สุรัตน์ชัย กึงฮะกิจ ปั้น “ดิ เอ็มเพอเร่อร์ เฮาส์” ชูโมเดลบ้านร้อยปี ตอบโจทย์บ้านสำหรับเศรษฐี


 
     “เราเป็นช่างก่อสร้างไม่ใช่นักธุรกิจ” 
      คำพูดของคุณสุรัตน์ชัย  กึงฮะกิจ กรรมการผู้จัดการบริษัท ดิ เอ็มเพอเร่อร์ เฮาส์ จำกัด ธุรกิจรับสร้างบ้านแถวหน้าของเมืองไทยที่รับสร้างบ้านในราคาตั้งแต่ 35 ล้านบาทขึ้นไป ด้วยมาตรฐานและคุณภาพ  ตลอดระยะเวลาร่วม 30 ปี  คุณสุรัตน์ชัยเป็นวิศวกรเติบโตมาจากหน้างาน คลุกคลีกับคนงาน และช่าง ทุกวันนี้จิตวิญญาณก็ยังคงเป็นเช่นนั้นอยู่ 
       “หลังจากผมจบอายุประมาณ 22-23 ปี  ได้มาทำงานอยู่หน้างาน งานแรกก็ท้าทายเลยเพราะได้ไปคุมงานตึกใบหยกสูง 42 ชั้นถือว่าสูงที่สุดในประเทศไทย เราเป็นวิศวกรจบใหม่ก็ได้ไปอยู่หน้างานช่วยคนงานเทคอนกรีตฐานรากที่ตึกใบหยก ผมก็ลงไปอยู่ในหลุมกับเค้า  จากนั้นก็ย้ายไปสะพานแขวนก็ได้ทำงานใหญ่อีก เป็นมาตรฐานระดับอินเตอร์  ทำให้เราได้รู้ว่างานมาตรฐานระดับโลกเค้าเป็นอย่างไร?  พองานเริ่มซา เค้าเรียกเข้าออฟฟิศก็หงุดหงิด  เพราะปกติผมไม่เคยเข้าออฟฟิศ จึงตัดสินใจเปลี่ยนงาน มีบริษัทหนึ่งทำหมู่บ้านจัดสรรให้ไปคุมงานหมู่บ้านจัดสรร ก็หงุดหงิดอีก  เพราะไปเจอการสร้างที่ไม่ได้มาตรฐาน สุดท้ายมีกลุ่มผู้รับเหมารายหนึ่งมาชวนไปทำงานด้วยกัน จึงตัดสินใจทำ ตอนนั้นอายุ 25 ปี ผมก็ออกมาลองเปิดบริษัทดู จำได้งานแรกมูลค่าหนึ่งแสนสองหมื่นบาทต่อเติมหลังบ้านให้เค้า และก็เริ่มรับงานมาเรื่อยมาและเติบโตมาเรื่อย ๆ
       เราประกาศตัวเป็นดิ เอ็มเพอเร่อร์ เฮาส์ เมื่อปลายปีพ.ศ. 2539 ซึ่งเป็นช่วงรอยต่อวิกฤตเศรษฐกิจพอดี  แต่ผมกระทบก่อนรายอื่น   ด้วยความที่เป็นวิศวกรบริหารธุรกิจไม่เป็น  จึงไปเรียนต่อปริญญาโท บริหารธุรกิจ MBA ที่มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์  พอปีพ.ศ. 2539 เศรษฐกิจส่อเค้าไม่ดี ผมเขียนแผนธุรกิจใหม่วิเคราะห์จุดแข็งจุดอ่อนของตนเอง  จากเดิมที่เป็นแค่ผู้รับเหมาธรรมดาปรับเป็นผู้รับสร้างบ้าน ด้วยมองว่าจุดแข็งของผมคือมีประสบการณ์รับสร้างบ้านใหญ่มาก่อน ทำมาเกือบทั้งหมด ทั้งโรงงาน บ้าน อาคารและหอพัก ตอนนั้นพนักงานในบริษัทเหลือเพียง 3 คน  ก็ลุยแถลงข่าวเปิดตัวบริษัทรับสร้างบ้านราคา 20 ล้านขึ้นไป  ปรากฏว่าลูกค้าโทรเข้ามา ผมสร้างบ้านหลังแรก ราคา 22 ล้านบาท  งงมากไปเสนอราคาลูกค้าไม่ต่อสักบาทเดียว  จากนั้นก็ค่อย ๆขยับมา จนล่าสุดส่งงานหลังที่ใหญ่ที่สุด คือ 320 ล้านบาท บนเนื้อที่ 5-6 ไร่ พื้นที่ใช้สอย 3,000 กว่าตารางกิโลเมตร สูง 7 เมตร เข้าไปเหมือนแกรนด์บอลรูมในโรงแรม  และกำลังจะลบสถิติเร็ว ๆนี้ ” 
       ดิ เอ็มเพอเร่อร์ เฮาส์  สร้างบ้านราคาที่ย่อมที่สุดคือ 35 ล้านบาท รวมตกแต่งภายในด้วยประมาณ 60-70 ล้านบาท โดยเป็นบ้านที่มีมาตรฐานสูง ไม่ว่าจะเป็น รูปแบบ งานสถาปัตยกรรม การควบคุมงานก่อสร้าง มีคุณภาพสูงกว่าท้องตลาดทั่วไป  โดยวันนี้ได้พัฒนาใช้คำว่า “บ้านร้อยปี” หมายถึงสร้างบ้านให้อยู่ได้ถึง 100 ปี เพื่อสร้างตำนานให้ลูกหลานรุ่นต่อไป  ผ่านการศึกษาค้นคว้าวิจัย ศึกษาหาข้อมูลทั้งการก่อสร้าง สถาปัตยกรรม และวิศวกรรมเพื่อให้บ้านอยู่ได้เกิน 100 ปี โดยรับลูกค้าปีละ 5 หลังเท่านั้น 
       “ข้อเสียของธุรกิจนี้ไม่ได้ขึ้นอยู่กับว่ามีลูกค้าหรือไม่มี  อยู่ที่ว่าเราสร้างให้เค้าได้หรือไม่  ปริมาณที่สร้างมันจึงถูกจำกัด ทีมงานก่อสร้างของผมมีประมาณ 200 กว่าคน สร้างได้เต็มที่ประมาณ 5 หลัง  แต่มี work in process ประมาณ 10 หลัง  เราจึงรับงานใหม่ได้เต็มที่ประมาณ  5 หลัง  ธุรกิจรับสร้างบ้านนี้เติบโตด้วยมูลค่า  จากหลังเล็กสุดที่ผมเคยสร้างคือราคา 5 ล้านบาท  วันนี้หลังเล็กที่สุดคือ 35 ล้านบาท ดังนั้น  20 ปีที่ผ่านธุรกิจนี้เติบโตขึ้น 700%  ด้วยขั้นตอนในการทำงานมันค่อนข้างช้า  มักจะเสียเวลาไปกับการพูดคุยและออกแบบ เร็วที่สุดที่เคยทำมาคือ 4 เดือน  ช้าที่สุดคือปีกว่า  ปัจจุบันน่าภูมิใจเรามีผลงานอยู่ที่ลาว ที่จำปาศักดิ์   ดิเอ็มเพอเร่อร์เฮ้าส์ ในวงการยอมรับว่าถ้าจะสร้างบ้านหลังใหญ่ คุณภาพสูง เราเป็นเบอร์หนึ่ง 
       เบื้องหลังความสำเร็จของเราคือทีมงานบริการลูกค้า ทุกคนที่อยู่ในธุรกิจนี้ต้องการที่จะสร้างบ้านหลังใหญ่ และผมเชื่อว่าทุกคนน่าจะผ่านมาแล้วกับบ้านราคาหลังละ 20-30 ล้านบาท แต่สุดท้ายไปไม่รอด เพราะความคาดหวังลูกค้ามีสูง แต่ผมมีทีมบริการลูกค้าที่จะเข้าไปแก้ไขปัญหา   โดยเรานำเสนอสิ่งที่เกินความคาดหวังลูกค้า  ทีมงานนี้จะมีทั้งวิศวกร สถาปนิก มัณฑนากร แม้กระทั่งจัดสวนก็ต้องรู้ การให้บริการลูกค้าเราจะนำเสนอตั้งแต่ต้น ทำให้ลูกค้าเข้าใจและไม่มีปัญหา ทีมงานบริการลูกค้าของผมเป็นแผนกหนึ่งที่สามารถเข้าไปทำงานสอดประสานกับวิศวกรที่คุมหน้างาน และสถาปนิกที่ออกแบบได้  ที่เรากล้าพูดเพราะได้พัฒนาทีมนี้ไปไกลเหนือคนอื่น  แต่ก่อนคนมักเข้าใจว่าเราสำเร็จเพราะแบบสวย ก่อสร้างแข็งแรง การบริหารงานก่อสร้างดี  แต่ความจริงแล้วเบื้องหลังความสำเร็จของเราคือทีมบริการลูกค้านั่นเอง   ในวันนี้หนีคู่แข่งเกินกว่า 5 ปี ซึ่งยังไม่รวมทีมงานบริการลูกค้าที่ไปไกลมาก  ดังนั้นถ้าจะเปรียบเทียบในมาตรฐานที่เท่ากัน   คุณจะรู้ว่าจริง ๆแล้วเราไม่ได้แพงเลย 
       ก่อนจะมาเป็นคอนเซ็ปต์บ้าน 100 ปี ทีมงานคิดกันหนัก เราศึกษางานถึงอิตาลี ว่าโบสถ์วิหารเค้าสร้างกันอย่างไรถึงอยู่มาได้เป็นพันปี  ก็พบคำตอบว่ารูปแบบสถาปัตยกรรมคือคำตอบของสิ่งก่อสร้างที่อยู่มาเกือบ 100 ปีก็ยังไม่ล้าสมัย  ส่วนเรื่องโครงสร้างนั้นเราก็ไปศึกษาดูวังต่าง ๆที่สร้างมาเป็น 100 ปี ดูเทคนิคการก่อสร้างซึ่งมั่นใจว่าเราก็ทำได้  ถ้าสังเกตวังต่าง ๆที่อยู่กันมา 100 ปี ข้อเสียคือ ท่อที่มีอายุ 100 ปีเป็นธรรมดาที่จะเสื่อมสลายอยู่แล้ว บางวังเราเห็นการเดินท่อแอร์ มีสายแอร์ สายน้ำทิ้งระโยงระยาง เราจะตัดปัญหาเหล่านี้ได้อย่างไร ในอีก 100 ปีข้างหน้าสิ่งเหล่านี้จะไม่รกหูรกตา  จึงได้ทำการศึกษารูปแบบการออกแบบที่เข้าไปเปลี่ยนหรือให้บริการ  วัสดุก่อสร้างเราทำวิจัยร่วมกับทาง SCG ปูนซีเมนต์ไทย ว่าวัสดุใดทนทานเปลี่ยนแปลงได้  กว่าจะมาเป็นบ้านร้อยปี เบื้องหลังเราทำงานหนักมาก   กว่าจะกล้าพูดคำว่า “บ้าน 100 ปี” ดังนั้นบ้านที่เราสร้างอยู่เกินกว่า 100 ปีแน่นอน”
      คุณสุรัตน์ชัยให้มุมมองบ้านในอนาคตไว้ว่า “ต่อไปบ้านจะมีขนาดเล็กลง  คนรุ่นใหม่จะอยู่บ้านหลังไม่ใหญ่ ด้วยวิธีการสร้างที่รวดเร็วมากขึ้น  ซึ่งเป็นคนกลุ่มใหญ่  เราต้องเจาะกลุ่มเล็ก จำนวนคนอาจไม่มาก แต่กำลังซื้อสูงมาก จากประสบการณ์ของผมจะมีบ้านหลังใหญ่เกิดขึ้นตลอดเวลาในที่ดินเมืองไทยอีกมากมาย  คนที่มีกำลังซื้อจะเป็นคนรุ่นใหม่มากขึ้น”
      กุญแจความสำเร็จของคุณสุรัตน์ชัยคือการพัฒนาไม่หยุดอยู่กับที่  เพราะเมื่อหยุดเท่ากับล้าหลัง  ที่สำคัญคือการสร้างคน  อย่าคิดว่าตนเองเก่ง ตนเองแน่ เพราะในที่สุดก็ต้องร่วงโรยหายไป  ต้องยอมรับเด็กรุ่นใหม่ที่เก่งกว่าโดยสร้างเค้าขึ้นมาทดแทน  โดยให้เค้าเรียนรู้ความผิดพลาดด้วยตัวเอง ซึ่งจะเป็นแรงผลักดันสำคัญให้องค์กรเติบโตไปข้างหน้าได้  
      นี่คือเส้นทางความสำเร็จของคุณสุรัตน์ชัย จากเด็กต่างจังหวัดที่เคยลำบากมาก่อน เรียนรู้และพัฒนาตนเองจนกลายเป็นเจ้าของธุรกิจรับสร้างบ้านให้กับมหาเศรษฐีที่ต้องการมีบ้านหรูหราสไตล์ยุโรปคลาสสิคในราคาหลังหนึ่งไม่ต่ำกว่า 35 ล้าน  จากความพยายามทุ่มเท และไม่รอโชคชะตา ทำให้คุณสุรัตน์ชัยมีวันนี้กับ  “ดิ เอ็มเพอเร่อร์ เฮาส์  บ้านร้อยปี”
 
  ติดตามเรื่องราวความสำเร็จของผู้ประกอบการได้ในรายการ Smart Focus ทุกวันเสาร์-อาทิตย์ เวลา 11.00-12.00 น. ทางทรูวิชั่นส์ HD  570 / SD 49 และ PSI True ช่อง 49  หรือรับชมในช่วงเวลาออกอากาศสดผ่านทาง www.smartsme.tv และรับชมผ่านสมาร์ทโฟนโดยดาวน์โหลดแอพพลิเคชั่น Smart SME