Green Rangers การประกวดเพื่อสร้างสรรค์โปรแกรมท่องเที่ยว และโปรโมทชุมชนสีเขียว ร่วมชิงเงินรางวัลกว่า 270,000 บาท เพื่อกระตุ้นให้เกิดการท่องเที่ยวแบบยั่งยืน และเกิดเป็นกิจกรรมการการพัฒนาโปรแกรมท่องเที่ยว ผ่านช่องทางออนไลน์
เมื่อไม่กี่ปีที่ผ่านมาในประเทศไทยมีกระแสการท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์อยู่พักใหญ่ ๆ หลังจากนั้นไม่นานกระแสการท่องเที่ยวรูปแบบนี้ก็เงียบไป และยังคงมีนักท่องเที่ยวเพียงบางกลุ่มเท่านั้นที่ยังนิยมการท่องเที่ยวรูปแบบนี้อยู่ Green Rangers ได้เล็งเห็นถึงแนวโน้มการเจริญเติบโตของอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวในปัจจุบัน ที่มีการขยายตัวจนเป็นที่น่าจับตามอง และเมื่อมีจำนวนนักท่องเที่ยวมากขึ้น ความต้องการใช้สิ่งของต่าง ๆ ในการอำนวยความสะดวกก็มากขึ้นตามมา ก่อให้เกิดผลกระทบ ต่อสิ่งแวดล้อม และภาวะเรือนกระจก เพื่อเป็นการลดปัญหาสิ่งแวดล้อม จึงมีการวางแผนการเดินทางท่องเที่ยวให้สอดคล้องกับการรักษาทรัพยากรธรรมชาติ ด้วยหลักแนวคิด 7 Greens เพื่อร่วมกันส่งเสริมการสร้างจิตสำนึกให้ช่วยกันดูแลรักษา ปกป้องทั้งทรัพยากรทางธรรมชาติ และทรัพยากรทางวัฒนธรรม กระตุ้นให้เกิดการท่องเที่ยวแบบยั่งยืน และเกิดเป็นกิจกรรมการการพัฒนาโปรแกรมท่องเที่ยว ประชาสัมพันธ์ผ่านสื่อออนไลน์ และสร้างช่องทางการขายเพื่อกระจายรายได้สู่ชุมชนอย่างเป็นรูปธรรม ภายใต้ชื่อโครงการ Green Rangers ตอน 7 Shades of Green ซึ่งองค์กรนวัตกรรมสังคม CreativeMOVE ได้รับความร่วมมือจาก การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย การบินไทย Hivesters และ PORTFOLIOS*NET จัดโครงการนี้ขึ้นมาโดยมีเป้าหมายในเวลา 3 เดือน ในการพัฒนาโปรแกรมการท่องเที่ยวสีเขียวร่วมกับชุมชน ประชาสัมพันธ์ชุมชนให้เป็นที่รู้ผ่านสื่อออนไลน์ และสร้างช่องทางการขายโปรแกรมท่องเที่ยวผ่านสื่อออนไลน์ให้เกิดกับชุมชน

การประกวด Green Rangers เป็นการเฟ้นหานักสร้างสรรค์ 7 ทีม มาลงพื้นที่ชุมชนที่กำหนด ทั้งหมด 7 แห่ง เพื่อไปสัมผัสประสบการณ์จริง 5 วัน และร่วมกับชุมชนออกแบบเส้นทางกิจกรรมท่องเที่ยว 2 วัน 1 คืน จากนั้นกลับมาประชาสัมพันธ์ถ่ายทอดประสบการณ์ความความประทับใจของตนเองผ่าน บทความ ภาพถ่าย และคลิปวิดีโอ เพื่อเผยแพร่ผ่านสื่อออนไลน์ โดยทีมที่ได้รับคะแนนโหวตสูงสุดและชนะใจกรรมการจะเป็นผู้ชนะ ชิงรางวัลเงินสดมูลค่ารวม 270,000 บาท ส่งผลงานได้ตั้งแต่วันนี้ ถึง 17 เมษายน 2558
>>> ดาวน์โหลดข้อมูลการประกวด <<<
โดยโปรแกรมการท่องเที่ยวที่ถูกสร้างสรรค์ขึ้นจะถูกนำไปในช่องทางการขายจริงทางออนไลน์ให้นักท่องเที่ยวชาวไทยและชาวต่างชาติจากทั่วโลกได้มีโอกาสไปสัมผัส เพื่อส่งเสริมการขายสร้างรายได้ให้กับทั้ง 7 ชุมชน และเป็นการกระตุ้นให้เกิดการท่องเที่ยวแบบยั่งยืนอย่างเป็นรูปธรรม
สำหรับแหล่งท่องเที่ยวเชิงอนุรักษณ์ทั้ง 7 แห่งได้แก่

1. ไทยอิแลแฟนท์โฮม จ.เชียงใหม่
หลบความวุ่นวายเข้าไปอยู่ในโลกของสัตว์ใหญ่ใจดีอย่าง ‘ช้าง’ ท่ามกลางธรรมชาติที่ไทยอิแลแฟนท์โฮม ที่นี่คุณจะได้สัมผัสชีวิตของช้างแบบใกล้ชิดชนิดตัวต่อตัวและร่วมเรียนรู้ชีวิตควาญช้างไปพร้อมๆ กัน ด้วยการสวมบทบาทเป็นควาญช้างที่จะต้องคอยดูแลช้างอย่างใกล้ชิด ตั้งแต่ทำความรู้จัก ศึกษานิสัยใจคอ ให้อาหาร พาไปอาบน้ำ ทำสปาโคลน และอีกหลายกิจกรรม เรียกว่าได้ใช้ชีวิตร่วมกันแบบเช้ายันเย็นจนคุณต้องหลงรักเพื่อนแสนรู้มีงวงตัวโตที่ว่านี้จนไม่อยากกลับบ้าน

2. โรงเรียนบ้านหอมสมุนไพร จ.เชียงใหม่
นี่คือสวรรค์ของคนรักธรรมชาติ เพราะคุณจะได้อยู่ท่ามกลางความหลากหลายของพืชสมุนไพร และบ้านพักเรือนไม้แบบไทยในบรรยากาศสดชื่นเขียวขจี ที่นี่คุณจะได้เรียนรู้เรื่องราวของสมุนไพรนานาชนิด การทำผลิตภัณฑ์หรือปรุงยาจากพืชสมุนไพร เช่น การทำยาหม่อง ยาแก้ไอ ลูกประคบ หรือจะเรียนรู้การนวดแบบต่างๆ ที่สืบทอดจากบรรพบุรุษ หลัง การเรียนรู้ในแต่ละวัน คุณจะได้ผ่อนคลายกับการอบสมุนไพรที่หอมตลบอบอวน พร้อมจิบชาสมุนไพรร้อนๆ เติมความสดชื่นให้กายและใจท่ามกลางความเงียบสงบ

3. อุโมงค์โฮมสเตย์ จ.ลำพูน
บ้านอุโมงค์เป็นชุมชนเก่าแก่ที่มีความชัดเจนด้านวัฒนธรรมแบบล้านนา ชุมชนแห่งนี้ยังเต็มไปด้วยวัดวาอาราม โบราณสถาน และมีสิ่งปลูกสร้างสำคัญอายุกว่า 2,000 ปี ที่นี่คุณจะได้สัมผัสชีวิตที่เรียบง่าย ได้เรียนรู้วิถีชีวิตแบบดั้งเดิมที่ยังคงไว้ได้อย่างน่าชื่นชม อาทิ ก่อเจดีย์ทราย เย็บใบตอง หรือการสานแหย่งที่นอกจากจะทำไว้ใช้เองแล้ว ชาวอุโมงค์โฮมสเตย์ยังเปิดสอนให้กับผู้ที่มาพักได้เรียนรู้ทุกขั้นตอนอย่างละเอียดอีกด้วย

4. กลุ่มวิสาหกิจชุมชนบ้านริมคลองโฮมสเตย์ จ.สมุทรสงคราม
สัมผัสวิถีชีวิตของชุมชนริมน้ำและท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ ที่ยังคงศิลปวัฒนธรรมและประเพณีที่มีความเป็นเอกลักษณ์เฉพาะของชุมชน ไม่ว่าจะเป็นการทำขนมไทยโบราณ การแสดงดนตรีไทย การทำบุญใส่บาตรพระทางเรือ การใช้เรือเป็นพาหนะแบบดั้งเดิม การทำน้ำตาลมะพร้าว หรือการทำสวนผลไม้หลากหลายพันธุ์ ที่สำคัญและพลาดไม่ได้คือ การนั่งเรือชมหิ่งห้อยยามค่ำคืน ที่ถือเป็นเสน่ห์ของชุมชนริมน้ำ แสดงถึงความสมบูรณ์ของระบบนิเวศ ธรรมชาติที่สะอาดบริสุทธิ์ และปราศจากมลพิษ

5. กลุ่มท่องเที่ยวบ้านน้ำเชี่ยว จ.ตราด
บ้านน้ำเชี่ยวเป็นหมู่บ้านชาวประมงที่มีภูมิปัญญาโดดเด่นด้านการทำงอบหรือหมวกใบจาก ซึ่งเป็นที่รู้จักกันดีในนาม ‘งอบน้ำเชี่ยว’ ที่นี่คุณจะได้สัมผัสชีวิตความเป็นอยู่ของชุมชนชาวประมงบ้านน้ำเชี่ยว ได้ลองเป็นชาวประมงออกเรือไปจับกุ้งหอยปูปลากลางทะเล ได้เรียนรู้วิธีการทำงอบน้ำเชี่ยวจากผู้เชี่ยวชาญในชุมชน ตั้งแต่การนั่งเรือ เดินลุยน้ำเพื่อตัดใบจาก กลับมานั่งสานแบบเส้นต่อเส้นจนกระทั่งเสร็จเป็นชิ้นงานจนลืมกลับบ้านกันเลยทีเดียว

6. ชุมชนเกาะยาวน้อย จ.พังงา
มาใช้ชีวิตแบบชาวเกาะที่ชุมชนเกาะยาวน้อยกับการท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ สัมผัสและเรียนรู้วิถีชีวิตชาวประมงซึ่งส่วนใหญ่เป็นชาวมุสลิม โดยเน้นการเรียนรู้วิถีชีวิตควบคู่ไปกับการอนุรักษ์ ที่นี่คุณสามารถไปเหวี่ยงแหจับปลากับครอบครัวชาวประมงพื้นบ้าน เลือกชมหรือช้อปสินค้าที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม การทำอาหารร่วมกัน เรียนรู้การลงอวนกุ้ง อวนปู การเลี้ยงปลาและกุ้งมังกรในกระชัง ท่องเที่ยวดูป่าชายเลนและร่วมกันปลูกป่าชายเลน ชมต้นโพทะเลที่ใหญ่ที่สุดในประเทศ ขนาด 30 คนโอบ และบ่อน้ำจืดในทะเล ที่เมื่อน้ำทะเลลดลงจนแห้งจะปรากฏเป็นน้ำจืดผุดขึ้นมาแทน

7. หมู่บ้านคีรีวง จ.นครศรีธรรมราช
ชาวคีรีวงนับเป็นชุมชนเข้มแข็งที่ยืนหยัดด้วยตัวเอง เห็นความสำคัญของธรรมชาติ การดำเนินชีวิตแบบยั่งยืน และการท่องเที่ยวเชิงนิเวศ ที่นี่คุณจะได้เรียนรู้วิถีชีวิตของชาวชุมชนคีรีวงท่ามกลางธรรมชาติ ชมกลุ่มกิจกรรมต่างๆ ลงมือทำผ้ามัดย้อม และผ้าบาติกลายเทียนสีธรรมชาติ ทำเครื่องประดับจากลูกไม้ ลิ้มลองผลไม้และอาหารท้องถิ่น เล่นน้ำในลำธาร เลือกซื้อผลิตภัณฑ์ของฝากจากชุมชนคีรีวง อาทิ เครื่องประดับจากลูกไม้ ผ้ามัดย้อมสีธรรมชาติ สบู่และผลิตภัณฑ์จากเปลือกมังคุด ผลไม้จากสวนของชาวบ้าน
สำหรับผู้สนใจการประกวดสามารถติดตามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ www.creativemove.com/greenrangers และ www.facebook.com/thegreenrangers