ก่อนมาถึงจุดนี้ Facebook Reactions ผ่านอะไรมาบ้าง


ผู้ใช้เฟซบุ๊ค (Facebook) ทั่วโลก รวมถึงในประเทศไทยได้เริ่มต้นใช้งานปุ่มกดแสดงอารมณ์บนเฟซบุ๊ค (Facebook Reactions) เป็นที่เรียบร้อยแล้ว และกลายเป็นกระแสในสังคมออนไลน์ที่ผู้คนต่างใช้งานลูกเล่นใหม่นี้มากขึ้น แต่กว่าที่เราจะได้เล่น facebook Reactions นั้น เจ้าสิ่งนี้มีที่มาอย่างไรบ้าง ลองไปดูกัน
 
หลังจากช่วงปลายปี ค.ศ.2015 ที่ผ่านมา เฟซบุ๊ค (facebook) ได้มีปฏิกิริยาสนองตอบกับผู้ใช้งานมากขึ้นในการแสดงความรู้สึกผ่านการกดปุ่มถูกใจแบบเดิมที่มีเพียงแค่การกด like โดยได้นำเสนอในรูปแบบของอิโมจิที่มี 6 ความรู้สึก ประกอบด้วย ถูกใจ (like) รัก (love) หัวเราะ (haha) ว้าว (wow) เสียใจ (Sad) และโกรธ (Angry) 
 
การเริ่มต้นการใช้ปุ่ม Facebook Reactions ได้เริ่มทดสอบครั้งแรกในประเทศสเปน และไอร์แลนด์ ก่อนจะถูกนำไปใช้ในชิลี ฟิลิปปินส์ โปรตุเกส และโคลอมเบีย รวมถึงในสหรัฐอเมริกา ตามรายงานของบลูมเบิร์ก 
 
รายงานระบุว่า เฟซบุ๊ค (Facebook) ได้ทำงานร่วมกับกลุ่มนักสังคมวิทยาอย่างใกล้ชิด เพื่อเลือกภาพที่จะใช้แสดงอารมณ์อย่างรอบคอบเพื่อสร้างความเหมาะสมมากขึ้นเพื่อใช้ ในบางสถานการณ์  คือ ถ้าสัตว์เลี้ยงของผู้ใช้ Facebook ของเขาเสียชีวิต จากเดิมปุ่มถูกใจจะเป็นตัวเลือกเดียวที่จะแสดงอารมณ์ที่ไม่ใช่คำพูด ทำให้บริษัทมีความต้องการที่จะให้ทางเลือกกับผู้ใช้งานได้รับความรู้สึกสะดวกสบายและความกระตือรือร้น ในการใช้งาน
 
สำหรับการใช้งานนั้น จะใช้วิธีกดปุ่มถูกใจเดิมแช่ทิ้งไว้ ก็จะปรากฏเป็น 6 ความรู้สึกอยู่เป็นตัวเลือกทางด้านบน ขณะที่การกดถูกใจหรือ like แบบเดิมนั้นก็เพียงกดปุ่มเดิมครั้งเดียว ไม่ต้องแช่ทิ้งไว้ 
 
ซึ่งเรื่องนี้ คริส ค็อกซ์ หัวหน้าผู้จัดการฝ่ายผลิตภัณฑ์ของ Facebook ได้เปิดเผยว่า กระบวนการดังกล่าวทีมได้มีมาตรการที่รอบคอบและกระบวนการไม่ได้ถูกทำด้วยความรีบร้อน  
 
“เราได้ทำสิ่งนี้ไปด้วยความระมัดระวังอย่างมาก และนั่นก็มาจากการได้เรียนรู้ในหลายๆเหตุผล” 
 
ขณะเดียวกัน ประเด็นที่มีผู้ใช้งานบางกลุ่มที่ต้องการปุ่มไม่ถูกใจ หรือ Dislike ซึ่งเรื่องนี้นั้น มาร์ค ซัคเกอร์เบิร์ก ซีอีโอและผู้ก่อตั้งเฟซบุ๊ค (Facebook) ได้ออกมาแสดงความกังวลใจก่อนหน้านี้และผ่านการตอบคำถามด้วยตัวเขาเองว่า ตัวเลือกดังกล่าวบ่งบอกถึงการปฏิเสธมากเกินไป ทำให้เกิดปฏิกิริยาที่ขัดแย้งกันมากเกินไประหว่าง ชอบ กับไม่ชอบ 
 
อย่างไรก็ตาม จากปฏิกิริยานั้นจึงทำให้ เฟซบุ๊ค ได้ทำการคิดค้นปุ่มแสดงอารมณ์ต่างๆ เพื่อตอบสนองผู้ใช้งานมากขึ้นจนก่อให้เกิดเป็น Facebook Reactions ที่ได้นำออกมาใช้กัน 
 
ทั้งนี้ การเปิดตัวของ Facebook Reactions ครั้งนี้ก็เป็นที่ตั้งข้อสังเกตเช่นกันว่า ในอนาคตปุ่มการแสดงอารมณ์หลากหลายเหล่านี้จะถูกนำไปใช้งานเป็นเครื่องมือในด้านอื่นๆมากเพียงใด โดยเฉพาะในแวดวงธุรกิจทางสังคมออนไลน์ เนื่องจากการนับจำนวนยอดไลค์ตามเพจที่มีจำนวนมากก็เป็นหนึ่งในตัวชี้วัดผลทางธุรกิจ 
 
นอกจากนี้ การกดปุ่มแสดงอารมณ์แต่ละปุ่มนั้น หรือผลกระทบด้านอารมณ์จะมีผลต่ออัลกอริธึมของระบบด้วยหรือไม่ในอนาคต แต่อย่างไร SmartSME ก็ขอให้เพื่อนๆใช้งานปุ่มเหล่านี้กันอย่างสร้างสรรค์กันนะครับ