มาตรการกีดกันการค้า:กับดัก AEC
อุปสรรคทางการค้าที่ไม่ใช่ภาษี นับเป็นอุปสรรคสำคัญต่อการรวมกลุ่มเป็นประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน นักวิชาการชี้แต่ละประเทศต้องการปกป้องผลประโยชน์ของชาติตัวเอง ผู้ช่วยศาสตราจารย์ดร.กิตติ ประเสริฐสุข ผู้อำนวยการสถาบันเอเชียตะวันออกศึกษา มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ กล่าวว่า อุปสรรคสำคัญต่อการรวมกลุ่มเป็น AEC อยู่ที่ความต้องการกีดกันทางการค้าในหมู่ประเทศสมาชิก แต่ละประเทศมุ่งปกป้องผลประโยชน์ของประเทศตัวเอง โดยอุปสรรคทางการค้าที่ไม่ใช่ภาษี แบ่งได้เป็นหลายประเภท อาทิ ระบบโควตาการนำเข้า ซึ่งเป็นการจำกัดจำนวนการนำเข้าสินค้าบางประเภทที่ไม่ได้ให้นำเข้าโดยเสรี เพื่อปกป้องผู้ผลิตในประเทศที่ผลิตสินค้าในราคาที่แพงกว่าสินค้านำเข้า ลำดับถัดมาเป็นเรื่องมาตรฐานสินค้า เช่น มาตรฐานทางอุตสาหกรรม มาตรฐานทางเกษตรกรรม ความปลอดภัย แต่ละประเทศมักจะกำหนดมาตรฐานให้เข้มงวดมากขึ้น ทำให้สินค้าจากชาติอื่นเข้ามาได้ยาก นอกจากนั้นยังมีเรื่องการเปลี่ยนสถานที่ในการขนรับสินค้า ทั้งนี้อาจารย์กิตติ ยังกล่าวด้วยว่า การรวมกลุ่มเป็น AEC ถูกแบ่งออกเป็นเฟส สิ้นสุดปี 2015 ก็จะสิ้นสุดเฟสหนึ่ง การเปิดเสรียังไม่เสร็จสมบูรณ์ทั้งหมดและยังต้องทำงานต่อไปเพื่อเปิดเสรีระหว่างประเทศสมาชิก อาทิประเด็นเรื่องการเคลื่อนย้ายแรงงานฝีมือหรือนักวิชาชีพ 8 อาชีพ ในอนาคตก็ต้องขยายอาชีพมากขึ้นและทำให้ยืดหยุ่นมากขึ้น นอกจากนั้นยังต้องมีการแก้ไขกฎหมายว่าด้วยการลงทุนในภาคบริการ ปัจจุบันกำหนดว่าให้ลงทุนข้ามประเทศ เข้าไปถือหุ้นใหญ่ได้ 70% ซึ่งในแต่ละประเทศก็ยังไม่ได้แก้กฎหมายภายใน เป็นต้น สำหรับการเตรียมความพร้อมของไทยต่อการเปิด AEC นั้น ผู้ช่วยศาสตราจารย์ดร.กิตติ กล่าวว่า ประเทศไทยต้องวางตำแหน่งตัวเองใหม่ ในภาคเกษตรกรรมต้องพัฒนาให้สินค้ามีมูลค่าเพิ่ม ส่วนภาคอุตสาหกรรมก็ต้องยกระดับเทคโนโลยี และไทยต้องออกไปลงทุนต่างประเทศ


