ราคาทองคำใกล้จุดต่ำสุดในรอบ 5 ปีครึ่ง


ในวันอังคาร (28 ก.ค.) ราคาทองคำเคลื่อนไหวใกล้จุดต่ำสุดนับตั้งแต่ช่วงต้นปี 2553 สะท้อนความลังเลของนักลงทุนที่จะซื้อทอง ท่ามกลางความคาดหวังที่สูงขึ้นสำหรับการขึ้นดอกเบี้ยของสหรัฐ

สำนักข่าวรอยเตอร์ รายงานว่า ธนาคารกลางสหรัฐ หรือเฟด เริ่มต้นการประชุม 2 วันในวันนี้ โดยผู้กำหนดนโยบายน่าจะส่งสัญญาณว่า การขึ้นดอกเบี้ยภายในปีนี้มีความแน่นอน เนื่องจากเศรษฐกิจสหรัฐเข้มแข็งขึ้น ทั้งนี้การดิ่งลงอย่างหนักของหุ้นจีนเมื่อวานแทบไม่ส่งผลกระทบต่อการซื้อขายทองคำ ซึ่งมักถูกมองว่าเป็นสินทรัพย์ปลอดภัย (safe haven)

ราคาทองคำเพิ่มขึ้น 0.3% สู่ 1096.96 ดอลลาร์ต่อออนซ์ในเวลา 0615 GMT โดยทองคำดิ่งลงไปที่ 1,077 ดอลลาร์ต่อออนซ์ในวันศุกร์ที่ผ่านมา ซึ่งเป็นระดับที่ถูกที่สุดนับตั้งแต่เดือนกุมภาพันธ์ปี 2553 และเป็นการขยายการสูญเสียมูลค่าเข้าสู่อาทิตย์ที่ 5

ตลาดหุ้นจีนที่ร่วงลงก่อนหน้านี้ในเดือนนี้ และวิกฤติหนี้กรีซ ไม่ได้ฉุดความสนใจในการซื้อสินทรัพย์ปลอดภัยอย่างทองคำ โดยนักลงทุนมุ่งความสนใจไปที่การขึ้นดอกเบี้ยสหรัฐที่ใกล้เข้ามา ซึ่งทำให้ดอลลาร์แข็งค่าและบดบังความน่าสนใจในสินทรัพย์ที่ไม่มีดอกเบี้ยอย่างทองคำ

ความมั่นใจของนักลงทุนในทองคำยังคงสั่นคลอน หลังจากราคาทองคำร่วงในสัปดาห์ที่แล้ว ผนวกรวมกับปริมาณการซื้อขายจำนวนมากในนิวยอร์กและเซี่ยงไฮ้ โดยราคาทองคำลดลงไปมากกว่า 3% ในสัปดาห์ที่แล้ว ซึ่งเป็นการลดลงมากที่สุดนับตั้งแต่เดือนมีนาคม

เอชเอสบีซี ได้ลดประมาณการราคาทองคำสำหรับปีนี้และปีหน้า พร้อมกล่าวว่า ทองคำน่าจะยังคงอยู่ภายใต้แรงกดดันในระยะสั้น และอาจจะเคลื่อนไหวในระยะ 1,000 ดอลลาร์ต่อออนซ์ก่อนที่จะฟื้นตัว

ทั้งนี้ตัวขับเคลื่อนหลักที่ทำให้ราคาทองคำร่วงก็คือ การคาดการณ์ว่าธนาคารกลางสหรัฐจะขึ้นดอกเบี้ย และนักวิเคราะห์กำลังรอคำยืนยันจากเฟดในประเด็นดังกล่าว เมื่อมีการสรุปการประชุมนโยบายในวันพุธที่ 29 กรกฏาคม

เครดิตภาพจาก english.pravda.ru