สิทธิประโยชน์ ประกันสังคม (ฉบับที่ 4 ) พ.ศ. 2558


แอดมิน ได้อ่านวรสารประกันสังคม แล้วรวบรวมเกร็ดความรู้เกี่ยวกับสิทธิประโยชน์ที่ผู้ประกันตนจะได้รับตามพระราชบัญญัติประกันสังคม(ฉบับที่4) พ.ศ. 2558 มาฝากกันค่ะ มีดังนี้
 
กรณีประสบอันตรายหรือเจ็บป่วย เพิ่ม : ค่าส่งเสริมสุขภาพและป้องกันโรค และค่าใช้จ่ายเป็นเงินช่วยเหลือเบื้องต้นให้แก่ผู้ประกันตน ในกรณีได้รับความเสียหายจากการรับบริการทางการแพทย์ (ปัจจุบัน : มีสิทธิได้รับเฉพาะค่าตรวจวินิจฉัยโรค ค่าบำบัดทางการแพทย์ ค่ากินค่าอยู่ และการรักษาพยาบาลในสถานพยาบาล ค่ายา และค่าเวชภัณฑ์ ค่ารถพยาบาล หรือค่าพาหนะรับส่งผู้ป่วย
 
กรณีคลอดบุตร มีสิทธิได้รับไม่จำกัดจำนวนครั้ง (ปัจจุบัน : มีสิทธิได้รับไม่เกิน 2 ครั้ง เหมาจ่าย ครั้งล่ะ 13,000 บาท และเงินสงเคราะห์ การหยุดงาน 90 วัน )
 
กรณีสงเคราะห์บุตร มีสิทธิได้รับคราวละไม่เกิน 3 คน (ปัจจุบัน : ได้รับสำหรับบุตรอายุ 0-6 ปีคราวละไม่เกิน 2 คน เหมาจ่ายรายเดือนๆ ละ 400 บาท ต่อคน)
 
กรณีว่างงาน เพิ่ม : ให้ความคุ้มครองสิทธิประโยชน์กรณีว่างงานแก่ผู้ประกันตน กรณีนายจ้างหยุดกิจการชั่วคราวเนื่องจากเหตุสุดวิสัยโดยยังไม่มีการเลิกจ้าง เช่น กรณีสถานประกอบการถูกน้ำท่วม (ปัจจุบัน : ผู้ประกันตนมีสิทธิได้รับเมื่อถูกเลิกจ้างหรือลาออก
 
ผู้เจ็บป่วยเรื้อรัง หรือผู้ทุพพลภาพ เพิ่ม : สิทธิประโยชน์กรณีตายแก่ผู้ป่วยเรื้อรัง/ทุพพลภาพ แม้ส่งเงินสมทบไม่ครบตามสิทธิ (ปัจจุบัน : ไม่มีสิทธิได้รับประโยชน์ทดแทนกรณีตาย )
 
ผู้จงใจให้ตนเองได้รับบาดเจ็บทุพพลภาพและตาย เพิ่ม: สิทธิประโยชน์แก่ผู้ประกันตนที่จงใจทำให้คนเองบาดเจ็บ ทุพพลภาพ และตาย หรือยินยอมให้ผู้อื่นก่อให้เกิดขึ้น (ปัจจุบัน : ไม่ได้รับความคุ้มครอง)
 
กรณีทุพพลภาพ เพิ่ม : ผู้ประกันตนซึ่งสูญเสียสมรรถภาพไม่ถึงร้อยละ 50 ของร่างกาย มีสิทธิได้รับประโยชน์ทดแทนกรณีทุพพลภาพ (ปัจจุบัน : ผู้ประกันตนต้องสูญเสียสมรรถภาพของร่างกาย ร้อยละ 50 จึงจะมีสิทธิได้รับประโยชน์ทดแทนกรณีทุพพลภาพ ) และ ผู้ทุพพลภาพอยู่ก่อนวันที่ 31 มีนาคม 2538 ได้รับเงินทดแทนการขาดรายได้ตลอดชีวิต (ปัจจุบัน : ผู้ทุพพลภาพก่อนวันที 31 มีนาคม 2538 ได้รับเงินทดแทนการขาดรายได้ 15 ปี )
 
กรณีตาย เงินสงเคราะห์กรณีที่ผู้ประกันตนถึงแก่ความตาย แก้ไข : ถ้าก่อนถึงความตายผู้ประกันตนได้ส่งเงินสมทบมาแล้วตั้งแต่สามสิบหกเดือนขึ้นไป แต่ไม่ถึงหนึ่งร้อยยี่สิบเดือน ให้จ่ายเงินสงเคราะห์เป็นจำนวนเท่ากับร้อยละห้าสิบของค่าจ้างรายเดือน ที่คำนวณได้ตามมาตรา 57 คูณด้วยสี่ ถ้าก่อนถึงความตาย ผู้ประกันตนได้ส่งเงินสมทบมาแล้วตั้งแต่หนึ่งร้อยยี่สิบเดือนขึ้นไป ให้จ่ายเงินสงเคราะห์เป็นจำนวนเท่ากับร้อยละห้าสิบของค่าจ้างรายเดือน ที่คำนวณได้ตามมาตรา 57 คูณด้วยสิบสอง
 
ปรับปรุงหลักเกณฑ์การได้รับสิทธิประโยชน์ เพิ่ม : ผู้ประกันตนสามารถทำหนังสือระบุบุคคลผู้มีสิทธิรับเงินบำเหน็จชราภาพไว้ล่วงหน้าได้ โดยมีสิทธิได้รับร่วมกับทายาท หากไม่มีทายาท หรือไม่มีบุคคลที่ทำหนังสือระบุให้สิทธิแก่ พี่ น้อง ปู่ ย่า ตา ยาย ป้า น้า อา (ปัจจุบัน : ผู้ประกันตนที่ไม่มีทายาท (บิดา มารดา บุตร คู่สมรส) ไม่สามารถ ทำหนังสือระบุบุคคลผู้มีสิทธิรับเงินบำเหน็จชราภาพไว้ล่วงหน้าได้ โดยเงินบำเหน็จชราภาพตกเป็นของกองทุน
 
* ขยายระยะเวลาการยื่นคำขอรับประโยชน์ทดแทนจาก 1 ปี เป็น 2 ปี

  (ปัจจุบัน : ระยะเวลาการยื่นคำขอรับประโยชน์ทดแทนภายใน 1 ปี )

 
ขยายความคุ้มครอง
 
* ขยายความคุ้มครองลูกจ้างส่วนราชการ ขยายความคุ้มครองไปถึงลูกจ้างชั่วคราวทุกประเภทของส่วนราชการ (ปัจจุบัน : คุ้มครองเฉพาะลูกจ้างชั่วคราวรายเดือน)
 
* ขยายความคุ้มครองให้กับลูกจ้างของนายจ้างที่มีสำนักงานในประเทศ และไปประจำทำงานในต่างประเทศ (ปัจจุบัน : ไม่คุ้มครอง)
 
 
รู้เอาไว้ก็ไม่เสียหายนะคะ เพื่อผลประโยชน์ของผู้ประกันตน ขอขอบคุณขอความดีๆ จาก วารสาร ประกันสังคม ปีที่ 21 ฉบับที่ 5 เดือนมิถุนายน 2558