หุ้นจีนร่วงท่ามกลางข้อกังขาในมาตรการพยุงตลาดหุ้น


ตลาดหุ้นจีนร่วงลงในวันอังคาร โดยเกิดความกังขาในมาตรการพยุงตลาดหุ้นของจีน ขณะที่นักลงทุนในเอเชียดูจะไม่กังวลต่อสถานการณ์หนี้กรีซ

วอลสตรีทเจอนัลด์ รายงานว่า ดัชนีตลาดหุ้นเซี่ยงไฮ้ (Shanghai Composite) ลดลงมากกว่า 3% ลบการรีบาวน์จากวันจันทร์ โดยหุ้นในเกือบ 900 บริษัทลดลง และมีน้อยกว่า 50 บริษัทที่ปรับตัวเพิ่มขึ้น ทางด้านตลาดหุ้นเซินเจิ้น ปรับตัวลดลง 3.4% ขณะที่ ChiNext board ซึ่งประกอบด้วยหุ้นขนาดเล็ก ตกลง 4.2%, จากข้อมูลของ FactSet พบว่า 514 หุ้นถูกระงับในเซินเจิ้นและ 162 หุ้นถูกระงับในเซี่ยงไฮ้ ดัชนีทุกตัวลดลงมากกว่า 1 ใน 4 จากจุดสูงสุดในเดือนมิถุนายน

หุ้นในฮ่องกงถูกขายอย่างต่อเนื่อง หลังตกลงมากที่สุดในรอบ 3 ปีในวันจันทร์ โดยตลาดหุ้นตกลง 1.2%, บริษัทจีนที่ลิสต์ในฮ่องกง ซึ่งรู้จักกันในชื่อ H-shares ปรับตัวลดลง 2.9% นักวิเคราะห์บางราย กล่าวว่า หุ้นตกในวันอังคารเนื่องจากมาร์จิ้น คอลล์ นาย Qian Qimin นักวิเคราะห์ของ Shenyin Wanguo Securities  กล่าวว่า แรงกดดันบนมาร์จิ้น คอลล์ยังคงหนักหน่วง

ทั้งนี้ จีนได้ออกมาตรการเพื่อหยุดการขายอย่างมากมายในช่วง 3 อาทิตย์ที่ผ่านมา อย่างไรก็ตาม แม้ว่าตลาดหุ้นจะร่วงหนักในช่วงเร็วๆนี้ แต่ตลาดหุ้นเซี่ยงไฮ้ก็ปรับตัวสูงขึ้น 82% เทียบกับปีที่แล้ว และสูงขึ้น 16% เทียบกับเดือนมกราคม ตลาดหุ้นเซี่ยงไฮ้ฟื้นตัวในระดับปานกลางในวันจันทร์ โดยนักลงทุนและนักวิเคราะห์บางรายเชื่อว่า กองทุนที่ได้รับการสนับสนุนจากรัฐได้ซื้อหุ้นบลูชิพอย่างหนัก มาตรการอื่นๆรวมถึงการหยุดไอพีโอ, เพิ่มโควต้าให้ชาวต่างชาติซื้อหุ้น และความริเริ่มจากธนาคารกลางในการจัดหาเงินทุนเพื่อช่วยนักลงทุนกู้ยืมเพื่อซื้อหุ้น

สำหรับตลาดหุ้นที่อื่นๆในเอเชียปรับตัวสูงขึ้น เนื่องจากนักลงทุนดูจะมีความหวังว่าจะมีทางแก้ไขปัญหาระหว่างกรีซและประเทศเจ้าหนี้ นักวิเคราะห์จากแคปิตอล อีโคโนมิคส์ เขียนในรายงานว่า ดูเหมือนว่านักลงทุนจะเชื่อว่า เกร็กซิท (Grexit) หรือการที่กรีซจะออกจากยูโรโซนจะเป็นเรื่องที่หลีกเลี่ยงได้ หรือถ้าหากเกิดขึ้น ผลกระทบก็จะมีอย่างจำกัด

เครดิตภาพจาก www.wsj.com