เศรษฐกิจอินโดนีเซียเติบโตช้าสุดในรอบมากกว่า 5 ปี


เศรษฐกิจอินโดนีเซียขยายตัว 4.71% ในไตรมาสแรก ซึ่งเป็นระดับที่ช้าที่สุดในรอบมากกว่า 5 ปี โดยได้รับผลกระทบจากการส่งออกที่อ่อนแอและราคาน้ำมันดิบที่ร่วงลง

The Jakarta Globe รายงานว่า หน่วยงานสถิติกลาง (Central Statistics Agency- BPS) กล่าวว่า จีดีพีของอินโดนีเซียเติบโต 4.71% ในช่วงเดือนมกราคม-มีนาคม เทียบกับช่วงเดียวกันของปี 2557 โดยการเติบโตช้าลงจาก 5.01% ในไตรมาส 4 ปีที่แล้วและอยู่ในระดับอ่อนแอที่สุดตั้งแต่การเติบโต 4.12% ในไตรมาส 3 ปี 2552 หากนับการเติบโตจากพื้นฐานไตรมาสสู่ไตรมาส จีดีพีเติบโต 0.18%

นาย Suryamin หัวหน้าของหน่วยงานสถิติกลาง กล่าวว่า การขยายตัวทางเศรษฐกิจได้รับผลกระทบจากการถดถอยทางเศรษฐกิจของประเทศเป้าหมายการส่งออกและราคาน้ำมันดิบที่อ่อนแอ

นาย Eric Alexander Sugandi นักเศรษฐศาสตร์ของสแตนดาร์ดชาร์เตอร์ดที่กรุงจาร์กาต้า กล่าวว่า ราคาโภคภัณฑ์ที่ลดลงได้ส่งผลกระทบต่อจีดีพีในรายจังหวัด (provinces’s GDP) ซึ่งจะส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจชาติ

นาย Suryamin กล่าวว่า ทุกเซ็คเตอร์ได้รับผลกระทบจากดีมานด์โลกที่อ่อนแอ โดยภาคเหมืองแร่ติดลบ 2.2% ในไตรมาสแรก เปรียบเทียบกับช่วงเดียวกันของปีที่แล้ว, ในไตรมาสแรก การส่งออกได้ลดลง 12% ขณะที่การนำเข้าลดลง 15% นอกจากนั้น การบริโภคครัวเรือน ซึ่งคิดเป็น 56% ของกิจกรรมเศรษฐกิจ ขยายตัว 5% ในไตรมาสแรก แสดงถึงการหดตัวของอำนาจซื้อของผู้บริโภค

การลงทุน ซึ่งคิดเป็นประมาณ 1 ใน 3 ของจีดีพีอินโดนีเซีย ขยายตัว 4.4%, ทางด้านการใช้จ่ายภาครัฐเพิ่ม 2.2% แม้ว่ารัฐบาลอินโดนีเซียประสบความยากลำบากในการทำงานหลายโปรเจ็คส์และรายได้ภาษีที่อ่อนแอ โดยหลายธุรกิจได้ปรับเป้าการเติบโตให้สอดคล้องกับการคาดการณ์ที่ต่ำลงของเศรษฐกิจ โดยสมาคมผู้ผลิตยานยนต์อินโดนีเซีย ได้ตั้งเป้าขายรถยนต์ 1.1 ล้านคัน ลดลงจากเป้าเดิมที่ 1.2 ล้านคัน

เครดิตภาพจาก www-techinasia.netdna-ssl.com