อินโดนีเซียเสนอการยกเว้นภาษีให้ผู้ส่งออก


อินโดนีเซีย เสนอการยกเว้นภาษีให้กับบริษัทที่ส่งออกอย่างน้อย 30% ของการผลิต เพื่อสนับสนุนการส่งออกสินค้า หลังยุคเติบโตของสินค้าโภคภัณฑ์ได้จบลง (Commodity boom is over)

สำนักข่าวรอยเตอร์ รายงานว่า นายโจโก วิโดโด ประธานาธิบดีอินโดนีเซีย ได้ลงนามในแพคเกจจูงใจทางภาษีในช่วงเดือนนี้และจะมีผลในช่วงต้นเดือนพฤษภาคม โดยแพคเกจนี้รวมไปถึงการยกเว้นภาษีสำหรับบริษัทข้ามชาติ ที่นำกำไรกลับมาลงทุนในประเทศ แทนที่จะเอาไปจ่ายเงินปันผล (dividends) แก่ผู้ถือหุ้นต่างชาติ ซึ่งเป็นนโยบายที่มุ่งจะลดการขาดดุลบัญชีเดินสะพัด

ในปี 2557 การเติบโตในอินโดนีเซียได้ลดลงต่ำสุดในรอบ 5 ปีที่ 5.02%  นายวิโดโด ได้กล่าวว่า ต้องการทำให้การเติบโตเฉลี่ยอยู่ที่ 7% ในช่วงเวลา 5 ปีที่ดำรงตำแหน่ง โดยภาคการลงทุนจะเป็นตัวขับเคลื่อนหลัก ไม่ใช่การบริโภค นายวิโดโด มุ่งหวังที่จะเห็นการเติบโตทางเศรษฐกิจที่ 5.7% ในปีนี้ แม้ว่านักเศรษฐศาสตร์หลายคนจะมองว่าเป้าหมายดังกล่าวบรรลุได้ยาก

การส่งออกของอินโดนีเซียได้ลดลงในปีนี้ ท่ามกลางราคาถ่านหินและสินค้าโภคภัณฑ์อื่นๆที่ตกต่ำ, ในไตรมาสแรกของปีนี้ การส่งออกตกลง 11.67% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน แต่นักวิเคราะห์มองว่า มาตรการจูงใจทางภาษีอย่างเดียวไม่เพียงพอที่จะฟื้นฟูการส่งออก ซึ่งหดตัวลงติดต่อกัน 6 เดือน ในฐานเทียบปีต่อปี 

นาย Eric Sugandi นักเศรษฐศาสตร์ของธนาคารสแตนดาร์ดชาร์เตอร์ด กล่าวว่า รัฐบาลอินโดนีเซียต้องการผลักดันให้บริษัททำการส่งออก แต่บริษัทจะส่งออกหรือไม่นั้นขึ้นอยู่กับโมเดลธุรกิจของพวกเขา หากบริษัทมุ่งทำธุรกิจในประเทศเป็นหลัก โดยบริษัทสินค้าอุปโภคบริโภคส่วนมากเป็นอย่างนั้น บริษัทเหล่านี้ก็ไม่ได้จะส่งออกสินค้าในทันที เพียงเพราะมาตรการจูงใจทางภาษี 

นาย Sugandi กล่าวว่า การลงทุนไม่น่าจะฟื้นตัวอย่างทันที จำเป็นต้องมีมาตรการที่มากกว่าแรงจูงใจทางภาษีที่จะดึงดูดนักลงทุน โดยสิ่งที่นักลงทุนต้องการก็คือโครงสร้างพื้นฐานและที่ดิน 

ทั้งนี้แพ็คเกจภาษีใหม่ ไม่ได้กำหนดเงื่อนไขต่อบริษัทว่าต้องมีจำนวนการลงทุนเท่าใด หรือมีจำนวนแรงงานกี่คน จึงจะมีสิทธิ์ในการได้รับการยกเว้นทางภาษี นอกจากนั้น รัฐบาลอินโดนีเซียยังขยายเซ็คเตอร์ธุรกิจที่มีสิทธิในการยื่นขอสิทธิประโยชน์นี้อีกด้วย

เครดิตภาพจาก www.indonesia-investments.com