เศรษฐกิจฟิลิปปินส์โตแซงหน้าเพื่อนบ้าน


เศรษฐกิจฟิลิปปินส์ กำลังแซงหน้าประเทศอื่นในภูมิภาค ด้วยอัตราการเติบโตเร็วที่สุดในหมู่เศรษฐกิจขนาดใหญ่ในเอเชียตะวันออก รองจากจีน

วอลสตรีทเจอนัลด์ รายงานว่า เศรษฐกิจฟิลิปปินส์เติบโต 6.1% ในปี 2557 และธนาคารกลางตั้งเป้าการเติบโต 7-8% ในปี 2558 เปรียบเทียบกับการเติบโต 0.9% ในประเทศไทยและ 5% ในอินโดนีเซียในปี 2557, ในช่วงหลายปีที่ผ่านมา ฟิลิปปินส์ถูกมองว่าเป็นเศรษฐกิจที่ซบเซา โดยได้รับผลกระทบจากการคอรัปชั่นและระบบราชการที่ไม่มีประสิทธิภาพ

นายเบนิโย อาควิโน ประธานาธิบดีฟิลิปปินส์ ซึ่งขึ้นสู่อำนาจเมื่อ 5 ปีที่แล้ว ได้ออกมาตรการเพื่อกำจัดคอรัปปชั่น และเน้นในเรื่องการใช้งบสาธารณะเพื่อช่วยกระตุ้นการเติบโต โดยรัฐบาลฟิลิปปินส์วางแผนที่จะใช้เงิน 13,000 ล้านดอลลาร์ในเรื่องโครงสร้างพื้นฐานในปีนี้ เพิ่มขึ้นจาก 2.8 พันล้านดอลลาร์ในปี 2553 และวางแผนใช้เงิน 18,000 ล้านดอลลาร์ในปี 2559

ในปีนี้ รัฐบาลฟิลิปปินส์ได้อนุมัติ 6 โครงการใหญ่ มูลค่าประมาณ 8 พันล้านดอลลาร์ ซึ่งรวมถึงโครงการทางรถไฟ 400 ไมล์เชื่อมระหว่างกรุงมะนิลา เมืองหลวงกับอัลเบย์  จังหวัดทางภาคใต้

ฟิลิปปินส์ยังมีข้อได้เปรียบอื่นอีก เช่น ประชากรวัยแรงงานที่กำลังขยายตัว สามารถพูดภาษาอังกฤษได้ และมากกว่า 60% ของประชากรฟิลิปปินส์อายุระหว่าง 15-64 ปี นอกจากนั้น ฟิลิปปินส์ยังมีแรงงานที่ทำงานในต่างประเทศที่ส่งเงินจำนวนมากกลับเข้าประเทศทุกเดือน และฟิลิปปินส์ยังแตกต่างจากเศรษฐกิจที่เสพติดสินเชื่อในภูมิภาค (credit-addicted economies) ตรงที่ระดับหนี้ครัวเรือนของฟิลิปปินส์จัดอยู่ในกลุ่มประเทศที่มีหนี้ครัวเรือนน้อยที่สุดในเอเชีย

นายตรินต์ เหงียน (Trinh Nguyen) นักเศรษฐศาสตร์ธนาคารเอชเอสบีซี กล่าวว่า ฟิลิปปินส์มีองค์ประกอบที่ทำให้เศรษฐกิจมีแนวโน้มจะเติบโต เช่น หนี้ที่อยู่ในระดับต่ำ, ธรรมมาภิบาลและประชากรศาสตร์ที่พัฒนาขึ้น 

อย่างไรก็ตาม เศรษฐกิจฟิลิปปินส์ก็ยังมีความเสี่ยง โดยการส่งออกหดตัวในไตรมาสแรก เนื่องจากดีมานด์ที่อ่อนแอและค่าเงินเปโซที่ค่อนข้างแข็ง โดยเงินเปโซแข็งขึ้นมากกว่า 7% เทียบกับเงินยูโรในปีนี้ ซึ่งทำให้การส่งเงินกลับประเทศ (remittances) มีมูลค่าน้อยลงในเดือนมกราคมและกุมภาพันธ์ 

ทั้งนี้การส่งเงินกลับประเทศของแรงงานฟิลิปปินส์นับว่ามีความสำคัญ โดยการส่งเงินกลับประเทศคิดเป็นประมาณ 10% ของจีดีพี นายเหงียน กล่าวในงานวิจัยว่าการส่งเงินกลับประเทศที่ชะลอตัวคือความกังวลที่ใหญ่ที่สุดของธนาคารกลาง โดยบาร์คเลย์กล่าวว่า ในปี 2557 ประมาณ 15% ของการส่งเงินกลับประเทศของชาวฟิลิปปินส์มีต้นทางมาจากยูโรโซน

อีกหนึ่งความเสี่ยงของเศรษฐกิจ ก็คือ ฟิลิปปินส์พึ่งพาการลงทุนจากต่างประเทศในตลาดหุ้นและพันธบัตร ซึ่งสามารถจะถูกดึงออกนอกประเทศอย่างรวดเร็ว หากสหรัฐขึ้นดอกเบี้ยในช่วงหลังของปีนี้

เครดิตภาพจาก www.philstar.com