โตแบบไม่ต้องตื่น! Sleep & Wellness ขุมทรัพย์พันล้านที่ทั่วโลกยอมจ่ายเพื่อหลับสบาย
เมื่อนับรวมทุกมิติ ทั้งด้านเทคโนโลยี การดูแลสุขภาพ ค้าปลีก และการท่องเที่ยว ตลาด Sleep Economy มีมูลค่าสูงถึง 5 แสนล้านดอลลาร์ในปี 2024 และมีแนวโน้มทะลุ 1 ล้านล้านดอลลาร์ภายในปี 2033 ตัวเลขดังกล่าวไม่ใช่เพียงสถิติที่น่าทึ่ง แต่คือสัญญาณที่ชัดเจนว่า “การนอน” ไม่ใช่แค่ความจำเป็นพื้นฐานของมนุษย์อีกต่อไป แต่กลายเป็นอุตสาหกรรมที่สร้างมูลค่าอย่างเป็นกอบเป็นกำ สอดคล้องกับผลสำรวจสุขภาพและ Wellness ระดับโลกของ NielsenIQ โดยสอบถามผู้คนเกือบ 19,000 คน ในปี 19 ประเทศ พบว่า 63% ของผู้บริโภคทั่วโลกให้ความสำคัญกับคุณภาพการนอนมากขึ้นกว่าเมื่อ 5 ปีก่อน และมีถึง 55% ที่พร้อมจ่ายเงินมากกว่า 100 ดอลลาร์ต่อเดือนเพื่อดูแลสุขภาพ และการนอน เทรนด์ที่เกิดขึ้นสะท้อนให้เห็นว่าผู้คนเริ่มหันมาให้ความสำคัญในเรื่องของการนอน และเป็นโอกาสของตลาด Sleep & Wellness ที่จะเข้ามาตอบโจทย์ในเรื่องนี้ โดยสินค้า และบริการที่จะเข้ามาแก้ไขปัญหาเรื่องเหล่านี้มี 5 ด้านด้วยกัน […]



ลดอาหารไขมัน เปลี่ยนไปเน้นโปรตีนไขมันต่ำ เช่น เนื้อปลา และเนื้อไก่ อาหารประเภทถั่ว
นมสดๆ แม้จะมีคุณค่าสูง แต่ก็ดื่มเอาไขมันจะนมเข้าไปด้วย ไอศกรีมขนาด 50 กรัม มี 110 แคลอรี ถ้าเปลี่ยนเป็นโยเกิร์ตไขมันต่ำจะมีเพียง50แคลอรี
ไม่ทานของหวานๆ ให้เลือกทานผลไม้แทนขนมหวาน เช่นแอ๊ปเปิ้ล 1 ลูก มีเพียง 50 แคลอรีผลไม้ที่ยกเว้นเช่น ทุเรียน,และผลไม้ดอง
มันฝรั่งทอด อันนี้ตัวดีด้วยความอร่อยที่ใครๆก็หลงใหลหารู้ไม่ตัวอมน้ำมันชั้นดีเลย
ปลากระป๋องต้องเลือกแบบที่แช่น้ำเกลือเพราะไขมันจะน้อยกว่าแบบที่แช่น้ำมัน
ผลไม้กระป๋อง ต้องเลือกที่แช่น้ำผลไม้แทนชนิดที่แช่ในน้ำเชื่อม จะลดปริมาณ 20 แคลอรีต่อ 100 กรัม
ลดน้ำตาล ชงชา กาแฟ ให้ลดปริมาณน้ำตาลลงแล้วก็ครีมต่างๆ หรืองดทานเลยได้ยิ่งดี
เน้นผักดีกว่า เปลี่ยนลักษณะการเลือกอาหารในแต่ละมื้อ ด้วยการเพิ่มผัก ลดเนื้อสัตว์ ครีม มัน เนย
วางแผนเมนู คิดเมนูไว้ก่อนที่จะไปตลาดว่าจะทานอะไรวางแผนไว้ อย่าเดินตลาดในเวลาที่หิวโหยเพราะจะทำให้พานกินขนมขบเคี้ยวเดินไปซื้อของไปโดยไม่รู้ตัว.jpg)