หลังจากปีที่ผ่านมา ธนาคารกลางเกาหลีได้อนุมัติเงินจำนวน 9 ล้านล้านวอน (7.28 พันล้านดอลลาร์สหรัฐฯ) ให้สำหรับกลุ่มธุรกิจขนาดเล็กและขนาดกลาง (SMEs) ในการกู้สินเชื่อดอกเบี้ยต่ำ เพื่อช่วยกระตุ้นภาคเศรษฐกิจ
การเพิ่มช่องทางการเงินให้กับกลุ่มผู้ประกอบการ SMEs ผ่านธนาคารพาณิชย์ จะถูกแบ่งเป็นจำนวน 3 ล้านล้านวอนในการนำไปสนับสนุนด้านการค้าและการเงิน ขณะที่ 2.9 ล้านล้านวอนจะใช้ในการส่งเสริมการลงทุน โดยที่ในส่วนที่เหลือจะเป็นการช่วยเหลือในกลุ่มธุรกิจตั้งต้น รวมถึงมาตรการการสนับสนุนการปล่อยสินเชื่อของธนาคารกลางสอดคล้องกับการกระตุ้นเศรษฐกิจของรัฐบาลที่ประกาศเมื่อเดือน ก.พ.ที่ผ่านมา เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจที่มีการเจริญเติบโตช้า
ทั้งนี้ การปรับอัตราดอกเบี้ยของธนาคารกลางเพื่อเป็นทางเลือก โดยตัดอัตราดอกเบี้ยเหลือเพียง 1.5% ตั้งแต่เดือนมิถุนายนนั้น ในการประชุมนโยบายทางการเงินเมื่อเดือน ก.พ.ที่ผ่านมาทาง ลี จู ยอล จากธนาคารกลางได้ให้ความเห็นว่า ด้วยอัตราดอกเบี้ยที่ต่ำจะก่อให้เกิดความเสี่ยงมากกว่าผลดีทางเศรษฐกิจ
อย่างไรก็ตาม เจ้าหน้าที่ธนาคารกลางได้คาดหวังว่า การจัดหาเงินกู้ดอกเบี้ยต่ำจำนวนมาก จะสามารถช่วยขยายศักยภาพการเติบโตของประเทศ โดยการช่วยเหลือผู้ประกอบการ SMEs ด้านการส่งออกมากขึ้น และอำนวยความสะดวกด้านการลงทุน ซึ่งมันจะช่วยในด้านการสร้างสภาวะที่ดีสำหรับการเริ่มต้น แม้จะยอมรับว่าเป็นเรื่องยากในการวัดผลด้านการเจริญเติบโต รวมถึงตัวชี้วัดในด้านเศรษฐกิจมหภาค รวมถึงเสียงวิจารณ์ว่า สิ่งเหล่านี้จะส่งผลการเพิ่มการสำรองสภาพคล่องของธนาคาร
นักเศรษฐศาสตร์ยอมรับว่า การแข่งขันขององค์กรธุรกิจขนาดเล็กและกลาง จะก่อให้เกิดประสิทธิภาพที่จะเป็นกุญแจสำคัญในการสร้างความแข็งแกร่งและเสริมสร้างศักยภาพการเติบโตของประเทศ ซึ่งลดลงจาก 5.2% ในปี 2000-2005 มาอยู่ที่ 3.0-3.2% ในปี 2011-2015
สิ่งที่สำคัญคือการค้นหาและมุ่งเน้นไปสู่วิธีที่มีประสิทธิภาพในการสนับสนุน SMEs พร้อมกันนี้ ด้วยโปรแกรมที่มีความซับซ้อนมากเกินไป รวมถึงสภาพทางเศรษฐกิจที่เกิดการเปลี่ยนแปลง ทำให้การเติบโตขององค์กรขนาดเล็กและกลางไม่สามารถขับเคลื่อนไปได้เต็มที่ ตั้งแต่เกาหลีได้รับผลกระทบจากวิกฤติแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศในปี 1997
เรื่องนี้ จู ฮยอง ฮวาน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการค้า อุตสาหกรรมและพลังงาน ได้ให้คำมั่นว่าจะให้ความสำคัญกับการเสริมสร้างและสนับสนุนผู้ประกอบการ SMEs ที่จะจัดส่งสินค้าไปยังต่างประเทศ โดยเขาได้กล่าวในงานฟอรัมด้านเศรษฐกิจที่จัดขึ้นในกรุงโซลเมื่อสัปดาห์ก่อนว่า เกาหลีควรปรับเปลี่ยนนโยบายพื้นฐานเพื่อเพิ่มการส่งออก หลังจากข้อมูลระบุว่า การส่งออกของประเทศลดลงถึง 12.2% จากการเปรียบเทียบข้อมูลในเดือนกุมภาพันธ์เมื่อปีก่อน รวมถึงอัตราการส่งออกยังลดลงยาวต่อเนื่องถึง 14 เดือนติดต่อกัน
นอกจากนี้ จู ฮยอง ฮวาน ได้เน้นย้ำถึงความจำเป็นในการกระจายการส่งออกและสำรวจโอกาสในตลาดเกิดใหม่ เช่น อินเดีย อิหร่าน และเวียดนาม โดยจะสนับสนุนผู้ประกอบการ SMEs อย่างเข้มข้นถึงความสามารถของผลิตภัณฑ์ที่จะขายในต่างประเทศ
ขณะเดียวกัน ข้อมูลล่าสุดระบุว่า มีเพียง 3% ของผู้ประกอบการ SMEs จากจำนวน 3 ล้านที่จัดส่งสินค้าไปต่างประเทศ โดยรัฐมนตรีจะผลักดันการเพิ่มขึ้นของจำนวนผู้ส่งออกที่ได้เพิ่มขึ้นจาก 2,000 รายในปีล่าสุดให้เป็นมากกว่า 5,000 รายในปีนี้ ซึ่งความคิดริเริ่มนี้ก็ได้รับการตอบรับจากนักเศรษฐศาสตร์เป็นอย่างดี
“การมุ่งเน้นการสนับสนุนการส่งออกจะสามารถเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญในการแก้ไขปัญหาอย่างเข้มข้นสำหรับผู้ประกอบการ SMEs” ชิน อิน ซอค หัวหน้าสถาบันด้านการตลาดการลงทุนของเกาหลี กล่าว
ผู้เชี่ยวชาญยังระบุว่า การสนับสนุนผู้ประกอบการ SMEs ส่งออกมากขึ้นจะช่วยประเทศได้ปรับตัวเข้ากับสภาพการเปลี่ยนแปลงและความต้องการในตลาดโลกที่มีความผันผวนได้ด้วย แม้ว่าตามข้อมูลตัวเลขของบริษัทขนาดกลางจะมีตัวเลขจำนวนการส่งออกมากขึ้น 3.2% ต่อปีและมีรายได้มากกว่า 1.5 แสนล้านวอน แต่ก็แทบไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับทางด้าน SMEs ที่มียอดตกลงมา 6.6% จากปีก่อน เช่นเดียวกับบริษัทขนาดใหญ่ที่มียอดการส่งออกตกลงมา 11.1% ทำให้ภาพรวมการส่งออกของประเทศตกลง 8% ในปีที่ผ่านมา