จีนเตรียมถือหุ้นใหญ่ 30% ในธนาคาร AIIB


กระทรวงการคลังของจีน กล่าวในวันนี้ว่า จีนจะถือหุ้น 30.34% ในธนาคารเพื่อการลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานเอเชีย หรือเอไอไอบี

สำนักข่าวรอยเตอร์ รายงานว่า การถือหุ้น 30.34% ในเอไอไอบี จะทำให้ปักกิ่งเป็นผู้ถือหุ้นรายใหญ่ที่สุดในธนาคารแห่งนี้ โดยจีนจะมีสิทธิในการออกเสียง (voting rights) 26.06% ในเอไอไอบี ทำให้จีนมีอำนาจวีโต้ในการตัดสินใจสำคัญบางประการ แม้จีนจะยืนยันว่าไม่มีอำนาจดังกล่าว ทั้งนี้เอไอไอบีเป็นธนาคารเพื่อการพัฒนาที่มีจีนเป็นโต้โผ และจะเป็นคู่แข่งกับสถาบันการเงินอื่นๆ เช่น ธนาคารโลก และธนาคารพัฒนาเอเชีย (ADB) 

กระทรวงการคลังของจีน กล่าวในแถลงการณ์บนเว็บไซต์ว่า ประเทศที่ถูกนิยามว่าอยู่ภายในภูมิภาคจะถือหุ้น 75% ในเอไอไอบี ขณะที่ผู้แทนจาก 57 ประเทศซึ่งเป็นสมาชิกก่อตั้งของธนาคารเอไอไอบีได้เข้าร่วมพิธีลงนามความร่วมมือ (articles of agreement) สำหรับธนาคารแห่งนี้ โดย 50 ประเทศได้ลงนามความร่วมมือแล้ว แต่อีก 7 ประเทศยังไม่ได้รับการอนุมัติภายในประเทศ แต่น่าจะได้รับการอนุมัติในปีนี้ ทั้ง 7 ประเทศนี้ ได้แก่ ประเทศเดนมาร์ก, คูเวต, มาเลเซีย, ฟิลิปปินส์, เนเธอร์แลนด์, แอฟริกาใต้ และไทย

ทั้งนี้ อินเดียจะเป็นผู้ถือหุ้นรายใหญ่อันดับสองในเอไอไอบี ตามมาด้วยรัสเซีย, เยอรมนี และเกาหลีใต้ โดยคิดจากเงินทุนที่สนับสนุน โดยสต็อกทุนอย่างเป็นทางการของเอไอไอบีจะอยู่ที่ 1 แสนล้านดอลลาร์ ซึ่งจะถูกแบ่งเป็นหุ้น ซึ่งมีมูลค่าหนึ่งแสนดอลลาร์

กระทรวงการคลังของจีน กล่าวเสริมว่า หุ้นในเบื้องต้นและสิทธิในการออกเสียงของจีนและประเทศสมาชิกก่อตั้งจะค่อยๆลดลง เมื่อประเทศสมาชิกรายอื่นๆเข้ามาร่วมกับเอไอไอบี

หลังจากได้รับอนุมัติจากส่วนใหญ่ของบอร์ด เอไอไอบีสามารถเพิ่มหุ้นทุนตามกฏหมาย และลดหุ้นของประเทศที่อยู่ภายในภูมิภาค แต่ลดได้ไม่เกิน 70%

ทั้งนี้ประเทศญี่ปุ่นและสหรัฐอเมริกาเป็น 2 ชาติมหาอำนาจที่ไม่ได้เข้าร่วมกับธนาคารเอไอไอบี แต่จีนได้กล่าวว่า เปิดกว้างให้ทั้งสองประเทศเข้าร่วม

เครดิตภาพจาก www.bbc.com