เจาะลึก ‘Ice Bath’ จากตู้แช่เย็นธรรมดาสู่ธุรกิจพันล้านที่ผู้ประกอบไทยยังมองข้าม
เทรนด์ Ice Bath ที่คนลงไปแช่ในอ่างน้ำแข็งได้กลับมาอีกครั้ง ภาพของคนหนุ่ม-สาวในชุดออกกำลังกายที่ยืนต่อแถวอยู่หน้าประตูสถานที่แห่งหนึ่ง ที่ห้องเต็มไปด้วยอ่างน้ำแข็งอุณหภูมิ 4–5 องศาเซลเซียส พวกเขามาจ่ายเงินเพื่อ “ทรมานตัวเอง” อย่างสมัครใจ แล้วออกมาพร้อมรอยยิ้มที่แสดงถึงความสดชื่นของร่างกาย ความฮิตของ Ice Bath ไม่ได้มาจากแค่การตามกระแส แต่มีงานวิจัยหนุนหลัง เมื่อร่างกายสัมผัสความเย็นฉับพลัน (โดยทั่วไปที่อุณหภูมิ 10–15 องศาเซลเซียส นาน 2–5 นาที) สิ่งที่เกิดขึ้นในร่างกายมีหลายระดับ ทั้งการลดการอักเสบ กระตุ้นการไหลเวียนโลหิต กระตุ้นการผลิตเม็ดเลือดขาว และที่สำคัญคือกระตุ้นการหลั่ง Dopamine และ Norepinephrine ซึ่งเป็นสารเคมีที่เชื่อมโยงกับความรู้สึกตื่นตัว โฟกัส และความสุข นี่จึงเป็นคำตอบว่าทำไมคนที่เคยลองแล้วถึง “ติด” และพูดถึงมันซ้ำแล้วซ้ำเล่า ทำให้เป็นโอกาสของธุรกิจที่ยังมีพื้นที่ว่างอยู่ โดยด้านหนึ่งไทยกำลังผลักดันตัวเองเป็น “Wellness Hub” ระดับโลกอย่างจริงจัง เช่นเดียวกับภูมิอากาศร้อนชื้นที่สามารถนำมาเป็นจุดขายของบริการในกลุ่มคนรักสุขภาพที่ต้องการลดร้อน, ฟื้นฟูร่างกาย ปัจจุบันธุรกิจ Ice Bath ในไทยเริ่มปรากฏให้เห็นแล้ว ทั้งรูปแบบ Standalone Studio […]



ลดอาหารไขมัน เปลี่ยนไปเน้นโปรตีนไขมันต่ำ เช่น เนื้อปลา และเนื้อไก่ อาหารประเภทถั่ว
นมสดๆ แม้จะมีคุณค่าสูง แต่ก็ดื่มเอาไขมันจะนมเข้าไปด้วย ไอศกรีมขนาด 50 กรัม มี 110 แคลอรี ถ้าเปลี่ยนเป็นโยเกิร์ตไขมันต่ำจะมีเพียง50แคลอรี
ไม่ทานของหวานๆ ให้เลือกทานผลไม้แทนขนมหวาน เช่นแอ๊ปเปิ้ล 1 ลูก มีเพียง 50 แคลอรีผลไม้ที่ยกเว้นเช่น ทุเรียน,และผลไม้ดอง
มันฝรั่งทอด อันนี้ตัวดีด้วยความอร่อยที่ใครๆก็หลงใหลหารู้ไม่ตัวอมน้ำมันชั้นดีเลย
ปลากระป๋องต้องเลือกแบบที่แช่น้ำเกลือเพราะไขมันจะน้อยกว่าแบบที่แช่น้ำมัน
ผลไม้กระป๋อง ต้องเลือกที่แช่น้ำผลไม้แทนชนิดที่แช่ในน้ำเชื่อม จะลดปริมาณ 20 แคลอรีต่อ 100 กรัม
ลดน้ำตาล ชงชา กาแฟ ให้ลดปริมาณน้ำตาลลงแล้วก็ครีมต่างๆ หรืองดทานเลยได้ยิ่งดี
เน้นผักดีกว่า เปลี่ยนลักษณะการเลือกอาหารในแต่ละมื้อ ด้วยการเพิ่มผัก ลดเนื้อสัตว์ ครีม มัน เนย
วางแผนเมนู คิดเมนูไว้ก่อนที่จะไปตลาดว่าจะทานอะไรวางแผนไว้ อย่าเดินตลาดในเวลาที่หิวโหยเพราะจะทำให้พานกินขนมขบเคี้ยวเดินไปซื้อของไปโดยไม่รู้ตัว.jpg)