ระเบียบปฎิบัติฯ ภายใต้การออก Form AC-FTA (OCP)


          หลายประเทศใช้นโยบายการทำเขตกาค้าเสรีมาเป็นกลยุทธ์ในการเพิ่มขีดความสามารถกับการแข่งขันต่างประเทศ ดังนั้นการทำการการตกลงการค้าอาเซียน- จีนจึงเป็นอีกช่องทางหนึ่งที่จะสามารถขยายโอกาสให้แก่ผู้ผลิต และผู้ส่งออกไทยได้

         ในด้านความร่วมมือทางเศรษฐกิจ อาเซียนและจีน รวมทั้งไทย มีกำหนดจะร่วมมือทางเศรษฐกิจใน 5 สาขา ได้แก่ เกษตรกรรม เทคโนโลยีสารสนเทศ การพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ การลงทุน การพัฒนาลุ่มแม่น้ำโขง โดยไทยจะได้รับสิทธฺมากมาย ซึ่งคุณสมบัติของสินค้าที่จะใช้สิทธิพิเศษฯ ภายใต้ความตกลงการค้าเสรีอาเซียน-จีน คือ สินค้าที่จะขอสิทธิภายใต้ความตกลงอาเซียน-จีน จะต้องอยู่ในรายการที่ได้รับสิทธิของประเทศผู้ให้สิทธิ และสินค้าที่จะขอรับสิทธิ จะต้องมีถิ่นกำเนิดในประเทศผู้รับสิทธิโดยมีการผลิตถูกต้องตามกฎถิ่นกำเนิดสินค้าที่กำหนดไว้ และมีการส่งตรงจากประเทศผู้รับสิทธิไปยังประเทศปลายทางทั้งนี้จะต้องมีหนังสือรับรองถิ่นกำเนิดสินค้า (Form E) เพื่อขอรับ สิทธิพิเศษทางภาษีภายใต้ความตกลงการค้าเสรีอาเซียน-จีน

          คุณณัฐรุจา ไชยกองละ นักวิชาการพาณิชย์ชำนาญการพิเศษ กรมการค้าต่างประเทศ กล่าวในงานสัมมนาขับเคลื่อนกลยุทธ์การค้าอาเซียนรุก-รับ AEC ในวันพฤหัสบดีที่ 9 กรกฎาคม 2558  ณ ห้องประชุม 1 ชั้น 1 ศูนย์บริการส่งออกเบ็ดเสร็จ กรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ ถนนรัชดาภิเษก กรุงเทพฯ ว่า “กฎกำเนิดสินค้าใช้เพื่อแสดงว่าสินค้ามาจากประเทศใด เป็นการแสดงถิ่นกำเนิดหรือสัญชาติของสินค้าเพื่อให้เกิดความมั่นใจว่า ผลประโยชน์ที่ได้รับจากการให้สิทธิพิเศษจะตกแก่สินค้าที่เป็นผลผลิตที่แท้จริงของประเทศที่ได้รับสิทธิ ได้แก่

กฎทั่วไป

–  Wholly Obtained เป็นสินค้าที่ผลิตหรือได้มาจากภายในประเทศทั้งหมด ส่วนมากเป็นสินค้าทางการเกษตร

–  RVC 40%  RVC  คือ มูลค่า FOB ของสินค้าจากประเทศคู่ค้า และมูลค่า CIF ของสินค้าที่นำเข้าทุกชนิด

กฎเฉพาะรายการสินค้า (PSR)

–  กฎเฉพาะทาง (Exclusive Rule) มี 9 รายการ คือ เนย ไอศครีม เศษผ้าฝ้าย ขนแกะที่สางแล้ว และมุกเลี้ยง

–  กฎทางเลือก (Alternative Rule) เป็นการเลือกระหว่างกฎทั่วไปหรือกฎที่กำหนดไว้ ซึ่งแบ่งเป็น 2 กฎย่อยคือ กฎการเปลี่ยนพิกัด และกฎการผลิตสิ่งทอ”

         สำหรับระเบียบภายใต้การออก Form AC-FTA (OCP) นั้นต้องออกก่อน หรือ รับบรรทุกสินค้า (Shipment) กรณีที่มิได้ออก ณ เวลาดังกล่าว หรือต่ำกว่า 3 วัน นับจากวันรับบรรทุกสินค้า สามารถขอหนังสือรับรองฯ แบบย้อนหลังได้ภายใน 12 เดือน นับจากวันรับบรรทุกสินค้า ทั้งนี้อย่าลืมใส่เครื่องหมายที่หัวข้อ Issued Retroactively ในช่อง 13 ของ Form E ด้วย ส่วนสินค้าที่ส่งออกไปจัดแสดง ณ ประเทศภาคีสมาชิก และขายไประหว่างงานแสดงสินค้าหรือหลังจากนั้น ให้แก่ประเทศภาคีสมาชิกผู้นำเข้าที่จัดแสดงสินค้า ต้องใส่เครื่องหมายที่ช่อง Exhibition ในช่อง 13 ของ Form E และระบุชื่อ ที่อยู่ของงานแสดงสินค้า ยื่น Form E กับศุลกากรประเทศภาคีผู้นำเข้า พร้อม Invoice, B/L ฯลฯ สินค้าต้องอยู่ในอารักขาของศุลกากร

หมวด Movement Certificate มีเงื่อนไขตาม Rule 12 ดังนี้

–  ผู้นำเข้า และผู้ส้งออก ต้องเป็นบุคคลเดียวกัน

–  Form E ฉบับแรกจากประเทศต้นทาง ต้องยังไม่หมดอายุ

–  ใช้ Form E ต้นฉบับ (Original) มายื่นขอเท่านั้น

–  สามารถตั้งราคา FOB ใหม่ได้

–  ระบุรายละเอียดของ Form E ฉบับบแรกฯ ควรมี ชื่อหน่วยงานที่ออกหนังสือรับรอง วันที่ออก Form E และ หมายเลข Form E

–  ปริมาณห้ามเกินจาก Form E ฉบับแรกฯ

–   อายุของ Form E  Movement Certificate ต้องเท่ากับ Form E ฉบับแรกฯ

–  อยู่ในอารักขาของศุลกากร

–   ห้ามมีการผลิตเพิ่มใด ๆ ณ ประเทศคนกลาง