8 ข้อคิดเพื่อชีวิตการลงทุน (หุ้น) ที่ประสบความสำเร็จ
1. ก่อนจะเริ่มลงทุน เราต้องมีทักษะในการบริหารเงินที่ดีก่อน
ก่อนที่จะถามว่าซื้อหุ้นตัวไหนดีเราควรตอบตัวเองให้ได้ก่อนว่า ตอนนี้เรามีเงินเก็บเท่าไหร่แล้ว และที่ผ่านมาเก็บเงินได้เดือนละกี่บาท หลังจากนั้นควรตั้งคำถามกับตัวเองว่า “เป้าหมายในการลงทุนคืออะไร?” ลองมองเป้าหมายในการลงทุนที่จะทำให้เรามุ่งมั่น และสนุกกับการเดินทางมากขึ้น
เรามีความรุ้ความเข้าใจในการลงทุนมากน้อยแค่ไหน มีเวลาในการจัดการการเงินของเรามากน้อยแค่ไหน และเรายอมรับกับความเสี่ยงได้มากหรือว่าน้อย 3 คำถามนี้จะกำหนดแนวทางในการลงทุนของเรา ถ้าเรายังไม่เข้าใจเรื่องของการลงทุนเท่าไหร่ การเริ่มต้นด้วยเงินน้อยๆ อาจเป็นกลยุทธ์ที่ดีกว่า ถ้าเราไม่มีเวลาซื้อกองทุนรวมอาจจะเป็นทางเลือกที่ปลอดภัยกว่าด้วยค่ะ
สำหรับคำถามต่างๆเหล่านี้ จะช่วยปูพื้นฐานการลงทุนให้กับเรา เพราะว่าการเริ่มต้นการลงทุนโดยไม่มีการบริหารการเงินที่ดีนั้น ก็เปรียบเสมือนการสร้างบ้านโดยไม่ได้ตอกเสาเข็ม ปีแรกๆก็อาจจะยังดูดีแต่ถ้าเกิดมีปัญหาขึ้นมาจะเสี่ยงแก้ไขได้ยากเลยทีเดียว
2. มีทัศนคติเกี่ยวกับการลงทุนที่ถูกต้อง
การซื้อหุ้นไม่ต่างอะไรกับการร่วมลงทุนกับเพื่อน หรือว่าญาติของเรา เพราะฉะนั้นสิ่งที่เราควรให้ความสนใจไม่ใช่แค่ราคา แต่เป็นการเติบโตและความสม่ำเสมอของผลตอบแทนที่ได้รับจากธุรกิจนั้น สิ่งสำคัญต้องจำไว้ว่า “การซื้อหุ้นตามเซียน ไม่ได้ทำให้คุณเป็นเซียนหุ้น” และซื้อหุ้นตัวไหนก็ไม่สำคัญเท่า ซื้อหุ้นเพราะอะไร
3. เข้าใจหลักของดอกเบี้ยทบต้น ปัจจัยที่จะมีผลต่อมูลค่าการเงินของเราในอนาคตมีอยู่ 3 ข้อ
1. จำนวนเงินที่เรานำมาลงทุน
2. อัตราผลตอบแทน
3. ระยะเวลาในการลงทุน
นักลงทุนทั่วไปมักจะให้ความสนใจว่าพอร์ตใหญ่แค่ไหน หรือจะทำได้กำไรปีละกี่เปอร์เซ็น แต่จะไม่ค่อยให้ความสำคัญกับระยะเวลาที่ใช้ในการลงทุนเท่าไหร่นัก นักลงทุนที่เก่งจะสามารถใข้เวลาเป็นตัวช่วยทำให้พอร์ตเติบโตได้ โดยการเลือกลงทุนในธุรกิจที่สามารถรักษาความแข็งแกร่งได้ในระยะยาว
4. ต้องเข้าใจธุรกิจที่จะลงทุนอย่างถ่องแท้
การซื้อหุ้นโดยไม่วิเคราะห์ธุรกิจให้ดีให้ถ่องแท้ ก็เหมือนการซื้อบ้านโดยดูแค่ราคา การลงทุนก็ไม่ต่างกัน ดังคำกล่าวที่ว่า ราคาคือสิ่งที่คุณจ่าย คุณค่าคือสิ่งที่คุณจะได้รับ
5. ต้องเข้าใจเครื่องมือในการวิเคราะห์ทางการเงินก่อนนำมาใช้
การเข้าใจเครื่องมือเหล่านี้อย่างครึ่งๆกลางๆอาจจะทำให้เราประสบปัญหาได้ ยกตัวอย่างเช่น PE หรือว่าอัตราส่วนราคาต่อกำไรต่อหุ้น เราต้องเข้าใจว่า PE ต่ำไม่ได้แปลว่าดีกว่าเสมอไปเราต้องรู้ว่ากำไรต่อหุ้นนั้นมีที่มายังไง และที่สำคัญปัจจัยใดบ้างที่จะมีผลต่อค่า PE เหล่านั้น สิ่งเหล่านี้เป็นอะไรที่ซับซ้อนและอาจจะใช้เวลาในการเรียนรู้สักระยะ แต่ถ้าอย่างจะเรียนทางลัดการเข้าอบรมหรือว่าการหาหนังสือดีดีมาอ่านก็สามารถเป็นเพื่อนคู่คิดของคุณได้
6. ต้องรู้จักเรียนรู้ และพัฒนาตัวเองตลอดเวลา
ข้อมูล คือ ขุมทรัพย์ หน้าที่หลักของนักลงทุน คือ การตัดสินใจ และการมีฐานความรู้ที่กว้างและลึกจะช่วยให้เราตัดสินใจได้ถูกต้องมากชึ้นในระยะยาว
7. ฝึกการควบคุมตนเเอง
เนื่องจากซื้อขายหุ้นทำได้ง่ายมาก การควบคุมอารมณ์ตัวเองจะมีประโยชน์อย่างมากจะช่วยให้เราแยกแยะอารมณ์ออกจากเหตุผลได้ง่ายขึ้น
8. มีความสุขในการลงทุน
เชื่อว่าถ้าเราได้ทำในสิ่งที่รักเราก็จะทำมันอย่างเต็มที่ ตั้งใจ แล้วก็จะทำให้ผลลัพธ์ที่ได้ออกมาดีขึ้น การลงทุนก็ไม่ต่างกัน จะทำผลตอบแทนให้ดีต้องมีความสุขกับการลงทุน ความสุขจากการลงทุนก็เกิดจากการที่เรามีแนวทางในการลงทุนยิ่งเหมาะกับตัวเรา การได้ลงทุนในแนวทางที่เหมาะกับตัวเองก็จะช่วยให้เครียดน้อยลงทำผลงานได้ดีขึ้น และที่สำคัญที่สุด จะทำให้เรามีความสุขในชีวิตมากขึ้น
*** โชคอาจจะมีผลต่อผลตอบแทนของพอร์ตในระยะสั้นๆ แต่ในระระยาวๆ ฝีมือและความทุ่มเทจะกำกนดชะตาชีวิตของคุณ