มาเลเซียมาถึงครึ่งทางการเป็นประเทศพัฒนาแล้วในปี 2020


มาเลเซีย กล่าวว่า การลงทุนภาคเอกชนเพิ่มสูงขึ้น 11% ในปี 2557 และเดินมาถึงครึ่งทางของการเป็นประเทศพัฒนาแล้วในปี 2020

สำนักข่าวรอยเตอร์ รายงานว่า นายนาจิบ ราซัค นายกรัฐมนตรีมาเลเซีย กล่าวในวันอังคารระหว่างแถลงรายงานโปรแกรมปฏิรูปเศรษฐกิจ (Economic Transformation Programme-ETP) ว่าคำมั่นการลงทุนในภาคเอกชนเพิ่มสูงขึ้นเป็น 146,100 ล้านริงกิต หรือ 41,110 ล้านดอลลาร์ จาก 131,700 ล้านริงกิตเมื่อปีก่อน โดยการลงทุนรวมในมาเลเซียเติบโตสู่ 228,000 ล้านริงกิตในปีที่แล้ว เพิ่มขึ้นจาก 217,000 ล้านริงกิตในปี 2013

นายนาจิบ กล่าวในรายงานว่า ในปัจจุบัน เรากำลังอยู่ครึ่งทางของเป้าหมายของมาเลเซียที่จะบรรลุการเป็นประเทศพัฒนาแล้วในปี 2020 และผมมีความดีใจว่าเรายังคงไปตามแผน ทั้งนี้การลงทุนภาครัฐในปี 2014 ได้ลดลงสู่ 81,900 ล้านริงกิต หรือ 36% ของการลงทุนรวม เทียบกับ 40% ในปี 2013 โดยตัวเลขนี้สอดคล้องกับวัตถุประสงค์ของโปรแกรมปฏิรูปเศรษฐกิจ ที่ต้องการลดการใช้จ่ายของภาครัฐและเพิ่มบทบาทของภาคเอกชนในฐานะเป็นตัวจักรหลักในการขับเคลื่อนการเติบโตของเศรษฐกิจ

โปรแกรมปฏิรูปเศรษฐกิจ ได้ถูกเปิดตัวในปี 2010 เพื่อจัดการกับปัญหาการลงทุนภาคเอกชนและต่างชาติที่ไม่มีพลังในมาเลเซีย และเพื่อยกระดับเศรษฐกิจมาเลเซียให้เป็นประเทศที่มีรายได้สูงในปี 2020 โดยโปรแกรมนี้ตั้งเป้าที่จะทำให้เกิดการลงทุน 444,000 ล้านดอลลาร์ และเพิ่มรายได้ต่อหัวต่อปีให้อยู่ที่ 15,000 ดอลลาร์ ทั้งนี้รายได้ประชาชาติต่อหัว (gross national income per person) ในมาเลเซียเพิ่มสูงขึ้นมาอยู่ที่ 10,426 ดอลลาร์ในปี 2014 จาก 10,106 ดอลลาร์ในปี 2013 สอดคล้องกับเป้าหมายของรัฐบาลที่ตั้งเป้าไว้ที่ 15,000 ดอลลาร์ภายในปี 2020 หรือก่อนหน้านั้น

เศรษฐกิจของมาเลเซีย ซึ่งเป็นประเทศส่งออกน้ำมันสุทธิ เติบโตเร็วที่สุดในรอบ 4 ปี อยู่ที่ 6% ในปี 2014 โดยขัดฝืนราคาน้ำมันและราคาสินค้าโภคภัณฑ์ที่ลดต่ำลง ด้วยการเพิ่มขึ้นของภาคก่อสร้างและการผลิต อย่างไรก็ตามนักวิเคราะห์ มองว่า รายได้ของมาเลเซีย อาจเริ่มได้รับผลกระทบจากราคาน้ำมันโลกที่อ่อนตัวในช่วงเดือนข้างหน้า 

เครดิตภาพจาก www.ibtimes.co.uk