เวียดนามแห่ปลูกพริกไทย แทนกาแฟ


         เป็นที่ทราบกันดีอยู่แล้วว่า เวียดนามเป็นประเทศผู้ผลิตกาแฟชั้นนำของโลก และยังเป็นประเทศที่ส่งออกพริกไทยดำรายใหญ่ที่สุดอีกด้วย แต่เมื่อต้นปี 2014 ที่ผ่านมาราคาพริกไทยพุ่งสูงกว่าแฟถึง 8 เท่า จึงส่งผลให้เกษตรกรหันมาปลูกพริกไทยมากขึ้น

         ด้วยดินภูเขาไฟของเวียดนามนั้นเหมาะ สำหรับการปลูกกาแฟเป็นอย่างยิ่งจึงส่งผลให้เวียดนามเป็นผู้ผลิตกาแฟชั้นนำของโลก แต่ปัจจุบันเวียดนามกําลังเปลี่ยนพื้นที่บางส่วนไปปลูกพริกไทย ซึ่งมีราคาสูงกว่ากาแฟถึง 8 เท่าโดยตั้งแต่ต้นปี 2014 ผลผลิตพริกไทยทั่วโลกมีน้อยกว่าความต้องการ ทําให้ราคาพริกไทยในเพิ่มขึ้น 16% อยู่ที่ 184,000 ด่ง ต่อกิโลกรัม หรือ 8.45 ดอลลาร์ ซึ่งมีผลให้ราคาพริกไทยแซงหน้าราคากาแฟไป ร้อยละ2 เมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกัน เนื่องจากพริกไทยสามารถเติบโตได้ดีในสภาพดินเดียวกันกับการปลูกต้นกาแฟ พื้นที่เพาะปลูก

         พริกไทยได้ขยายมาในเขตเพาะปลูกกาแฟนับตั้งแต่ปี 2012 การปลูกพริกไทยในจังหวัดดั๊กลัก เขตที่ราบสูงภาคกลางซึ่งเป็นแหล่งปลูกกาแฟใหญ่ที่สุดของประเทศ มีพื้นที่ปลูกพริกไทยเพิ่มเป็น 2 เท่า หรือ 100,000 ไร่ ซึ่งมากกว่าแผนของจังหวัดที่ตั้งเป้าจะปลูกต้นพริกไทย 93,750 ไร่ ภายในปี 2020ทําให้ ดั๊กลักมีพื้นที่ปลูกพริกไทยมากเป็นสัดส่วนร้อยละ20 ของทั้งประเทศ

         ทั้งนี้ ทั้งกาแฟและพริกไทยใช้เวลาในการปลูก3 ปีจึงจะเริ่มให้ผลผลิตคาดการณ์ว่าพริกไทยที่ปลูกในปีที่แล้ว จะออกผลในปี 2017ตลาดส่งออกพริกไทยดําของเวียดนาม คือ สหรัฐอเมริกา สิงคโปร์ รวมทั้งอินเดียประเทศผู้ผลิตเครื่องเทศรายใหญ่ในช่วง 1980 อินเดียเคยเป็นผู้ผลิตอันดับ 1 ของโลก แต่ถูกเวียดนามแซงหน้าไปในช่วงปี 1990 โดยเวียดนามสามารถผลิตพริกไทยได้ร้อยละ 34 ของผลผลิตทั่วโลก รองลงมา คือ อินเดีย ร้อยละ 19 บราซิล ร้อยละ 13 อินโดนีเซีย ร้อยละ 9 ตามลําดับ ส่วนไทยเป็นอันดับ 8 ผลิตได้ ร้อยละ 4 ของผลผลิตพริกไทยของโลก