สินค้าอ่อนไหวของไทยในโลก AEC


         หลังการเปิดประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน หรือ AEC สมาชิกทั้งหมดได้ทำข้อตกลงกันในเรื่องการเคลื่อนย้ายสินค้าและบริการให้ปราศจากกำแพงภาษี แต่มีข้อยกเว้นสำหรับสินค้าอ่อนไหว โดยสินค้าอ่อนไหวเป็นประเภทสินค้าที่มีความสำคัญ และมีผลกระทบต่อการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมของประเทศ ซึ่งไม่ต้องการให้มีคู่แข่งมาก หรือต้องการใช้เวลาเพื่อสร้างความเข้มแข็งให้อุตสาหกรรมประเภทนั้น ซึ่งแต่ละแต่ละประเทศต่างมีสิทธิในการระบุบัญชีสินค้า โดยมีกรอบ ระยะเวลาตามความเหมาะสม

           สำหรับประเทศไทยสินค้าอ่อนไหว (Sensitive List) ภาษีเป็น 0% แต่ต้องไม่เกิน 5% ส่วนสินค้าอ่อนไหวสูง (Highly Sensitive List) ให้กำหนดภาษีได้เป็นพิเศษแต่ต้องลดลงในระดับที่สมาชิกยอมรับได้ สำหรับสินค้าอ่อนไหว (Sensitive List) ในแต่ละประเทศอาเซียน มีดังนี้

สินค้าอ่อนไหว (Sensitive List)

ประเทศไทย : กาแฟ มันฝรั่ง มะพร้าวแห้ง ไม้ตัดดอก

ประเทศบรูไน : กาแฟ ชา

ประเทศกัมพูชา : เนื้อไก่ ปลามีชีวิต ผักผลไม้บางชนิด พืชบางชนิด

ประเทศลาว : สัตว์มีชีวิต เนื้อโคกระบือ สุกร ไก่ ผักผลไม้บางชนิด ข้าว ยาสูบ

ประเทศมาเลเซีย : สัตว์มีชีวิตบางชนิด เนื้อสุกร ไก่ ไข่ พืชบางชนิด ผลไม้บางชนิด ยาสูบ

ประเทศพม่า : ถั่ว กาแฟ น้ำตาล ไหม ฝ้าย

ประเทศฟิลิปปินส์ : สัตว์มีชีวิตบางชนิด เนื้อสุกร ไก่ มันสำปะหลัง ข้าวโพด

ประเทศเวียดนาม : สัตว์บางชนิด เนื้อไก่ไข่ พืชบางชนิด เนื้อสัตว์ปรุงแต่ง น้ำตาล

ส่วนประเทศสิงคโปร์และประเทศอินโดนีเซีย ไม่มีรายการสินค้าอ่อนไหว

สินค้าอ่อนไหวสูง (Highly Sensitive List)

                ประเทศมาเลเซีย : สินค้าข้าวเก็บภาษี 20% ในปี 2010 คงอัตรา มาจนถึงปี 2015

ประเทศอินโดนีเซีย : สินค้าข้าวเก็บภาษี 25% ภายในปี 2015 น้ำตาลจากภาษี 40% ลดลงเป็น 5-10% ปี 2015

ประเทศฟิลิปปินส์ :  สินค้าข้าว คงอัตรา 40% ถึงปี 2014 ลดเป็น 35% ปี 2015 ทั้งนี้ยังรอการเจรจาอยู่ และน้ำตาล คงอัตรา 38% ถึงปี 2011 และลดตามลำดับเป็น 5% ในปี 2015

           การเปิด AEC จะช่วยให้ผู้ประกอบการในภูมิภาคทำการค้ากับประเทศสมาชิกได้ง่ายขึ้น อีกทั้งยังเป็นการรวมตัวเพื่อสร้างความแข็งแกร่งให้แก่กิจการต่าง ๆ ของตนเอง ซึ่งประเทศไทยนอกจากได้รับผลประโยชน์ในด้านการส่งออกแล้ว ด้านศักยภาพที่ค่อนข้างเหนือกว่าหลายประเทศจะส่งผลให้เศรษฐกิจของไทยเติบโตขึ้นจากการค้าใน AEC