โอกาสการค้าไทยกับการค้ายูนนาน ในเส้นทางสายไหม


เส้นทางสายไหม เส้นทางการค้าที่พักหลัง ๆ เรามักได้ยินชื่อกันจนคุ้นหู ผู้ประกอบการที่ต้องทำการค้ากับจีน คงไม่มีใครไม่รู้จัก โดย เส้นทางสายไหมทางบกที่เริ่มต้นจากซีอาน ซึ่งอยู่ทางทิศตะวันตกเฉียงเหนือของจีน ผ่านเอเชียกลาง เอเชียตะวันตก สู่ยุโรป รวมถึงเส้นทางสายไหมทางทะเลที่กำลังเป็นที่กล่าวขานอยู่ในปัจจุบัน ตามแนวคิด “One Belt and One Road”

 

มณฑลยูนนาน นอกจากเป็นมณฑลที่ใกล้กับประเทศไทยมากที่สุดของจีน  เป็นโอกาสดีของไทย ในการคืนชีพเส้นทางสายไหม ที่จะทำให้ไทยสามารถขยายตลาดได้กว้างมากยิ่งขึ้น  โดยยูนนานได้มีนโยบายในการเป็นศูนย์กลางเชื่อมต่อภูมิภาค 4 ทิศทาง เพื่อเชื่อมโยง กับประเทศเพื่อนบ้านให้มีมากยิ่งขึ้น ตามแนวคิด “One Belt and One Road” ดังนี้

 

1.       เร่งผลักดันยุทธศาสตร์ “ป้อมหัวสะพาน”  เพื่อให้เป็นประตูสำคัญของภาคตะวันตกเฉียงเหนือ โดยพัฒนาการคมนาคมในทุกด้าน  เพื่อเชื่อมไปยังมณฑลตอนใน อาทิ เซี่ยงไฮ้ ทิเบต เสฉวน ฉงชิ่ง กว่างซี และกว่างโจว รวมถึงเวียดนาม ลาว เมียนมาร์ และอินเดีย

2.       สร้างความร่วมมือกับ GMS  ได้แก่ จีน ไทย ลาว เมียนมาร์ กัมพูชา และเวียดนาม

3.       ผลักดันการสร้างระเบียงเศรษฐกิจจีน เมียนมาร์ อินเดีย บังกลาเทศ เพื่อสร้างเส้นทางการทูตกับประเทศเพื่อนบ้าน และขยายช่องทางตลาดใหม่ ๆ

4.       ให้ความสำคัญกับการพัฒนาและความร่วมมือตามแนวชายแดน รวมถึงเพิ่มบทบาทของงาน China-South Asia Expo และงานแสดงสินค้าตามแนวชายแดนของมณฑล

 

 

โอกาสของไทยอยู่ที่ การเชื่อมโยงการคมนาคม  ที่หลากหลายทั้งทางบก ทางน้ำ และทางอากาศ ซึ่งจะช่วยให้ไทย สามารถกระจายสินค้าได้  ซึ่งสินค้าสำคัญที่ไทยส่งออกไปยูนนาน ได้แก่ ยางพารา ผลไม้ (มังคุด ลำไยและกล้วยไข่) และกล้วยไม้ ซึ่งเป็นโอกาสของการค้า การลงทุน และการส่งออกของไทย ในการขยายออกไปยังภาคตะวันตกของจีนมากขึ้น อีกทั้งยูนนานยังสามารถเป็นช่องทางขยายสินค้าไปยังเอเชียกลาง เอเชียตะวันตก เข้าสู่ยุโรป ได้อีกด้วย

 

ปัจจุบัน ไทยและยูนนานมีเส้นทางเชื่อมต่อกัน  3 เส้นทาง ได้แก่

– ทางหลวง R3A เชื่อมระหว่าง ไทย-ลาว-ยูนนาน ซึ่งเป็นที่นิยม เนื่องจากมีความสะดวกมากกว่า

– ทางหลวง R3B  เชื่อมระหว่าง ไทย-เมียนมาร์-ยูนนาน

– ทางน้ำ เชื่อมระหว่างท่าเรือกวนเหล่ยที่จิ่งหง-อำเภอเชียงแสน

– ทางอากาศ ซึ่งมีเที่ยวบินคุนหมิง – กรุงเทพทุกวัน