เจาะตลาดเวียดนาม และอินโดนีเชีย กับงานสัมมนา lightning Talk 10 do & Don’t in AEC


        ในโลก AEC ประเทศเวียดนาม นับเป็นประเทศที่เป็นทั้งแหล่งผลิตและแหล่งตลาดที่สำคัญในภูมิภาค มีนโยบายด้านการค้า การลงทุนที่ชัดเจนและบังคับใช้ทั่วประเทศ ที่สำคัญคนเวียดนามมีความรู้สึกที่ดีต่อสินค้าไทย สินค้าไทยที่มีศักยภาพในตลาดเวียดนาม จึงทำให้เวียดนามกลายเป็นประเทศที่น่าสนใจในการลงทุน

        ดร. การดี เลียวไพโรจน์ กรรมการผู้จัดการบริษัทซีอาเซียน เล่าในงาน SMART SME EXPO 2015 ว่า “สำหรับเมืองที่น่าลงทุนในเวียดนาม คงหนีไม่พ้นโฮจิมินจ์ และฮานอย ทั้งสองเมืองเป็นเมืองที่น่าลงทุน แต่มีความแตกต่างกันในหลายด้าน สิ่งที่น่าสนใจอีกหนึ่งอย่างคือ เวียดนามเป็นอันดับ 1  ของโลกที่มีอัตราการเติบโตของงานที่รวยที่สุดในโลก แต่มีเพียง  200 คนเท่านั้นจากประชาชนทั้งหมด 90 ล้านคน อีกทั้งแรงงานยังมีราคาถูก แต่คุณภาพยังไม่สูงมากนักด้วย แต่เวียดนามถือว่ามีโครงสร้างประชากรที่ดีมาก โดย 64% ของประเทศเป็นวัยทำงาน

        ในด้านโลจิสติกส์เวียดนามถือเป็นประเทศที่ราคาไม่แพง โครงสร้างต่ำ แต่มีถนนเพียงแค่ 20% ที่เดินทางสะดวก หากเป็นสินค้าที่เปราะ แตกง่ายมีปัญหาในการขนส่งแน่นอน ทั้งนี้การทำธุรกิจในเวียดนามต้องเข้าใจวัฒนธรรมด้วย เช่น ชาวเวียดนามส่วนใหญ่ค่อนข้างมีลําดับขั้นชัดเจน ในการตัดสินใจมักเกิดขึ้นในระดับผู้บริหาร โดยผู้ที่มีอาวุโสมากจะมีอิทธิพลต่อการตัดสินใจทางธุรกิจ สําหรับการประชุมทางธุรกิจผู้ที่มีอาวุโสที่สุดจะเดินเข้าห้องประชุมก่อนเสมอ”

                 

        สำหรับการเจาะตลาดอินโดนีเซีย Dr. sukit Uarmahacharaen Secretary General,Indonesia Thai Chamber of Commerce กล่าวว่า “การลงทุนในอินโดนีเซีย ไปได้ไกลกว่าที่คิด ประเทศอินโดนีเซียเป็นประเทศที่น่าลงทุน เพราะประชากรที่มากกว่า 150 ล้านคน รวมทั้งความต้องในด้านนวัตกรรมสูง จึงเป็นช่องทางที่น่าสนใจหากผู้ประกอบการไทยเราอยากจะไปลงทุนในส่วนนี้ โดยหอการค้าอินโดนีเซีย มีความพร้อมที่จะสนับสนุนผู้ที่ต้องการลงทุนในประเทศอินโดนีเซีย โดยมีการตั้งที่ปรึกษา แนะนำแนวทางของตลาดภายประเทศ เพื่อเป็นไอเดียในการเข้าไปตีตลาดธุรกิจในประเทศ”

       Dr. sukit ยังกล่าวอีกว่า “ใน AEC นั้น ประเทศเวียดนาม และอินโดนีเซีย เป็นประเทศที่น่าลงทุน เนื่องจากเป็นประเทศที่มีทรัพยากรมาก และมีเศรษฐกิจที่ดี”