ราคาข้าวในอินโดนีเซียสูงขึ้น เพราะความลำบากในการกระจายสินค้า


         Jasuf Kally รองประธานาธิบดี ประเทสอินโดนีเซีย เผย ราคาข้าวในหลายพื้นที่ของอินโดนี้เซียเพิ่มสูงขึ้น เนื่องจากความลำบากในการกระจายสินค้า ราคาขายปลีกข้าวเฉลี่ยอยู่ที่ประมาณ 10,000 รูเปียห์ต่อกิโลกรัม

         รองประธานาธิบดี Jasuf Kally กล่าวว่า ราคาข้าวเพิ่มขึ้นในหลายพื้นที่ของประเทศ เนื่องมาจากความยุ่งยากในการกระจายสินค้า หลังจากการเข้าชมคลังสินค้าของสำนักงานโลจิสติกส์ของรัฐ (Bulog) สำนักงานสุราเวสีตอนใต้ และสุราเวสีตะวันตก ในเมือง Makassar อย่างกะทันหัน

         ในขณะเดียวกัน Abdullah Jawas หัวหน้า Bulog สาขาสุราเวสีตอนใต้และสุราเวสีตะวันตก ได้กล่าวว่า การจัดหาข้าวในคลังสินค้ามีถึง 90,000 ตัน จำนวนดังกล่าวประมาณการว่าจะเพียงพอถึง 10 เดือนข้างหน้า ซึ่งในเดือนมีนาคม คาดว่าจะเพิ่มขึ้นประมาณ 350,000 – 500,000 ตัน ซึ่งสำนักงาน Bulog สุราเวสีตอนใต้และสุราเวสีตะวันตกต่างยอมรับว่าได้รับความเดือดร้อนในด้านรักษาระดับราคาข้าว โดยต้องจัดหาข้าวให้กับ 22 จังหวัด รวมทั้งกรุงจาการ์ตา ซึ่งจะได้รับข้าวจำนวน 4,000 ตันในเดือนหน้า

         ตามรายงานล่าสุด ระบุว่าราคาขายปลีกข้าวเฉลี่ยอยู่ที่ประมาณ 10,000 รูเปียห์ต่อกิโลกรัม แต่ในหลายภูมิภาคที่ผลิตข้าวจะมีราคาข้าวถูกกว่า เช่น สุราเวสีตอนใต้ เป็นต้น ในขณะเดียวกัน เพื่อให้แน่ใจว่าสาเหตุที่ทำให้ราคาข้าวสูงขึ้นเป็นเพราะอะไรกันแน่ กระทรวงการค้าได้มีการตั้งทีมตรวจสอบกรณีพิเศษ โดยให้ทีมงานดังกล่าวจะประสานงานกับสำนักงานตำรวจสืบสวนคดีอาชญากรรมแห่งชาติ (Bareskrim), สำนักข่าวกรองแห่งชาติ (BIN) และสถาบันตรวจสอบ เพื่อตรวจสอบหาสาเหตุที่แน่ชัดต่อไป

 

ประเทศอินโดนีเซีย สคร. จาการ์ตา