Skolafund ไม่ควรมีใครถูกลิดรอนการศึกษา เพียงเพราะเขาไม่สามารถจ่ายได้


หากจะกล่าวถึงการศึกษา นับเป็นสิ่งสำคัญในฐานะมนุษย์ทุกคนที่จะต้องผ่านเข้าสู่ระบบเพื่อเรียนรู้ความรู้พื้นฐาน ก่อนจะต่อยอดความชอบในด้านตัวตนที่จะกำหนดอนาคตชีวิตในแต่ละคน 
 
อย่างไรก็ตาม ด้วยปัจจัยหลายด้าน โอกาสอาจไม่ได้อำนวยความสะดวกให้กับทุกคนได้เติมเต็มในสิ่งที่ต้องการ แต่ด้วยแนวคิดแบบใหม่ตามวัตถุประสงค์ของ Skolafund ที่ว่า “เราเชื่อว่า ไม่ควรมีใครถูกลิดรอนการศึกษา เพียงเพราะเขาไม่สามารถจ่ายได้” จึงกลายเป็นนวัตกรรมของคนรุ่นใหม่ที่จะมาช่วยสร้างเงินทุนและช่วยตอบโจทย์ด้านโอกาสทางการศึกษาในอีกทางเลือกหนึ่ง
 
จากความร่วมมือการก่อตั้งของมหาวิทยาลัยนานาชาติอิสลามมาเลเซีย (IIUM) และมหาวิทยาลัยแห่งชาติสิงคโปร์ (NUS) ทำให้ Skolafund เป็นระบบออนไลน์ล่าสุดที่เป็นไปได้เพื่อเริ่มต้นการช่วยเหลือคนจำนวนมากให้มีการศึกษาสูงขึ้นตามรอยการระดมทุนขนาดใหญ่ของแพลตฟอร์ม Kickstarter และ Indiegogo โครงการสารสนเทศที่มีฐานจากมาเลเซีย เพื่อช่วยให้นักเรียนที่ไม่ค่อยมีโอกาส รวมถึงผู้ที่ไม่ได้รับทุนการศึกษาได้รับผ่านระบบดังกล่าว
 
เต็งกู อาห์หมัด เซียมิล นักศึกษาจากสิงคโปร์และเป็นผู้ร่วมก่อตั้ง Skolafund ที่ศึกษาระดับปริญญาตรีในมหาวิทยาลัยนานาชาติอิสลามมาเลเซีย (IIUM) อธิบายว่าตัวเขาเองพยายามเพิ่มทักษะการเป็นผู้ประกอบการ และด้วยสถานการณ์ทางสังคม รวมถึงความจริงที่ว่า ไม่เคยมีการระดมทุนที่ไม่มีปัญหา แต่เขากลับมองว่าสถานการณ์ดังกล่าวไม่ใช่การศึกษาวันนี้ 
 
“มีนักเรียนจำนวนมากที่ทำงานหนัก แต่ก็เป็นเรื่องน่าเสียดายที่ว่าใช่ทั้งหมดที่จะโชคดีพอจะได้รับการศึกษา”  
 
สิ่งที่กระตุ้นให้เขาเริ่มต้นในการเริ่มต้น สโกลาฟันด์ (Skolafund) มาจากการโพสต์บนเฟซบุ๊คของนักเรียนในมหาวิทยาลัยของเขา “เขาเป็นนักเรียนที่ขยันและมาจากครอบครัวที่มีรายได้น้อย ซึ่งเขาได้เปิดเผยว่าเขามีปัญหาการขาดการจ่ายเงินค่าเล่าเรียนเป็นเพราะพ่อแม่ของเขาป่วย ทำให้เขาต้องทำงานพาร์ทไทม์ควบคู่ไปด้วย ซึ่งเขาจึงได้ถามหาถึงทางเลือกอื่นๆ ที่เกี่ยวกับด้านทุนการศึกษา และก็มีเรื่องน่าสนใจขึ้นมาอีกเรื่อง เพราะแทนที่ผู้คนจะช่วยกันแนะนำวิธี แต่กลับเป็นว่าคนในสังคมกลับเสนอการโอนเงินเข้าบัญชีนักเรียนคนนั้นแทน”
 
เรื่องนี้จึงทำให้ เซียมิล รู้สึกประหลาดใจกับในความเอื้ออาทรของชุมชน “มันเป็นการแสดงออกอย่างอ่อนโยน และมีความยินดีที่จะช่วยเหลือ” และนั่นจึงเป็นแรงบันดาลใจที่ทำให้เกิดประกายความคิดขึ้นมาได้ว่า “หากพวกเราสามารถรวบรวมกลุ่มนักเรียนเหล่านี้ให้เป็นแพลตฟอร์มที่ใหญ่ขึ้น พวกเขาจะสามารถรวบรวมการสนับสนุนได้มากขึ้น และสามารถระดมทุนการศึกษา (Crowdfund) ได้ด้วยตัวเอง” ซึ่งหลังจากไตร่ตรองและวางแผน Skolafund ได้วางแผนว่าจะเปิดตัวแพลตฟอร์มดังกล่าวในปีนี้
 
ด้วยเสียงตอบรับที่ดีมาก เพราะทุกคนจะสามารถเปิดแคมเปญได้ สำหรับขั้นตอนสำหรับผู้เริ่มต้นนั้น ผู้สมัครจะต้องส่งเอกสารยืนยันเพื่อใช้ในการตรวจสอบ รวมถึงการเขียนเรียงความถึงเหตุผลว่าทำไมเขาจึงควรได้รับการสนับสนุน ซึ่งผู้สมัครที่ได้รับการอนุมัติจะถูกตัดสินใจในการได้รับทุน ใน 30 วันหลังจากเริ่มต้นแคมเปญ ซึ่งพวกเขาสามารถหาผู้สนับสนุนได้ในหมู่เพื่อน ครู ญาติพี่น้อง ตลอดจนบุคคลอื่นๆ จะเป็นส่วนหนึ่งในการตั้งค่าแคมเปญและให้คำแนะนำไปพร้อมๆกัน 
 
แม้ว่าผู้สมัครจะมีอิสระในการกำหนดตัวเลข เรื่องนี้ เซียมิล ได้เน้นย้ำว่าจะมีการกำหนดค่าสูงสุดของจำนวนเหล่านี้ “ถ้าหากคุณคิดว่าจะสามารถเข้าถึงได้ ฉันก็จะพูดเกี่ยวกับมัน เพราะสิ่งที่เราทำเราต้องการให้แคมเปญสำหรับนักเรียนบรรลุวัตถุประสงค์ที่เราตั้งไว้ “ในระหว่างกระบวนการ พวกเราคาดหวังว่านักเรียนจะได้ใช้ความคิดริเริ่มที่จะส่งเสริมแคมเปญของพวกเขา และเราจะไม่นิ่งนอนใจกับเรื่องนี้” 
    
ทั้งนี้ นับตั้งแต่ก่อตั้งในเดือนเมษายนปีที่แล้ว (ค.ศ.2015) Skolafund ได้รับผู้สมัครมากกว่า 50 คนแล้ว โดยเปิดเผยว่า “แคมเปญแรกของเขายังคงเป็นที่น่าจดจำ เป็นการเริ่มต้นโดยนักเรียนที่ศึกษาในมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีเปโตรนาส (UTP) เขาเป็นวิศวกรโยธา แต่สิ่งนี้ไม่ได้ทำให้เขาดีขึ้น เพราะปัญหาทางบ้านที่พ่อได้แยกทางกับแม่ของของเขาไป ทำให้เขาเป็นเพียงคนเดียวที่ต้องเลี้ยงครอบครัว ซึ่งมันประสบความสำเร็จมากที่พวกเราสามารถได้เงินทุนสูงถึง 5,000 ริงกิตมาเลเซียภายใน 3 วัน ซึ่งผู้สนับสนุนมองเห็นศักยภาพที่ดีในตัวเขา รวมถึงพวกเรามีกลุ่มชุมชนที่สนับสนุนกันอย่างแท้จริง เพื่อรณรงค์ให้แคมเปญไปสู่ความสำเร็จ” 
 
การเริ่มต้นในมหาวิทยาลัย คุณจะผูกพันไปกับความท้าทายใหม่ๆ เพราะจะทำให้เราได้สอดส่องหาความสามารถใหม่ๆ ในการช่วยแก้ปัญหาด้านการเจริญเติบโต “มันเป็นการยากในการพบปะและค้นหาเพื่อนร่วมทีม ขณะที่ผู้คนบางกลุ่มคาดหวังเรื่องผลตอบแทนทางการเงิน แต่พวกเขาต้องทำความเข้าใจนี่เป็นเรื่องที่ค่อนข้างใหม่และกำลังจะเติบโต”
 
สำหรับ Skolafund ปัจจุบัน มีสมาชิก 4 คนในทีมบริหาร ประกอบด้วย เซียมิล อายุ 24 นักศึกษาคณะบริหารธุรกิจของ IIUM, เซียคีร์ ฮาชิม วัย 23 ปีนักเรียนแลกเปลี่ยนที่ศึกษาอยู่ที่ NUS, วิลดาน ซัลฟิคาร์ วัย 21 ปีนักศึกษาด้านสารสนเทศของ IIUM และฟารุค ราซิด วัย 24 ปีนักศึกษาคณะวิศวกรรมคอมพิวเตอร์ของ NUS 
  
อย่างไรก็ตาม ยังคงมีความท้าทายหลักในด้านการเป็นผู้สนับสนุนคือการโน้มน้าวให้เห็นถึงศักยภาพของรูปแบบการระดมทุนนี้อย่างจริงจัง โดยที่ Skolafund ก็ได้รับความร่วมมือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องและองค์กรอื่นๆ  รวมถึงเพิ่งได้รับการสนับสนุนจาก Startupbootcamp เครือข่ายที่มุ่งเน้นด้านอุตสาหกรรมทั่วโลก 
 
“เช่นเดียวกัน เรามีบุคคลที่ประสบความสำเร็จอย่างดาโต๊ะ ฟาซลีย์ ยาค็อบ นักแสดงและนักร้องชาวมาเลเซีย และอิมราน อัจเมน นักร้องสิงคโปร์ มาช่วยประชาสัมพันธ์โครงการนี้ให้เป็นที่รับรู้ตามสื่อสังคมออนไลน์ต่างๆ และนั่นก็ช่วยเหลือเราได้มาก”
 
นอกจากนี้ Skolafund ยังมองหารูปแบบอื่นในการระดมทุนเพื่อบรรเทาภาระของนักเรียน “พวกเราทำงานเกี่ยวกับคุณลักษณะใหม่นี้บนเว็บไซต์ที่เรียกว่าการสร้างทุนการศึกษา โดยที่ทุกคนสามารถเริ่มต้นด้วยตัวเอง และจะมีรางวัลให้กับใครก็ตามที่ดีที่สุดและสมควรได้รับทุนการศึกษา”
 
“เราเชื่อว่า ไม่ควรมีใครถูกลิดรอนการศึกษา เพียงเพราะเขาไม่สามารถจ่ายได้” 
 
และสุดท้ายเราต้องขอบคุณความพยายามอย่างไม่หยุดยั้งทางด้านจิตใจของเด็กเหล่านี้ ซึ่งนำไปสู่ความคิดที่เป็นนวัตกรรมใหม่ เพื่อให้เด็กรุ่นใหม่ถูกหลีกเลี่ยงจากการลิดรอนในด้านนี้