“โอกาสของไทย ในตลาดแฟชั่น และความงามโลกมุสลิม”


ปัจจุบันสินค้า และบริการที่เป็นความต้องการของชาวมุสลิม เมื่อเรานึกถึงก็จะเป็นอาหารฮาลาลที่ติดอยู่ในตลาดมุสลิมเช่นกัน ในตอนนี้ประชากรชาวมุสลิมทั่วโลกเพิ่มขึ้นเป็น 2,800 ล้านคน คิดเป็นร้อยละ 30% ทั่วโลก ส่งผลให้ตลาดสินค้ามุสลิมเป็นตลาดเนื้อหอมที่ผู้ผลิตและบริการให้ความสนใจโดยเฉพาะด้านแฟชั่นและความงาม จึงเป็นโอกาสและช่องทางการพัฒนาสินค้าเพื่อให้ตรงกับความต้องการและสอดคล้องกับตลาด

 

ชุดกีฬาสำหรับชาวมุสลิม  ปัจจุบันการรักสุขภาพของชาวมุสลิมนั้นเป็นกระแสที่มาแรงที่สุดนิยมออกกำลังกาย จึงเกิดจุดประกายให้กับผู้ผลิตเสื้อผ้าชุดกีฬาแบรนด์ต่าง ๆ ให้ความสนใจให้ความสำคัญกับแฟชั่นเห็นได้จากการขยายตัวเกือบ 7% ในปี 2557 สูงกว่าตลาดเครื่องนุ่งห่มที่ผ่านมาเสื้อผ้าชุดกีฬาผู้ชายเป็นผู้ครองตลาดส่วนใหญ่ แต่ปัจจุบันได้มีการขยายฐานลูกค้าเป็นเสื้อผ้าผู้หญิงมากขึ้น อย่างตอนนี้ไม่น่าเชื่อสินค้าในกลุ่มผู้หญิงที่นิยมออกกำลังกายกันจะช่วยเพิ่มยอดขายให้แบรนด์ Nike ได้ถึง 2 พันล้านดอลลาร์สหรัฐภายในปี 2560 อย่างที่ผ่านมาเสื้อผ้าชุดกีฬาของผู้หญิงได้มีข้อจำกัด ข้อห้าม กติกาในการออกกำลังกายและเล่นกีฬา จนบางครั้งทำให้ผู้หญิงชาวมุสลิมมีโอกาสจำกัดผู้หญิงชาวมุสลิมไม่สะดวกใจที่จะออกกำลังกายและเล่นกีฬาในข้อจำกัดต่าง ๆ อย่างไรก็ตาม การพัฒนาชุดกีฬาสำหรับผู้หญิงชาวมุสลิมนั้นก็ได้ก้าวไปสู่ตลาดชุดกีฬาอีกครั้ง อย่างบริษัท Ahiida ในประเทศออสเตรเลีย ที่ได้แรงบันดาลใจจากการเห็นหลานสาวเล่นกีฬา Netball ใส่ชุดฮิญาบ เล่นดูแล้วไม่สะดวกนัก จึงมีการออกแบบที่ให้สะดวกขึ้นในการเล่นกีฬาและไม่ผิดบัญญัติของศาสนาอิสลาม โดยผลิตชุดว่ายน้ำแบรนด์ “Burqini” เน้นสุภาพตามหลักศาสนาอิสลาม และยังผลิตฮิญาบแบรนด์ “Hijood” เป็นชุดวิ่งกรีฑาโดยออกแบบเป็น Hood ที่แนบติดใบหน้าและคางมีถุงด้านหลังเพื่อรวบผมเก็บให้มิดชิด ทำให้การสวมใส่สุภาพและเคลื่อนไหวร่างกายได้คล่องตัวมาก

 

ชุดว่ายน้ำมุสลิม ภาพจาก http://goo.gl/cBPHUQ

 

เครื่องสำอางสำหรับชาวมุสลิม  ผู้หญิงชาวมุสลิมนอกจากแฟชั่นเครื่องแต่งกายแล้ว ยังให้ความสนใจในเรื่องความงามการดูแลร่างกาย อย่าง เครื่องสำอาง เช่น รองพื้น แป้งปัดแก้ม ลิปสติก ผลิตภัณฑ์ชะลอวัย (Anti-agers)  ผลิตภัณฑ์ช่วยให้ขาว (Skin Whitening Products) อย่างแบรนด์ท้องถิ่น Wardah ของอินโดนีเซีย เครื่องสำอางการแต่งหน้าและผลิตภัณฑ์ดูแลผิวอย่าง IBA Cosmetics ของอินเดีย รวมไปถึง น้ำหอม OnePure Beauty จากดูไบ ที่ผลิตผลิตภัณฑ์ระดับพรีเมียมอย่างแบรนด์ PIMMARA(พิมรา)  พวกกลุ่มชะลอวัย ปัญหาสิว ช่วยผิวขาว เป็นต้น นอกจากนี้อย่าง ผลิตภัณฑ์น้ำยาทาเล็บ INGLOT จากโปแลนด์ มีคุณสมบัติที่ล้างออกง่ายน้ำซึมผ่านได้ เนื่องจากชาวมุสลิมต้องชำระร่างกายให้สะอาด ต้องให้สะอาดก่อนที่จะละหมาดทุกครั้ง ซึ่งการทายาทาเล็บจะมีผลเล็บนั้นไม่สัมผัสน้ำจึงไม่ถูกต้องตามหลักปฏิบัติ หญิงสาวชาวมุสลิมจึงต้องล้างยาทาเล็บออกทุกครั้งก่อนทำละหมาด น้ำยาทาเล็บที่มีคุณสมบัติน้ำซึมผ่านได้จึงเป็นที่พอใจของผู้หญิงชาวมุสลิมได้เป็นอย่างดี

 

เครื่องสำอางชาวมุสลิม โดย “จัสมิน” ไอดอลสาวมุสลิมไทย ภาพจาก http://goo.gl/owipu0

 

การเข้าสู่ตลาดสินค้าสำหรับชาวมุสลิมนั้นค่อนข้างยาก แต่ละประเทศมีมาตรฐานรายละเอียดแตกต่างกัน ที่ผ่านมาชุดกีฬาและเครื่องสำอางเป็นสินค้าที่ไทยสามารถส่งออกในหลายประเทศเช่นกัน โดยเฉพาะเครื่องสำอางที่เป็นจุดเด่นหลักที่สกัดจากธรรมชาติ สามารถตอบโจทย์ชาวมุสลิมที่ใส่ใจสิ่งแวดล้อม  ตลาดสินค้าสำหรับมุสลิมถือว่าเป็นตลาดที่ไม่ควรมองข้าม ข้อห้ามหรือหลักปฏิบัติต่าง ๆ ของศาสนาอิสลามถือว่าสำคัญมากในการที่จะผลิตสินค้าให้เหมาะสมครองใจผู้บริโภคชาวมุสลิมในต่างประเทศ