6 ปัจจัยสำคัญในการสร้างธุรกิจครอบครัวให้มีประสิทธิภาพสูง


     ผศ.ดร. เอกชัย อภิศักดิ์กุล คณบดี คณะบริหารธุรกิจ และผู้อำนวยการศูนย์ศึกษาธุรกิจครอบครัว มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย กล่าวว่า สิ่งสำคัญในการขับเคลื่อนธุรกิจครอบครัวให้มีประสิทธิภาพสูงกว่าธุรกิจครอบครัวรายอื่นมีทั้งหมด 6 ปัจจัย ได้แก่

     1.อายุของผู้บริหาร ผลการดำเนินงานของบริษัทจะมีประสิทธิภาพมากขึ้น เช่น บริษัทที่ซีอีโออายุระหว่าง 51-60 ปี จะมีผลการดำเนินงานเหนือกว่าบริษัทที่ซีอีโออายุระหว่าง 41-50 ปี จากการศึกษาพบว่าผลการดำเนินงานของบริษัทจะมีประสิทธิภาพสูงสุดหากซีอีโออายุระหว่าง 51-60 ปี อย่างไรก็ตาม เมื่อซีอีโออายุตั้งแต่ 70 ปีขึ้นไปพบว่าผลการดำเนินงานของบริษัทจะแย่กว่าช่วงอายุอื่นๆ ทั้งนี้อาจเป็นเพราะว่าเป้าหมายส่วนตัว ความสามารถในการรับความเสี่ยงและความรู้ความเข้าใจของคนเรานั้นจะเปลี่ยนแปลงไปตามอายุ ดังนั้นสำหรับซีอีโอของครอบครัวก็จะต้องมีเวลาที่เหมาะสมในการส่งไม้ต่อความเป็นผู้นำให้กับทายาทรุ่นต่อไปเช่นกัน

     2.ความหลากหลายของผู้นำ ธุรกิจครอบครัวที่มีผลการดำเนินงานที่มีประสิทธิภาพสูงนั้นมักมีซีอีโอเป็นผู้หญิง หรือมีคณะกรรมการบริษัทที่เป็นทางการซึ่งประกอบไปด้วยกรรมการที่ไม่ใช่สมาชิกในครอบครัว และกรรมการที่ไม่ใช่ผู้บริหาร ซึ่งคุณลักษณะนี้ชี้ให้เห็นว่าเพศและความหลากหลายจากคนที่ไม่ใช่สมาชิกในครอบครัวมีความสำคัญต่อภาวะผู้นำในธุรกิจครอบครัว การนำความหลากหลายมาสู่ทีมผู้นำระดับสูงจะสามารถช่วยในการมองประเด็นต่างๆจากมุมมองที่แตกต่างและป้องกันไม่ให้เกิดการคิดแบบติดกลุ่มได้

     3.การติดต่อสื่อสาร ธุรกิจครอบครัวที่มีผลการดำเนินงานที่มีประสิทธิภาพสูงมักใช้กลไก ในการช่วยติดต่อสื่อสารระหว่างธุรกิจ ครอบครัวและ เจ้าของ ได้แก่ การใช้สภาครอบครัว การประชุมผู้ถือหุ้น สัญญาระหว่างผู้ถือหุ้น และนโยบายในการคัดเลือก การจ่ายค่าตอบแทนพนักงานที่เป็นสมาชิกในครอบครัวและที่ไม่ใช่สมาชิกในครอบครัว นอกจากนี้ยังมีการพัฒนาแผนการสืบทอดกิจการเป็นลายลักษณ์อักษร เพื่ออนาคตของครอบครัวในทางธุรกิจ

     4.การพิจารณาปัจจัยจากภายนอกองค์กร ธุรกิจครอบครัวที่มีผลการดำเนินงานที่มีประสิทธิภาพสูงจะใช้เทคนิคการบริหารที่มุ่งเน้นสิ่งที่เกิดขึ้นภายนอกบริษัท ซึ่งได้แก่ การเทียบสมรรถนะ การวิเคราะห์คู่แข่ง แผนกลยุทธ์เป็นลายลักษณ์อักษร และรายงานความคืบหน้าในการกำหนดกลยุทธ์ริเริ่ม

     5.วัฒนธรรมแบบผู้ประกอบการ  ธุรกิจครอบครัวที่มีผลการดำเนินงานที่มีประสิทธิภาพสูง จะพัฒนาวัฒนธรรมแบบผู้ประกอบการขึ้นในองค์กร ซึ่งวัฒนธรรมแบบนี้จะสนับสนุนการแสวงหานวัตกรรมในการพัฒนาสินค้าและบริการ การแสวงหาโอกาสในเชิงรุกและความตั้งใจเข้าไปขับเคี่ยวกับคู่แข่งที่แข็งแกร่ง ดังนั้นจึงไม่น่าแปลกใจว่าบริษัทที่ดำเนินตามกลยุทธ์ผู้แสวงหา มักจะมีผลการดำเนินงานที่เหนือกว่าบริษัทอื่น ในทางกลับกันบริษัทที่ดำเนินตามกลยุทธ์ผู้ป้องกัน หรือกลยุทธ์ผู้โต้ตอบ มักมีความเป็นไปได้น้อยที่จะมีผลการดำเนินงานทีดีเมื่อเทียบกับธุรกิจครอบครัวอื่นๆ

     6.แหล่งเงินทุน เป็นการไร้ประโยชน์หากธุรกิจครอบครัวจะใช้วัฒนธรรมแบบผู้ประกอบการเว้นเสียแต่พวกเขาจะมีแหล่งเงินทุนที่จำเป็นต่อการใช้เงินในการริเริ่มการแข่งขันและการสร้างกลยุทธ์ริเริ่ม ทั้งนี้พบว่าธุรกิจครอบครัวที่สามารถเข้าถึงแหล่งเงินทุนได้มากกว่ามักมีผลการดำเนินงานที่เหนือกว่าบริษัทอื่นๆ