“ผ้าทอไหมเทียมไทย” โตขึ้นกว่า10 เท่าในตลาดพม่า


     คุณวุฒิพงศ์  จงพิพิธพร กรรมการผู้จัดการ บริษัท กรุงเจริญอุตสาหกรรมสิ่งทอ จำกัด  ผู้ผลิตและจัดจำหน่ายผ้าทอไหมเทียม  เปิดเผยถึง ความต้องการของตลาดต่างประเทศของผ้าไหมเทียมไทยว่า  ความต้องการของตลาดต่างประเทศของผ้าไหมเทียมในตอนนี้มีมากขึ้นประมาณร้อยละ 40 ของการผลิตในโรงงาน คือส่งออกมากขึ้น ทั้งพม่า ลาว กัมพูชา จีนตอนใต้หรือแม้กระทั่งมาเลเซีย
 
     แต่ถ้ามองมาเลเซียเองจริงๆแล้วเขาไม่ได้ใช้ผ้าตัวนี้เป็นหลัก แต่จะคล้ายๆ กับคนไทยที่ใช้ผ้าในพิธีการต่างๆ มากกว่าการใช้ในชีวิตประจำวัน เพราะฉะนั้นตลาดจะไม่ได้ใหญ่มากแต่คือก็จะมีมาเรื่อยๆ เมื่อเทียบกับจีนหรือพม่า ที่ใช้ผ้าไหมเทียมในชีวิตประจำวัน  ซึ่งประเทศจีนทางด้าน 12 ปันนา ที่มีวัฒนธรรมคล้ายๆ กับคนไทย บางคนใน 12 ปันนาก็ยังสามารถพูดภาษาไทยได้ด้วย แต่ถ้าเทียบระหว่างการเติบโตระหว่างพม่ากับจีนตอนใต้ ณ ปัจจุบันนี้ต้องบอกว่าเป็นประเทศพม่าที่มีอัตราการเติบโตที่สูงกว่า เนื่องจากพม่าเป็นเหมือนกับประเทศเปิดใหม่และตอนนี้ความต้องการค่อนข้างสูง  โดยมีอัตราส่วนการเติบโตของตลาดมากกว่าเดิมหลาย 10 เท่า  เพราะเมื่อก่อนไม่มีการส่งผ้าเข้าไป เขาก็ใช้ผ้าทั่วไป ผ้าพื้นๆ ผ้าโสร่งธรรมดา  แต่พอเข้าเห็นลวดลายที่สวยงาม เห็นความแปลกใหม่ เขาก็ชอบใจ  จึงมีการสั่งซื้อเข้าไปเยอะพอสมควร
 
     ทั้งนี้ไม่ใช่เฉพาะผ้า แต่แท้จริงแล้วคนพม่าชอบสินค้าไทยเป็นทุนเดิม เพราะว่าคุณภาพและสามารถสื่อสารได้ง่าย คือคนพม่าก็สามารถพูดคุยภาษาไทยได้เยอะ อาจจะเพราะเคยมาทำงานในเมืองไทยหรืออะไรก็ตาม แต่อันดับแรกก็คือคุณภาพที่ค่อนข้างจะดี ทำให้คนพม่าติดใจสินค้าไทย คือถ้าเกิดพูดว่าสินค้าไทย ถึงแม้มีราคาแพงหน่อย แต่ทุกคนสามารถยอมรับได้
 
     ในส่วนของอุปสรรคในการเจาะตลาดพม่านั้นจะมีในเรื่องของวัฒนธรรมต่างๆ ที่ยังจะแตกต่างจากเราบ้าง  เรื่องกฎหมาย ภาษี ที่เราต้องศึกษาให้ดี หรือแม้กระทั่งขนส่ง เพราะเราจะต้องทำอย่างไรก็ได้ให้การขนส่งมีต้นทุนที่ต่ำที่สุด และก็ระยะเวลารวดเร็วที่สุดนั่นเอง
 
รับชมรายการ SME Smart Service ย้อนหลังได้ที่ http://smartsme.tv/vod_detail.php?gid=18&id=4067&Page=