ตัวเลขเศรษฐกิจจีนยังคงอ่อนแอ


ผลผลิตของโรงงานในจีนเติบโต 5.9% ในเดือนเมษายน เทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ซึ่งต่ำกว่าคาดกาณณ์เล็กน้อย และเพิ่มความคาดหวังว่ารัฐบาลจีนจะเพิ่มความพยายามในการกระตุ้นเศรษฐกิจที่ชะลอตัว

สำนักข่าวรอยเตอร์ รายงานว่า ตัวเลขทางเศรษฐกิจที่อ่อนแอถูกคาดหมายไว้ก่อนหน้านี้ หลังจากธนาคารกลางจีนลดดอกเบี้ยในวันอาทิตย์ที่ผ่านมา ซึ่งนับเป็นครั้งที่ 3  ในรอบ 6 เดือน เพื่อลดต้นทุนการกู้ยืมของบริษัทและเพิ่มกิจกรรมทางเศรษฐกิจ เนื่องจากเศรษฐกิจจีนกำลังมุ่งไปสู่ระดับที่เลวร้ายที่สุดในรอบ 25 ปี

ผลสำรวจนักวิเคราะห์ที่จัดทำโดยรอยเตอร์ ได้คาดการณ์ผลผลิตของโรงงานในจีน เติบโต 6% ในเดือนเมษายน เพิ่มขึ้นจาก 5.6% ในเดือนมีนาคม โดยตัวเลขในเดือนมีนาคมนับเป็นระดับที่อ่อนแอที่สุดนับจากเกิดวิกฤติการเงินโลก, สำนักงานสถิติแห่งชาติจีน เผยว่า การลงทุนในสินทรัพย์ถาวร ซึ่งตัวเป็นขับเคลื่อนหลักของเศรษฐกิจจีน เติบโต 12% ในช่วงเดือนมกราคม-เมษายนเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ซึ่งเป็นระดับที่ช้าที่สุดตั้งแต่เดือนธันวาคมปี 2543

นักเศรษฐศาสตร์ได้คาดการณ์ว่า การลงทุนในสินทรัพย์ถาวรจะเติบโต 13.5% ระดับเดียวกับไตรมาสแรกของปีนี้ ทั้งนี้ การลงทุนในสินทรัพย์ถาวรที่ลดลงแสดงว่า การใช้จ่ายของทั้งภาครัฐและภาคเอกชนมีการเติบโตช้าลง และการหดตัวอย่างแรงเซ็คเตอร์เหมืองแร่โลหะ (metal mining) นอกจากนั้น การใช้จ่ายโดยภาพรวมก็ชะงักงัน 

ทางด้านยอดขายค้าปลีกของจีนเติบโต 10% จากเดือนที่แล้ว น้อยกว่าการคาดการณ์ที่มองว่าจะขยายตัว 10.5%, ข้อมูลในสัปดาห์ที่แล้วแสดงว่า การส่งออก-การนำเข้า-เงินเฟ้อ ล้วนแล้วแต่อ่อนแอกว่าที่คาดการณ์ ซึ่งเป็นการย้ำว่าเศรษฐกิจจีนอยู่ภายใต้แรงกดดันต่อเนื่องจากดีมานด์ที่อ่อนตัวในประเทศและต่างประเทศ

เศรษฐกิจจีนเติบโต 7% ในไตรมาสแรกของปีนี้ ซึ่งเป็นระดับที่ช้าที่สุดในรอบ 6 ปี และข้อมูลในเดือนเมษายนก็สะท้อนว่าจีนกำลังสูญเสียโมเมมตัมมากขึ้นในการมุ่งไปสู่ไตรมาส 2 และสร้างความท้าทายเพิ่มขึ้นต่อปักกิ่งที่จะหาส่วนผสมของนโยบายที่ถูกต้องเพื่อจะกระตุ้นกิจกรรมทางเศรษฐกิจ

เครดิตภาพจาก www.telegraph.co.uk