การส่งออกมะม่วงไทยไปต่างแดน


        มะม่วงเป็นผลไม้ที่คนไทยรู้จักคุ้นเคยกันเป็นอย่างดี เพราะคนไทยนิยมปลูกเพื่อรับประทานผล และให้ร่มเงาแก่ที่อยู่อาศัย ด้วยสภาพภูมิอากาศที่เอื้ออำนวยจึงส่งผลให้มะม่วงไทยเจริญเติบโตได้เป็นอย่างดี ซึ่งประเทศไทยนั้นมีกว่า 170 สายพันธุ์ และสายพันธุ์ที่ได้รับการส่งเสริมให้ปลูกเพื่อรับประทานดิบ ได้แก่ เขียวเสวย แรด ทองคำ หนองแซง ฟ้าลั่น เป็นต้น ส่วนมะม่วงน้ำดอกไม้ เป็นพันธุ์มะม่วงที่รับประทานตอนสุกครองอันดับหนึ่ง โดยได้รับความนิยมมากในตลาดมาเลเซีย สิงค์โปร์ และญี่ปุ่น

        นอกจากนี้มะม่วงยังไม่ค่อยมีปัญหาเรื่องราคาตก จนต้องออกมาประท้วงเหมือนพืชทางการเกษตรอื่น ๆ  ส่วนปัญหาเรื่องราคาของมะม่วงก็ไม่หนักหนาเหมือนพืชอื่น ๆ และมีความสมดุลระหว่างปริมาณผลผลิตแต่ละปีกับปริมาณความต้องการของผู้บริโภค อีกทั้งเทคโนโลยีในการควบคุมปริมาณการออกดอกที่พัฒนาจนสามารถกระจายผลผลิตได้ตลอดปี

         สำหรับการส่งออก ถึงแม้ในประเทศไทยจะมีการปลูกมะม่วงอย่างแพร่หลายทั่วภูมิภาค แต่พบว่าการส่งออกมะม่วงไปต่างประเทศนั้นมีเพียงร้อยละ 1.7 เท่านั้นส่วนร้อยละ 98 เป็นการบริโภคในประเทศเท่านั้น สถานการณ์การผลิตและการตลาดมะม่วงไทย ข้อมูลจากศูนย์สารสนเทศการเกษตร สำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร โดยความร่วมมือกับกรมส่งเสริมการเกษตร ระบุว่า ในปี พ.ศ. 2557 มีพื้นที่ปลูกมะม่วงทั่วประเทศ 2,131,590 ไร่ ผลผลิต 3,308,230 ตัน พบว่ามูลค่าส่งออกมะม่วงในตลาดโลก 170,460.64 ล้านบาท ไทยได้มีส่วนแบ่งทางการตลาดอยู่อันดับที่ 9 โดยประเทศที่มีการส่งออกมากที่สุดคือ เม็กซโก 22.64% รองลงมาคือ อินเดีย 20.25% บราซิล13.18% ปากีสถาน 6.94% เนเธอร์แลนด์ 6.42% เปรู 5.71% เอกวาดอร์ 4.31% ฟิลลิปปินส์ 3.61% และจีน 1.31% ส่วนไทยมีส่วนแบ่งทางการตลาดเพียง 1.55% เท่านั้น ซึ่งถือว่าเรายังสามารถขยายตลาดสู่ต่างประเทศได้อีกมาก

         สำหรับแนวทางการพัฒนามะม่วงไทยเพื่อให้สามารถส่งออกไปต่างแดนได้นั้นต้องอาศัยความร่วมมือจากภาครัฐ และเอกชน เพื่อพัฒนาในด้านคุณภาพให้ถูกต้องตามเกณฑ์มาตรฐาน และการศึกษาความรู้เพิ่มเติมจากเกษตรกรเองเพื่อนำไปสู่ความก้าวหน้าอีกขั้นในการตีตลาดต่างประเทศของไทย