจจีนแสดงสัญญาณอ่อนแอลงอีก โดยตัวชี้วัดกิจกรรมการผลิตในเดือนมีนาคมได้ตกลงสู่ระดับต่ำสุดในรอบ 11 เดือน

วอลสตรีทเจอนัลด์ รายงานว่า ดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อในภาคการผลิตที่จัดทำโดยธนาคารเอชเอสบีซี พบว่า ออเดอร์ใหม่, การจ้างงาน และราคา ได้อ่อนตัวลงในภาคการผลิต และแสดงให้เห็นว่าภาวะอ่อนตัวในไตรมาส 4 ในจีนได้ขยายเข้าสู่ช่วงเริ่มต้นของปีใหม่ โดยธนาคารเอชเอสบีซีและมาร์กิต กล่าวว่า ดัชนีของผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อในภาคการผลิตเบื้องต้นตกลงสู่ 49.2 ในเดือนมีนาคม เปรียบเทียบกับตัวเลข 50.7 ในเดือนกุมภาพันธ์ โดยตัวเลขในเดือนมีนาคมได้ลดลงต่ำกว่าระดับ 50 ซึ่งเป็นระดับที่แยกการขยายตัวออกจากการติดลบ เปรียบเทียบกับข้อมูลในเดือนก่อน ซึ่งครั้งสุดท้ายที่ตัวเลขลดลงต่ำกว่า 50 คือในเดือนมกราคมในปีนี้ ซึ่งตกลงสู่ระดับ 49.7

นาง Wendy Chen นักเศรษฐศาสตร์จากโนมูระ ซีเคียวริตี้ กล่าวว่า ตัวเลขในเดือนมีนาคม ได้ตกลงมากกว่าที่คาดการณ์ ซึ่งสะท้อนถึงดีมานด์ในประเทศที่อ่อนแอ และชี้ไปถึงการเติบโตทางเศรษฐกิจที่อ่อนแอลงอีกในไตรมาสแรก โดยโนมูระคาดการณ์ว่าจีนจะเติบโต 6.7% ในไตรมาสแรก เทียบกับปีที่แล้ว เปรียบเทียบกับการเติบโต 7.3% ในไตรมาส 4

เอชเอสบีซี ยังกล่าวว่า ดัชนีย่อยทางด้านออเดอร์ใหม่, ออเดอร์ส่งออกใหม่ และการจ้างงาน ล้วนตกลงจากเดือนก่อน ส่อให้เห็นถึงการคาดการณ์สำหรับภาวะยากลำบากนับจากนี้ไป โดยนาย Qu Hongbin นักเศรษฐศาสตร์จากเอชเอสบีซี กล่าวว่า ธุรกิจใหม่โดยรวมที่ตกลงอีก ส่งผลให้เกิดการขยายตัวที่อ่อนแอของผลผลิต ขณะที่บริษัทต่างๆได้ลดจำนวนพนักงานอย่างต่อเนื่อง

ทางด้านนาย Bob Liu นักเศรษฐศาสตร์จากไชน่า อินเตอร์เนชั่นแนล แคปิตอล คอร์ป กล่าวว่า กิจกรรมในโรงงานที่อ่อนแอลงน่าจะสร้างแรงกดดันให้กับผู้ตัดสินใจเพื่อเพิ่มความพยายามในการกระตุ้นเศรษฐกิจ และธนาคารกลางจีนมีแนวโน้มจะกระตุ้นการเติบโตโดยลดดอกเบี้ยอีกครั้งในปีนี้ 

เครดิตภาพจาก www.businessinsider.com