คุมเข้มทุเรียน! กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ลงพื้นที่ภาคตะวันออก ย้ำ! ห้ามจำหน่ายทุเรียนอ่อน-ด้อยคุณภาพ รักษาภาพลักษณ์ผลไม้จังหวัด
นายกฤษฏา บุญราช รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เป็นประธานในการลงนามความร่วมมือระหว่างสหกรณ์การเกษตรชาวสวนผลไม้กับห้างสรรพสินค้าและโมเดิร์นเทรด ซึ่งจับคู่ค้ารับซื้อผลผลิต โดยเฉพาะทุเรียน ผลไม้ที่เป็นพืชเศรษฐกิจของจังหวัดจันทบุรีและภาคตะวันออก
นายกฤษฎา กล่าวว่า กระทรวงเกษตรฯ มีนโยบายให้กลุ่มเกษตรกรผลิตสินค้าการเกษตรที่มีคุณภาพ จึงขอให้เกษตรกรซื่อสัตย์ ไม่ตัดทุเรียนอ่อนขาย ปัจจุบันหน่วยงานต่างๆ ทั้งกรมส่งเสริมสหกรณ์ กรมส่งเสริมการเกษตรเข้ามาส่งเสริมการผลิตแบบประณีต อีกทั้งปัจจุบันกรมวิชาการเกษตรมีเทคโนโลยีตรวจสอบความอ่อนแก่ของทุเรียน ด้วยวิธีวัดเปอร์เซ็นต์น้ำหนักแห้งในเนื้อทุเรียน ได้แก่
พันธุ์หมอนทอง กำหนดที่ 32 เปอร์เซ็นต์ พวงมณี 30 เปอร์เซ็นต์ ชะนี 30 เปอร์เซ็นต์ กระดุม 27 เปอร์เซ็นต์
เมื่อทำข้อตกลงซื้อขายกับภาคเอกชน ขอให้รักษามาตรฐานและคุณภาพของผลผลิต ทำให้สามารถประกอบอาชีพเกษตรกรรมได้อย่างยั่งยืน
รมว.เกษตร กล่าวเพิ่มเติมว่า ต้องการให้เกษตรกรรวมกลุ่มทำเกษตรกรรมเป็นรูปแบบสหกรณ์การเกษตรแปลงใหญ่ และวิสาหกิจชุมชน เนื่องจากสามารถซื้อปัจจัยการผลิตราคาต่ำกว่าการแยกซื้อเป็นรายๆ และขายผลผลิตได้โดยไม่ถูกกดราคาจากคนกลาง
นอกจากนี้ ยังแนะนำให้ชาวสวนปลูกพืชหลากหลาย เนื่องจากปีที่ผ่านมาทุเรียนราคาดี เกษตรกรโค่นไม้ผลอื่นมาปลูกทุเรียนมาก เพื่อไม่ให้อีก 4 -5 ปีทุเรียนชุดที่ปลูกเพิ่มนี้จะเริ่มให้ผลผลิตต้องประสบปัญหาราคาตกต่ำ โดยอาจปลูกกาแฟ โกโก้ เสริม เนื่องจากสภาพอากาศภาคตะวันออกชุ่มชื้นคล้ายภาคใต้ อีกทั้งตลาดยังต้องการผลผลิตกาแฟและโกโก้อีกมาก จึงจะเป็นพืชเศรษฐกิจใหม่ที่มีอนาคต
ทั้งนี้ ผู้จำหน่ายทุเรียนอ่อน ด้อยคุณภาพ อาจเป็นความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 271 เข้าข่ายการหลอกลวง มีโทษจำคุกไม่เกิน 3 ปี หรือปรับไม่เกิน 6,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
อีกทั้งเป็นความผิดตาม พ.ร.บ. คุ้มครองผู้บริโภคมีโทษจำคุกไม่เกิน 6 เดือน หรือปรับไม่เกิน 50,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ ซึ่งหากประชาชนได้รับความเดือดร้อนสามารถแจ้งความดำเนินคดีที่สถานีตำรวจทุกแห่ง