นายกญี่ปุ่นหวังขายรถไฟความเร็วสูงให้สหรัฐ


นายกรัฐมนตรีญี่ปุ่น ชินโซ อาเบะ เตรียมทำหน้าที่หัวหน้าฝ่ายขายระบบรถไฟความเร็วสูง ในระหว่างการเยือนสหรัฐที่เริ่มขึ้นในวันอาทิตย์

วอลสตรีทเจอนัดล์ รายงานว่า บริษัทญี่ปุ่น ซึ่งได้รับการสนับสนุนจากรัฐบาล กำลังแย่งชิงโอกาสเข้าร่วม 3 โปรเจ็คส์รถไฟความเร็วสูง ที่กำลังอยู่ภายใต้การพิจารณาในสหรัฐอเมริกา โดยทั้ง 3 โปรเจ็คส์จะเชื่อมโยงลอสแองเจลิสและซานฟรานซิสโก, ดัลลัสและฮุสตัน และนิวยอร์กและวอชิงตันด้วยระบบรถไฟความเร็วสูง 

ทั้งนี้การส่งออกรถไฟหัวกระสุน หรือชินคันเซน นับเป็นองค์ประกอบที่สำคัญของยุทธศาสตร์ของนายอาเบะ ที่ต้องการฟื้นฟูเศรษฐกิจประเทศญี่ปุ่น โดยหากได้ทำสัญญากับสหรัฐ ก็จะช่วยทำให้ญี่ปุ่นสามารถขยายธุรกิจในประเทศอื่นๆได้ โดยเฉพาะในประเทศกำลังพัฒนาในเอเชีย และแข่งขันกับคู่แข่งจากจีนและยุโรป

เจ้าหน้าที่ญี่ปุ่น กล่าวว่า เมื่อไปเยือนรัฐแคลิฟอร์เนีย นายอาเบะคาดว่าจะกล่าวสุนทรพจน์ที่พยายามจะชักชวนผู้นำของรัฐแคลิฟอร์เนียให้เห็นถึงประโยชน์ของระบบรถไฟญี่ปุ่น รวมถึงเรื่องประวัติความปลอดภัยที่แข็งแรง, ความน่าเชื่อถือ, และความพร้อมของการจัดหาเงินทุนที่ราคาไม่แพง โดยทางรัฐได้ตกลงในเดือนมกราคมเกี่ยวกับรถไฟความเร็วสูงที่จะเชื่อมลอสแองเจลิสและซานฟรานซิสโก ด้วยต้นทุนประมาณ 68,000 ล้านดอลลาร์ แต่ก็ยังไม่ได้ตัดสินใจว่าจะเลือกซัพพลายเออร์รถไฟจากบริษัทใด โดยระยะทางระหว่าง 2 เมืองอยู่ที่ 559 กิโลเมตร

นายกรัฐมนตรีญี่ปุ่น ยังถูกคาดว่าจะกล่าวเน้นความสำเร็จล่าสุดของรถไฟแม็กเลฟ หรือรถไฟพลังแม่เหล็กความเร็วสูงของญี่ปุ่น ที่ทุบสถิติความเร็วสูงระดับโลก ด้วยความเร็ว 603 กิโลเมตรต่อชั่วโมงในการทดสอบใกล้ภูเขาไฟฟูจิ ทั้งนี้ในสุนทรพจน์ครบรอบ 50 ปีของรถไฟชินคันเซนในเดือนตุลาคมปีที่แล้ว นายอาเบะได้กล่าวว่า เขาได้เสนอต่อประธานาธิบดีบารัค โอบามาให้เปิดตัวรถไฟแม็กเลฟในตะวันออกเฉียงเหนือของสหรัฐในฐานะเป็นสัญลักษณ์ของความร่วมมือทวิภาคี 

ทั้งนี้ความสำเร็จในตลาดอเมริกาจะช่วยกระตุ้นส่งเสริมแคมเปญของญี่ปุ่นสำหรับโปรเจ็คส์รถไฟในตลาดอื่นๆ และทำให้ญี่ปุ่นไล่ตามบริษัทยุโรปรายใหญ่ เช่น อัลสตอม เอสเอ (Alstom SA),  ซีเมนส์ เอจี (Siemens AG), บอมบาร์เดียร์ (Bombardier) รวมถึงรัฐวิสาหกิจจีนที่กำลังเติบโตอย่างไชน่า ซีเอ็นอาร์ คอร์ป และซีเอสอาร์ คอร์ป โดยญี่ปุ่นกำลังศึกษาความเป็นไปได้สำหรับโปรเจ็คส์รถไฟในอินเดีย, ไทย, เวียดนาม และอินโดนีเซีย แต่ก็ยังไม่มีประเทศไหนที่ให้คำมั่นว่าจะให้ธุรกิจแก่บริษัทญี่ปุ่น

ทางด้านจีนก็กำลังพัฒนาอุตสาหกรรมรถไฟความเร็วสูงอย่างรวดเร็ว โดยบริษัทจีนกำลังแข่งกับบริษัทญี่ปุ่นในตลาดเดียวกัน และมักจะนำเสนอราคาที่ต่ำกว่ามาก

เครดิตภาพจาก www.brookings.edu