เศรษฐกิจอินโดนีเซียซบเซา กระทบธุรกิจรถยนต์ถึงบะหมี่


ชาวอินโดนีเซียคิดหนักก่อนซื้อสินค้า ไม่ว่าจะเป็นรถยนต์, มอเตอร์ไซค์ หรือแพ็คบะหมี่กึ่งสำเร็จรูป ซึ่งเป็นข่าวร้ายสำหรับบริษัทอุปโภคบริโภคขนาดใหญ่

สำนักข่าวรอยเตอร์ รายงานว่า การชะลอการซื้อสินค้าของชาวอินโดนีเซีย ส่งผลกระทบต่อบริษัทผลิตสินค้าอุปโภคบริโภคขนาดใหญ่ และส่งผลลบต่อเศรษฐกิจอินโดนีเซียที่พึ่งพิงการใช้จ่ายครัวเรือน โดยจากข้อมูลของทอมสัน รอยเตอร์ บริษัทคอนซูเมอร์ขนาดใหญ่ 10 อันดับที่จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ รายงานยอดขายเฉลี่ยในไตรมาสแรกที่ 12.7 ล้านล้านรูเปียห์ หรือ 974 ล้านดอลลาร์ ซึ่งเป็นระดับต่ำสุดนับตั้งแต่ไตรมาสหนึ่งในปีที่แล้ว 

บริษัทจัดจำหน่ายรถยนต์รายใหญ่ที่สุดในอินโดนีเซีย พีที แอสตรา อินเตอร์เนชั่นแนล ทีบีเค (PT Astra International Tbk) นับเป็นหนึ่งในบริษัทที่ได้รับผลกระทบหนักสุด โดยรายได้ลดลง 9% จากปีก่อน นาย Adrianus Bias Prasuryo นักวิเคราะห์อาวุโสของ Ciptadana Securities กล่าวว่า ราคาพลังงานที่พุ่งสูงขึ้นในเดือนพฤจิกายนและค่าเงินรูเปียห์ที่อ่อนค่าได้ลดกำลังซื้อในประเทศอินโดนีเซีย ซึ่งมีประชากร 250 ล้านคน

บริษัทผลิตสินค้าอุปโภคบริโภค เช่น PT Indofood Sukses Makmur Tbk ซึ่งเป็นหนึ่งในบริษัทผลิตบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปรายใหญ่ที่สุดรายหนึ่งของโลก ก็ได้รับผลกระทบจากค่าไฟที่สูงขึ้นและต้นทุนการขนส่งที่เพิ่มขึ้น โดยการแข่งขันที่รุนแรงในอินโดนีเซียได้ทำให้เป็นเรื่องยากสำหรับสำหรับธุรกิจที่จะเพิ่มราคาสินค้าเพื่อเพิ่มกำไร

ในไตรมาสแรก เศรษฐกิจอินโดนีเซียขยายตัวในระดับอ่อนแอที่สุดนับตั้งแต่ปี 2552 โดยการเติบโตต่อปีของการบริโภคภาคเอกชน ซึ่งคิดเป็นมากกว่าครึ่งหนึ่งของจีดีพี ได้เติบโตช้าลงสู่ 5.01% จาก 5.35% ในปีที่แล้ว นอกจากนั้น ดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภค ที่รวบรวมโดยธนาคารกลางอินโดนีเซีย ก็ลดลงสู่ 107.4 ในเดือนเษายนจาก 116.9 ในเดือนมีนาคม สะท้อนว่าผู้บริโภคชาวอินโดนีเซียชะลอการซื้อสินค้าคงทนเนื่องจากรายได้ที่ลดลงและโอกาสหางานที่ลดลง

เครดิตภาพจาก http://www.themalaysianinsider.com/