ธุรกิจซอฟต์แวร์ไทย เตรียมก้าวไกลในอาเซียน


               สำนักงานส่งเสริมอุตสาหกรรมซอฟต์แวร์แห่งชาติ หรือ SIPA มีบทบาทสำคัญในการสนับสนุนการพัฒนาอุตสาหกรรมซอฟต์แวร์ของประเทศ ซึ่งครอบคลุมถึงการพัฒนาบุคลากร การตลาด การลงทุน กระบวนการผลิต และการให้บริการที่ได้มาตรฐานสากล รวมถึงการสร้างแรงจูงใจในการลงทุนทางด้านอุตสาหกรรมซอฟต์แวร์

                ในการสัมมนาหัวข้อ ‘ซอฟต์แวร์ไทยจะก้าวไปในอาเซียน และการพัฒนาธุรกิจ SME ให้ประสบความสำเร็จ’ ในงาน SMART SME EXPO 2015 ได้รับเกียรติจากผู้ประกอบการซอฟต์แวร์ไทยที่ได้รับการสนับสนุนจาก SIPA มาถ่ายทอดความสำเร็จของธุรกิจ ที่กำลังจะขยายตัวและก้าวไกลในอาเซียน ดังนี้

                คุณอมฤต ฟรานเซน กรรมการบริหารฝ่ายการตลาด บริษัท แอพแมน จำกัด เล่าถึงจุดสตาร์ทธุรกิจว่าเริ่มต้นจากซอฟต์แวร์เฮ้าส์เล็กๆ แต่ถึง ณ จุดหนึ่ง ได้กลับมาวิเคราะห์ธุรกิจ จุดแข็ง จุดอ่อน ว่าอะไรคือ Key Value ของธุรกิจ ก็พบว่าระบบที่แอพแมนพัฒนาขึ้นมา ตัวแทนขายประกันนิยมใช้ เนื่องจากสามารถใช้ระบบดังกล่าวพรีเซนต์ลูกค้า ออกใบเสนอราคา กรอกใบคำขอ แนบเอกสาร พร้อมเซ็นลายเซ็นต์ จึงช่วยลดการสิ้นเปลืองเอกสารลงได้มาก ลดระยะเวลาการคีย์ข้อมูลเข้าระบบ ทำให้กระบวนการต่างๆ สั้นลงจาก 4-5 วัน เหลือไม่กี่สิบนาที

                “ลูกค้าส่วนใหญ่ของเราเป็นบริษัทมหาชน จะทำอย่างไรที่จะตอบโจทย์เรื่องการใช้งบของลูกค้า เราเลยพยายามสร้างระบบที่ทุกคนสามารถใช้ได้เหมือนกันหมด จะได้ขายเป็นไลเซนส์ ทั้งนี้ งบไอทีมักจะอยู่ในรูปของงบลงทุน เราเลยพัฒนาระบบที่ว่าลูกค้ามียอดขายเท่าไร ก็จ่ายตามจริง ทำให้ลูกค้าสามารถบริหารงบประมาณได้ สิงคโปร์ค่อนข้างชอบระบบของเรา เราก็ตั้งใจจะเจาะตลาดประกันระดับอินเตอร์ต่อไป”

                คุณรัชวุฒิ พิชยาพันธ์ กรรมการบริหารฝ่ายการตลาด บริษัท ฟิกซิ จำกัด ซึ่งมีโมเดลธุรกิจเริ่มต้นไม่ต่างจากคุณอมฤตนัก คือเป็นบริษัทที่ผลิตซอฟต์แวร์ตามสั่ง ต่อมาเริ่มโฟกัสตลาดว่าจะสามารถนำระบบไอทีเข้าไปแก้ปัญหา ณ จุดไหนได้บ้าง ก็จับจุดได้ว่าทุกบ้านมักจะประสบปัญหาเครื่องใช้ภายในบ้านเสียหาย และหาช่างไม่ได้ ถึงจะหาได้ก็มักจะไม่ถูกใจ

“แอปพลิเคชั่นของเราจะช่วยแก้ปัญหาให้ เพียงลูกค้าแจ้งเข้ามาว่ามีปัญหาอะไร ระบบจะส่งช่างที่อยู่ในบริเวณใกล้เคียงบ้านของลูกค้าไปให้บริการซ่อมแซมถึงที่ ทั้งนี้ เราสามารถนำแอปไปต่อยอดในประเทศเพื่อนบ้านอาเซียนได้ โดยจับตลาดคนที่อยู่บ้าน ซึ่งเกิดปัญหาข้าวของเสียหายอยู่แล้ว อย่างลาวก็สนใจแพลตฟอร์มเราเหมือนกัน”

                ด้าน คุณอภิรักษ์ เชียงเจริญ Business Development Director บริษัท ดับเบิ้ลเอ็ม เทคโนโลยี จำกัด เล่าว่าเดิมบริษัทรับจ้างพัฒนาระบบ ERP ซึ่งนิยมใช้งานในองค์กรใหญ่ๆ ภายใต้แบรนด์ดับเบิ้ลเอ็ม สามัคคี ต่อมาต่อยอดเป็นโมบายแอปพลิเคชั่นในระบบต่างๆ เช่น ระบบคลาวด์ ทั้งนี้ บริษัทได้รับการสนับสนุนให้ทำระบบออนไลน์บนคลาวด์เพื่อให้ SME มาใช้งานด้วย

                “ตอนนี้เราจับตลาดอยู่ในประเทศไทย สำหรับลูกค้าที่สนใจจะลงทุนในต่างประเทศ สามารถใช้ระบบของเราต่อยอดธุรกิจได้เลย เช่น ลูกค้าอยู่ที่เชียงใหม่ กำลังจะขยายโรงงานไปที่พม่า ระบบของเราก็พร้อมสนับสนุนการทำงานได้ทันที”

                 คุณอภัย สุขผล Business Project Manager บริษัท ลีดเดอร์ บิซ โซลูชั่น จำกัด กล่าวว่าบริษัทเดิมมีพื้นฐานจากการเป็นที่ปรึกษาระบบ ERP จึงได้นำประสบการณ์มาออกแบบซอฟต์แวร์ของไทย ที่มีฟังค์ชั่นการใช้งานแบบอินเตอร์ ใช้งานได้เวิร์ลไวด์ ในราคาที่คนไทยจับต้องได้ โดยซอฟต์แวร์ที่เปิดตัวมาเพื่อ SME โดยเฉพาะ สามารถรองรับธุรกิจได้อย่างหลากหลาย และช่วยให้แข่งขันในตลาดอาเซียนได้อย่างมีประสิทธิภาพ

                 “เรามีฟังค์ชั่นที่ต่อยอดธุรกิจของลูกค้า เช่น ลูกค้าที่เช่าอีคอมเมิร์ชไว้แต่ละที่ สามารถนำข้อมูลออเดอร์มาเชื่อมโยงถึงกันได้ ซึ่งจะเป็นประโยชน์ในแง่ของการขยายสาขา การเพิ่มช่องทางการจัดจำหน่าย รวมถึงขยายตลาดไปยัง AEC หากลงทะเบียนกับเรา ไม่ว่าจะไปติดตั้งที่ไหน ระบบใด ซอตฟ์แวร์ของเราก็จะช่วยสนับสนุนธุรกิจให้เกิดมูลค่าสูงสุด ลดต้นทุน และมองหาช่องทางใหม่ๆ ให้กับธุรกิจ”

คุณศิริวัฒน์ ทรัพย์ทวีพงศ์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท โมบิค จำกัด กล่าวถึงการดำเนินงานของบริษัทว่ารับพัฒนาโมบายแอปพลิเคชั่น ซึ่งความต้องการของลูกค้าส่วนใหญ่คล้ายคลึงกันคือ ระบบแสดงสินค้า ประชาสัมพันธ์ แผนที่ เนวิเกเตอร์ เราจึงสร้างระบบโมบายแอปสำเร็จรูปขึ้นมา ซึ่งมีพีเจอร์ต่างๆ พร้อมใช้งาน รวมทั้งฟีเจอร์สำคัญอย่างระบบการจ่ายเงิน

“ทั้งนี้ จุดเด่นของแอปพลิเคชั่นคือ ความเร็ว เพียง 3-30 วัน ก็สามารถขึ้นให้ได้แล้ว โดยเฉพาะระบบแอนดรอยด์จะเร็วมาก อีกทั้งฟีเจอร์ก็ครอบคลุมการทำงานทั้งหมด ทั้งยังมีราคาที่เหมาะสมสำหรับ SME ด้วย คือ 590 บาทต่อเดือน”

                คุณทรัตน์ พิชากรเอกสิทธิ์ Sale Manager บริษัท เคล็กสเฟิร์ท จำกัด กล่าวว่าตลอด 25 ปี บริษัทได้พัฒนาซอตฟ์แวร์สำหรับการบริหารร้านอาหารอย่างเดียว ถือเป็น Core Business ของบริษัท ซอฟต์แวร์นี้จะใช้ได้ตั้งแต่ร้านอาหารเล็กๆ ไปจนถึงเชนร้านอาหารที่มีสาขาจำนวนมาก ข้อมูลที่เก็บคือ กำไร ขาดทุน รายได้ต่อวัน สินค้าขายดี-ขายไม่ดี การเซ็ทโปรโมชั่น รวมทั้งการเก็บประวัติข้อมูลลูกค้า เช่น วันเดือนปีเกิด สินค้าที่ขอบ และทานไม่ได้ เพื่อจับมาทำโปรโมชั่นได้อย่างตรงจุด  

                “สำหรับตลาดอาเซียน เรามองล่วงหน้าไว้แล้ว เมื่อปีก่อนเราไปออกบูธที่พม่า เวียดนาม พบว่าขั้นตอนการใช้งานซอฟต์แวร์ไม่ต่างกันใน 3 สเต็ป คือ ลูกค้ามานั่งที่โต๊ะ รับออเดอร์ เก็บเงิน สิ่งที่เราเพิ่มเข้าไปคือ ภาษาพื้นเมืองของแต่ละประเทศ พม่า เวียดนาม กัมพูชา ลาว จากเดิมที่เรามีภาษาอังกฤษ ไทย จีนกลางเท่านั้น”

                เหล่านี้คือตัวแทนธุรกิจซอฟต์แวร์ไทย ที่เตรียมตัวหรือกำลังจะก้าวไกลในอาเซียนอย่างสง่างาม