ผู้ส่งออกเอเชียดิ้นรนเพื่ออยู่รอดในศก.โลกที่เปลี่ยนเปลง


ในอดีตรัฐบาลในเอเชียหลายประเทศสามารถยึดมั่นกับการส่งออกและเติบโตอย่างแข็งแกร่ง แต่ปัจจุบันกลยุทธ์การเติบโตจากภาคส่งออกกำลังประสบปัญหา

สำนักข่าวรอยเตอร์ รายงานว่า ทศวรรษในอดีตที่รุ่งเรืองนั้น รัฐบาลในเอเชียหลายประเทศสามารถยึดมั่นกับกลยุทธ์ทางเศรษฐกิจที่เรียบง่าย นั่นก็คือ เพิ่มการส่งออกและบรรลุอัตราการเติบโตที่แข็งแกร่ง แต่ในปัจจุบัน การเติบโตจากภาคส่งออกเป็นตัวนำ (export-led growth) ไม่ได้ส่งเสริมภูมิภาคเอเชียอย่างที่เคยเป็น และเอเชียก็กำลังประสบความยากลำบากในการปรับปรุงโมเดลเศรษฐกิจ ในขณะที่กำลังรอให้เศรษฐกิจโลกฟื้นฟู

นายเฟรด นิวแมนน์ (Fred Neumann) นักเศรษฐศาสตร์ธนาคาร HSBC กล่าวว่า การฟื้นตัวจะถูกจำกัด เนื่องจากการเปลี่ยนแปลงในเศรษฐกิจโลก รวมถึงการที่ชาวอเมริกาประหยัดมากกว่าเทียบกับทศวรรษที่แล้ว ทั้งนี้การส่งออกของเอเชียไปสหรัฐได้เพิ่มขึ้นในปีนี้ แต่นายนิวแมนน์ กล่าวว่า การเติบโตดังกล่าวถูกขับเคลื่อนจากการลงทุนในการพัฒนาซอฟแวร์และการขุดเจาะน้ำมันดิบที่อยู่ในชั้นหินดินดาน (Shale-oil drilling) มากกว่ากิจกรรมที่ดึงการนำเข้า 

การเจรจาการค้าโลกที่หยุดชะงักและการหดตัวของซัพพลายเชนภาคการผลิตที่เกิดจากประเทศจีน ได้ทำให้ผู้กำหนดนโยบายจากกรุงเทพไปถึงโซล พิจารณาถึงโมเดลใหม่ ในขณะที่การส่งออกอาจจะไม่เติบโตอย่างรวดเร็วเหมือนในทศวรรษที่ 2000s อีกต่อไป

ในสัปดาห์ที่แล้ว นายไพบูลย์ กิตติศรีกังวาน รองผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย กล่าวกับรอยเตอร์ว่า รูปแบบการค้าโลกได้เปลี่ยนแปลงไป การฟื้นตัวบางส่วน (patchy recovery) ในเศรษฐกิจประเทศพัฒนาแล้วไม่ได้สร้างดีมานด์การนำเข้าเหมือนอย่างแต่ก่อน

นาย Choi Kyung-hwan รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังของเกาหลีใต้ ได้เรียกร้องให้ผู้ส่งออกมีการเปลี่ยนแปลงเชิงยุทธศาสตร์ เพื่อจับกลุ่มเป้าหมายผู้บริโภคจีนมากกว่าจับกลุ่มโรงงาน ทางด้านนายราชมัท โกเบล (Rachmat Gobel) รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการค้าของอินโดนีเซีย กล่าวถึงสิ่งที่เขาทำเพื่อเพิ่มการส่งออก โดยบอกว่าจะทำให้สินค้าท้องถิ่นเข้าสู่ตลาดในประเทศตะวันตกให้มากขึ้น

ในปีนี้การส่งออกจากเอเชียตะวันออก จากเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ไปจนถึงญี่ปุ่น ได้ลดลงเฉลี่ยประมาณ 5% ในเทอมของดอลลาร์ เซ็คเตอร์ที่ทำผลงานได้ย่ำแย่รวมถึงธุรกิจเหมืองของอินโดนีเซีย, น้ำมันปาล์มของมาเลเซีย, ธุรกิจยาของสิงคโปร์ และรถยนต์ของเกาหลี

เครดิตภาพจาก www.darkgovernment.com