หุ้นจีนพุ่งสูงขึ้น แต่ความไม่แน่นอนยังปกคลุม


ตลาดหุ้นจีนปิดตลาดวันศุกร์ปรับตัวสูงขึ้น ขณะที่ตลาดหุ้นอื่นๆในเอเชียคงที่ นักลงทุนกำลังประเมินว่าการฟื้นตัวของตลาดหุ้นจีนจะยั่งยืนหรือไม่

วอลสตรีทเจอนัลด์ รายงานว่า เซี่ยงไฮ้ คอมโพสิต ปิดตลาดพุ่งขึ้น 4.5% ที่ 3877.80 แม้ว่าดัชนีจะร่วงลงมา 24.9% จากจุดสูงสุดในเดือนมิถุนายน ทางด้านตลาดหุ้นเซินเจิ้นที่เล็กกว่า ปรับตัวเพิ่มขึ้น 4.1% สู่ 2035.26 และลดลง 35.2% จากจุดสูงสุดในเดือนที่แล้ว โดยหุ้นประมาณครึ่งหนึ่งของหุ้นทั้งหมดยังคงระงับการซื้อขายในวันศุกร์

ChiNext board ซึ่งประกอบด้วยหุ้นขนาดเล็ก เพิ่มขึ้น 4.1% สู่ 2535.89 แต่ยังคงลดลง 36.3% เทียบกับจุดสูงสุดในเดือนมิถุนายน, ในฮ่องกง หุ้นขยายการฟื้นตัวเข้าสู่วันที่สอง โดยดัชนีหั่งเส็งปรับเพิ่มขึ้น 2.2% ขณะที่หุ้นของบริษัทจีนที่จดทะเบียนในตลาดฮ่องกง ที่รู้จักกันในชื่อเอชแชร์ (H-shares) พุ่งสูงขึ้น 4%

นาย David Cui หัวหน้ากลยุทธ์หลักทรัพย์จีนที่แบงก์ออฟอเมริกาเมอร์ริลลินช์ กล่าวว่า สองมาตรการจากหลายมาตรการของปักกิ่งที่ออกมาสร้างเสถียรภาพให้ตลาดดูเหมือนจะอยู่เบื้องหลังการปรับตัวสูงขึ้น 2 วันในตลาดหุ้นเซี่ยงไฮ้ ข้อแรก การตัดสินใจของธนาคารกลางจีนที่ให้คำมั่นจะอัดฉีดสภาพคล่องให้กับบริษัทที่มีผู้ดูแลกฏเกณฑ์เป็นเจ้าของ ซึ่งช่วยให้เงินกับมาร์จิ้น เทรดดิ้ง (การซื้อขายโดยใช้สินเชื่อ) ได้นำสภาพคล่องที่จำเป็นมาสู่ตลาด

นอกจากนั้น ข่าวในวันพฤหัสที่บอกว่าตำรวจจีนกำลังตรวจสอบชอร์ตเซลลิ่งที่มุ่งสร้างความเสียหาย (malicious short selling) ได้แพร่กระจายอย่างรวดเร็วบนโซเชียลมีเดีย ทำให้นักลงทุนที่มองหาการทำกำไรอย่างรวดเร็ว กระโดดเข้าสู่ตลาดหุ้น

ทางด้านนักวิเคราะห์รายอื่น กล่าวว่า การเทขายหุ้นในช่วงที่ผ่านมาได้ทำให้มูลค่าของหุ้นจีนบางตัวลดลงมาก ทำให้นักลงทุนมีเหตุผลที่จะซื้อ

เครดิตภาพจาก www.straitstimes.com