เพิ่มมาตรฐานความเป็นสากล ส่งออกทองคำรูปพรรณเข้าสู่ตลาดโลก


        ทองคำเป็นโลหะที่มีความอ่อนตัวมากที่สุด มีความแวววาวอยู่เสมอ และไม่ทำปฏิกิริยากับออกซิเจน ดังนั้นเมื่อสัมผัสถูกอากาศ สีของทองจะไม่หมอง และไม่เกิดสนิม มีความอ่อนตัว จึงส่งผลให้ทองคำมีบทบาทสำคัญอย่างยิ่งในตลาดอัญมญีและเครื่องประดับ

         ทองคำมีความเหนียว และยืดหยุ่นสูง นำมาขึ้นรูปเป็นผลิตภัณฑ์ต่าง ๆ ได้ง่าย ด้วยทองเพียงประมาณ 2 บาท สามารถยืดออกเป็นเส้นลวดได้ยาวถึง 8 กิโลเมตร หรืออาจตีเป็นแผ่นบางได้ถึง 100 ตารางฟุต เป็นตัวนำไฟฟ้าที่ดี ทองคำเป็นโลหะชนิดหนึ่งที่สามารถนำไฟฟ้าได้ดี สะท้อนความร้อนได้ดี ทองคำสามารถสะท้อนความร้อนได้ดี อีกทั้งทองคำมีคุณภาพในตัวเองเป็นสินทรัพย์ ในโลกนี้ใช้ทองคำเป็นทุนสำรองระหว่างประเทศ และที่นิยมกันมากคือผลิตทองเป็นเครื่องประดับ ในประเทศไทยมีการผลิตทองมายาวนาน ส่วนใหญ่เป็นอุตสาหกรรมรายย่อย ภายในครัวเรือน ร่วมกับผู้ผลิตรายใหญ่ที่มีโรงงานของตัวเอง หรืออาศัยการจ่ายงานให้ผู้ผลิตรายย่อยตลาดหลักในการค้าทอง คือ การส่งออกไปต่างประเทศ และการส่งออกภายในประเทศ

         การส่งออกตลาดต่างประเทศ เป็นตลาดที่ผลิตตามออเดอร์จากต่างประเทศ โดยใช้เทคโนโลยีการผลิตและรูปแบบของสินค้าตลอดจนมาตรฐานความบริสุทธิ์ของทองคำ ตามเกณฑ์ของประเทศผู้สั่งซื้อ ทำให้มีมาตรฐานระดับสากล เป็นที่ยอมรับโดยทั่วไป แต่ตลาดภายในประเทศ นิยมทองคำในรูปแบบเครื่องประดับ มีลักษณะเป็นทองคำล้วน หรือ ทองรูปพรรณความบริสุทธิ์ 96.5% หรือคนไทยนิยมเรียกกันว่า “ทองคำเยาวราช” เนื่องจากสมัยก่อนในเยาวราช ซึ่งเป็นย่านที่มีคนจีนอยู่มาก ดังนั้นทองคำรูปพรรณมีวิวัฒนาการมาจากช่างทองชาวจีนนั่นเอง

          ในการผลิตทองรูปพรรณความบริสุทธิ์ 96.5 แตกต่างจากระบบการวัดค่าแบบสากล ที่วัดเป็นกะรัต หรือ K (8K = ทองคำ 75%) แต่ถึงแม้จะมีความสวยงามถูกจริตคนไทย แต่ยังไม่สามารถส่งออกสู่ตลาดต่างประเทศได้ เนื่องจากยังไม่ได้มาตรฐานตามระดับสากลที่กำหนดไว้ แต่สิ่งความสวยงาม ปราณีต และความสร้างสรรค์ ของการผลิตทองคำรูปพรรณจากไทยนั้น สามารถสู้กับกับตลาดโลกได้ไม่แพ้ชาติใด เพียงแต่ยังขาดปัจจัยหนุนด้านการส่งเสริม และควบคุมมาตรฐานให้เป็นสากล อีกทั้งผู้ประกอบการเองต้องเพิ่มมาตรฐานการผลิตให้เข้าสู่ระบบสากล เพื่อให้ได้รับความไว้วางใจจากนานาประเทศ อีกทั้งการประชาสัมพันธ์เอกลักษณ์ของทองรูปพรรณให้มีความโดดเด่นขึ้นมาจะช่วยส่งเสริมให้ทองรูปพรรณเข้าสู่ตลาดโลกได้ง่ายขึ้น นอกจากนี้ การส่งเสริมด้านงานวิจัย และนวัตกรรมใหม่ๆ ก็มีความสำคัญมากเช่นกัน