การเทขาย 3 วันทำให้ตลาดหุ้นจีนร่วง 11%


ตลาดหุ้นจีนร่วงติดต่อกันเป็นวันที่ 3 ในวันอังคาร (28 ก.ค.) โดยเป็นคลื่นลูกที่สองของการเทขายอย่างหนักในเดือนนี้ ซึ่งทำให้เกิดคำถามว่าปักกิ่งจะออกมาตรการช่วยอย่างไรต่อไป

วอลสตรีทเจอนัดล์ รายงานว่า เซี่ยงไฮ้ คอมโพสิต อินเด็กซ์ ปิดตลาดปรับตัวลดลง 1.7% สู่ 3663 จุด โดยระหว่างวันดิ่งหนักสุดที่ 5% และเพิ่มสูงสุด 1% ในช่วงก่อนหน้านี้ โดยตลาดหุ้นเซี่ยงไฮ้ดิ่งลง 11% นับจากวันศุกร์ที่ผ่านมา และลดลงเกือบ 30% นับตั้งแต่กลางเดือนมิถุนายน, ทางด้านเซินเจิ้น คอมโพสิตที่เล็กกว่า ปิดตลาดปรับตัวลง 2.2% สู่ 2111.70 หลังจากลดลงมากกว่า 6% ในวันอังคาร 

มาตรการของรัฐบาลจีนที่ประกาศออกมาในวันจันทร์ตอนเย็นที่จะเร่งการซื้อหุ้น ดูเหมือนว่าจะสร้างความมั่นใจให้นักลงทุนบางราย โดยความเชื่อมั่นของนักลงทุนได้สั่นคลอนหลังจากตลาดหุ้นร่วงแรงในวันก่อนหน้า โดยเซี่ยงไฮ้ คอมโพสิต อินเด็กซ์ลดลง 8.5% ในวันจันทร์ ซึ่งเป็นการดิ่งลงมากที่สุดในหนึ่งวันนับตั้งแต่ปี 2550

ในวันอังคารตอนบ่าย ผู้กำกับตลาดหลักทรัพย์จีนได้ประกาศว่าจะทำการสอบสวนการเทขายหุ้นในวันจันทร์ นาย Castor Pang หัวหน้าฝ่ายวิจัยของ Core Pacific-Yamaichi International กล่าวว่า ในปัจจุบัน รัฐบาลกลางจีนกำลังพยายามจะรักษาความเชื่อมั่นของนักลงทุนรายย่อย ซึ่งขับเคลื่อนตลาดหุ้นจีน หากรัฐบาลสามารถรักษาความเชื่อมั่นของพวกเขาไว้ ทุกอย่างก็สามารถแก้ไขได้

อารมณ์ในตลาดหุ้นจีนยังมีความเปราะบาง ตลาดหุ้นเซี่ยงไฮ้ฟื้นกลับมามากที่สุด 18% จากช่วงที่ลงหนักสุดเมื่อเร็วๆนี้ ก่อนที่จะถูกเทขายอีกครั้ง โดยหุ้นขนาดเล็กได้รับผลกระทบในวันอังคาร ตลาด ChiNext ซึ่งมีการซื้อหุ้นบริษัทสตาร์ทอัพ ลดลง 3.7%

หนึ่งในความกังวลในตลาดหุ้นจีนก็คือ หุ้นได้ถูกซื้อไปด้วยหนี้มาร์จินในระดับสูง (การกู้ยืมเงินมาซื้อหุ้น) โดยหุ้นเหล่านี้ยังมีแนวโน้มตกลงอีก ในขณะที่การซื้อหุ้นด้วยเงินกู้ช่วยทำให้ตลาดหุ้นจีนพุ่งขึ้นเป็นปี การเทขายหุ้นเหล่านี้ก็จะทำให้สถานการณ์หุ้นตกแย่ลงไปอีก เนื่องจากนักลงทุนถูกบังคับขายหุ้นเพื่อ cover การขาดทุน

เครดิตภาพจาก www.cityam.com