GREXIT (กรีซิต) เกิดจากการผสมกันระหว่างคำว่า Greece (กรีซ) กับคำว่า Exit (ออกไป) โดย หลังจากกรีซกู้เงิน เพื่อลดวิกฤตทางเศรษฐกิจ ทำให้กรีซตกอยู่ในสภาพ bite the bullet อีกทั้งเศรษฐกิจของกรีซเกิดการหดตัว กรีซอาจเลือกที่จะไม่จ่ายหนี้ เป็นเหตุให้ต้องออกจากยูโรโซน
แต่การไม่มี ไม่หนี้ ไม่จ่ายของกรีซ กลับเป็นเหตุให้เกิดความเดือดร้อน โดยหากกรีซไม่สามารถตกลงกับกลุ่มเจ้าหนี้ได้ คาดว่าในระยะสั้นจะทำให้ประชากรของกรีซขาดความเชื่อมั่นในระบบการเงินประเทศของตนเอง เป็นเหตุให้แห่ไปถอนเงินออกจากธนาคาร จนทำให้ระบบปั่นป่วน ในขณะเดียวกันเมื่อการเงินย่ำแย่ ระบบธนาคารปั่นป่วน และกรีซเลือกที่จะไม่ใช้หนี้ จะนำไปสู่ Grexit หมายถึง กรีซต้องออกจากการเป็นสมาชิกยูโรโซน และอาจหมายถึงการล่มสลายของสกุลเงินยูโรอีกด้วย
สินค้าส่งออกสำคัญของไทยที่ไปยูโรโซนและกลุ่ม PIIGS ปี 2557
ยูโรโซน : คอมพิวเตอร์ อัญมณีและเครื่องประดับ รถยนต์ ผลิตภัณฑ์ยาง และไก่แปรรูป
โปรตุเกส : เม็ดพลาสติก รถยนต์ เครื่องวิดีโอและเครื่องเสียง เครื่องปรับอากาศ และผลิตภัณฑ์ยาง
ไอร์แลนด์ : คอมพิวเตอร์ไก่แปรรูป วงจรพิมพ์ แผงวงจรไฟฟ้า และเครื่องจักร
อิตาลี : เครื่องปรับอากาศ อัญมณีและเครื่องประดับ รถยนต์ปลาหมึกสดแช่เย็นแช่แข็ง และผลิตภัณฑ์ยาง
กรีซ : เครื่องปรับอากาศ รถยนต์อาหารทะเลกระป๋องและแปรรูป เม็ดพลาสติก และผลิตภัณฑ์ยาง
สเปน : เครื่องปรับอากาศ เคมีภัณฑ์เครื่องนุ่งห่ม ผลิตภัณฑ์ยาง และยางพารา
สำหรับผลกระทบที่อาจส่งผลต่อไทย ข้อมูลจากบทความของธนาคารเพื่อการส่งออกและนำเข้าแห่งประเทศไทย พบว่า ผลกระทบคือ
ผลกระทบต่อภาคการเงินของไทย
ผลกระทบทางตรง ค่อนข้างน้อย ได้แก่
– นักลงทุนต่างชาติที่ประสบวิกฤตเศรษฐกิจยุโรปแห่ถอนเงินลงทุนกลับประเทศ
– สถาบันการเงินไทยขาดทุนจากการลงทุนในสินทรัพย์ในยุโรปที่ประสบปัญหา อย่างไรก็ตาม เงินลงทุนในยุโรปของสถาบัน การเงินไทยมีสัดส่วนน้อยมากเมื่อเทียบกับสินทรัพย์รวม
ผลกระทบทางอ้อม มีความเสี่ยงจากสถาบันการเงินคู่ค้าประสบปัญหาและตลาดการเงินโลกผันผวนคือ
– สถาบันการเงินไทยอาจได้รับผลกระทบบ้างจากคู่ค้าที่เป็น สถาบันการเงินที่ประสบปัญหาขาดทุนจากการลงทุนในยุโรป
– ตลาดการเงินไทยจะผันผวนจากการเคลื่อนย้ายเงินทุนระหว่างประเทศ เนื่องจากนักลงทุนต่างชาติอาจโยกเงินจากสินทรัพย์ที่มีความเสี่ยง เช่น ตลาดทุนในประเทศตลาดใหม่รวมทั้งไทยไปลงทุนในสินทรัพย์ที่ปลอดภัย เช่น พันธบัตรสหรัฐฯ จะส่งผลให้ราคาสินทรัพย์ในตลาดทุนไทยลดลง และการไหลออกของเงินทุนอาจส่งผลให้สภาพคล่องในประเทศลดลงและค่าเงินบาทอ่อนลงตามอย่างไรก็ตาม เมื่อนักลงทุนคลายความกังวลจากวิกฤตยุโรปนักลงทุนต่างชาติจะย้ายเงินกลับมาลงทุนในตลาดใหม่ ส่งผลให้ราคาสินทรัพย์ในตลาดทุนเพิ่มขึ้น และเงินบาทกลับมาแข็งค่าขึ้น
ผลกระทบต่อภาคเศรษฐกิจจริงของไทย
ผลกระทบทางตรง มากกว่าภาคการเงิน
– มูลค่าส่งออกของไทยกับกลุ่ม PIIGS มีสัดส่วนเพียง 1.3% ของมูลค่าส่งออกทั้งหมดของไทย ซึ่งไม่น่าจะกระทบต่อเศรษฐกิจไทยในภาพรวมมากนักแต่หากวิกฤตขยายวงกว้างไปทั้งยูโรโซน (19 ประเทศ) หรือทั้ง EU (28 ประเทศ) ซึ่งมีสัดส่วนการส่งออกถึง 7.2% และ 10% ของมูลค่าส่งออกทั้งหมดของไทย ตามลำดับ ก็จะส่งผลกระทบรุนแรงขึ้น
– ผู้ส่งออกสินค้าของไทยแต่ละราย อาจได้รับผลกระทบแตกต่างกันจากยอดคำสั่งซื้อที่ลดลงและรายได้ที่ลดลงจากเงินยูโรที่อ่อนค่าลงเมื่อเทียบกับเงินบาท โดยหมวดสินค้าที่จะได้รับผลกระทบมากที่สุด 5 อันดับแรกคือ คอมพิวเตอร์และส่วนประกอบ อัญมณีและเครื่องประดับ รถยนต์และส่วนประกอบ ผลิตภัณฑ์ยาง และไก่แปรรูป
– ภาคการท่องเที่ยวไทยจะได้รับผลกระทบค่อนข้างมาก เนื่องจากวิกฤตยุโรปอาจทำให้จำนวนนักท่องเที่ยวยุโรปที่เดินทางมาไทยที่มีสัดส่วนกว่า 20% ของจำนวนนักท่องเที่ยวทั้งหมด มีแนวโน้มลดลง
– ผู้ประกอบการที่ค้าขายกับประเทศในยุโรปที่ประสบวิกฤตจะมีความเสี่ยงจากการที่คู่ค้าล้มละลายหรือไม่สามารถชำระหนี้ได้
ผลกระทบทางอ้อม มีผลมากกว่าภาคการเงิน คือ วิกฤตยุโรปอาจส่งผลกระทบทางอ้อมต่อประเทศคู่ค้าสำคัญอื่นๆ ของไทยเช่น สหรัฐฯ จีน และญี่ปุ่น ที่มีสัดส่วนการส่งออกไป EU สูงถึง 16.7%, 15.3% และ 10% ของมูลค่าส่งออกทั้งหมดของแต่ละประเทศตามลำดับ และเป็นเจ้าหนี้รายใหญ่ของหลายประเทศในยุโรป