ความนิยมในการจับจ่ายสินค้า Online เริ่มมีแนวโน้มสูงขึ้นเพราะบรรดาร้านค้าต่างงัดสารพันสินค้ามานำเสนอในราคาที่เห็นแล้วก็อยาก Click ซื้อทันที
แต่ลูกค้าหลายคนกลับตกเป็นเหยื่อของมิจฉาชีพ เช่นชำระเงินแล้ว แต่กลับไม่ได้รับสินค้า ซ้ำยังตามตัวผู้ขายไม่ได้บางคนถูกโจรกรรมข้อมูลบัตรเครดิต ทำให้เกิดความเข็ดขยาดหรือขาดความมั่นใจในการซื้อของ Online แต่เราสามารถป้องกันตัวเองได้โดยตรวจสอบดังนี้
1. เลือกเครือข่ายก่อนสั่งซื้อ ให้หลีกเลี่ยงการสั่งซื้อสินค้าและชำระเงินผ่าน Hotspot สาธารณะโดยเด็ดขาด
2. ตรวจสอบความน่าเชื่อถือของร้านค้า เมื่อจะสั่งซื้อของควรสำรวจว่า…
– เจ้าของร้านมีตัวตนจริงหรือไม่
– ค้นหาข้อมูลเกี่ยวกับร้านค้า หรือชื่อ-นามสกุลผู้ขายผ่าน Google (หากมีประวัติเคยทุจริตหลอกลวงมาก่อน มักจะมีการ ‘แฉ’ และ ‘แชร์’ กันผ่านโลก Online)
– ช่องทางเข้าถึงร้านค้าต้องสามารถติดต่อได้จริง
– Social Media ต่างๆ ต้องเป็นบัญชีของผู้ใช้งานจริง
– มีเพื่อนหรือผู้ติดตามอยู่จริง
– มีการ Update ร้านเป็นประจำสม่ำเสมอ
– หากร้านค้ามีการจดทะเบียนพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์กับกรมพัฒนาธุรกิจ กระทรวงพาณิชย์ ก็จะเพิ่มความน่าเชื่อถือมากขึ้น โดยสามารถตรวจสอบได้ที่ www.dbd.go.th/edirectory
3. พิจารณารายละเอียดสินค้า
– อย่าเห็นแก่ของถูก มิเช่นนั้นอาจจะเจอของปลอมหรือการหลอกลวงเอาเงิน ก่อนจะตัดสินใจคลิกสั่งซื้อ ควรอ่านข้อมูลสินค้าอย่างรอบคอบ ทั้งราคาสินค้า ชื่อรุ่น สี ไซส์ น้ำหนัก คุณสมบัติ
– มีการรับประกันและแหล่งที่มาของสินค้า
– หาข้อมูลจากแหล่งอื่นประกอบด้วยว่าสินค้าที่ต้องการมีขายที่ไหนอีกบ้าง
– ค้นหาคำวิจารณ์เกี่ยวกับคุณสมบัติของสินค้าว่าผู้ที่เคยซื้อไปพูดถึงสินค้าไว้ว่าอย่างไร
4. เลือกชำระเงินด้วยวิธีที่เหมาะสม มีการตัดเงินจากบัตรเดบิต การโอนเงินผ่านอินเทอร์เน็ต ทั้ง Paysbuy, Paypal บริการธนาคารทางอินเทอร์เน็ตของธนาคารต่างๆ หากไม่อยากทำธุรกรรมออนไลน์ อาจจ่ายเงินผ่านตู้เอทีเอ็มหรือเคาน์เตอร์เซอร์วิสแทนได้ จากนั้นรอรับสินค้าอยู่กับบ้าน หรือเลือกชำระเงินสดปลายทางเมื่อสินค้าส่งถึงมือ (Cash on Delivery) ก็เป็นอีกวิธีที่ช่วยสร้างความสบายใจ
ส่วนการชำระเงินด้วยบัตรเครดิตจะให้การคุ้มครองที่ดีกว่าเพราะเราสามารถทำเรื่องดึงเงินกลับคืนได้ แต่ควรตรวจสอบว่าเป็นเว็บไซต์ของธนาคารจริงหรือไม่ โดยสังเกตจากช่อง URL ว่าขึ้นต้นด้วย https:// พร้อมสัญลักษณ์แม่กุญแจสีเขียว
อย่าลืมขอหมายเลขพัสดุ (Tracking Number) จากผู้ขาย เพื่อเช็คสถานะการขนส่งสินค้าด้วย
5. อย่าลืมเก็บหลักฐานการสั่งซื้อ อย่าลืมเก็บหลักฐานการสั่งซื้อ หลักฐานการชำระเงิน เช่น Slip โอนเงิน หน้าจอที่มีการทำรายการโอนเงินกรณีใช้บริการ Online Banking หน้าร้านค้าตลอดจนชื่อ-เลขที่บัญชีของเจ้าของร้าน รวมทั้งบทสนทนาที่พูดคุยสั่งซื้อสินค้ากับผู้ขาย เผื่อป้องกันการเกิดปัญหาทุจริตในภายภาคหน้า
หากยังไม่มั่นใจที่จะซื้อของ Online ขอแนะนำให้ทดลองสั่งซื้อสินค้าจำนวนน้อยๆ ก่อน หากไว้ใจและถูกใจ ให้ Bookmark ไว้เพราะอาชญากรมักอาศัยชื่อ Link ที่สะกดด้วยตัวอักษรใกล้เคียงกันสวมรอยร้านค้าดีๆ หลอกเหยื่อให้ตกหลุมพราง
ที่มา : วารสารสายใจไฟฟ้า การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค