หย่าศึก! ศาลสั่ง ทอท.ห้ามขวางโครงการ “เซ็นทรัล วิลเลจ” ลั่นพรุ่งนี้พร้อมเปิดแน่นอน


ศาลปกครองมีคำสั่งให้ทอท.รื้อสิ่งกีดขวางทางเข้า-ออก ห้างดัง “เซ็นทรัล วิลเลจ” แล้ว และให้ยุติขัดขวางโครงการดังจนกว่าคำสั่งจะเปลี่ยนแปลง ด้าน “ซีพีเอ็น” พร้อมเปิดบริการ 31 สิงหาคมนี้

ศาลปกครองกลางมีคำสั่งให้ บมจ.ท่าอากาศยานไทย ดำเนินการรื้อถอนสิ่งกีดขวางใดๆ ออกไปจากเขตทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 370 บริเวณทางเข้า-ออกหน้าโครงการเซ็นทรัล วิลเลจฯ และยุติการดำเนินการใดๆ อันเป็นการขัดขวาง รบกวน หรือก่อให้เกิดอุปสรรคต่อการใช้ประโยชน์ในโครงการดังกล่าว

ศาลเห็นว่า แม้ทอท. จะอ้างว่าพื้นที่ดังกล่าวเป็นที่ราชพัสดุอยู่ในการดูแลของทอท.ตามข้อ 7ของระเบียบกระทรวงการคลัง และกรมการบินพาณิชย์ว่าด้วยการใช้ท่าอากาศยานแห่งประเทศไทย ใช้ประโยชน์ในที่ราชพัสดุที่อยู่ในความปกครองดูแล และใช้ประโยชน์ของกรมการบินพาณิชย์อันเกี่ยวกับสนามบินสุวรรณภูมิ พ.ศ.2545 แต่เรื่องสถานะความเป็นที่ราชพัสดุของที่ดินบริเวณพิพาท ยังเป็นที่โต้แย้งกันอยู่ แม้บริษัทเซ็นทรัล พัฒนากับพวกจะยื่นสำเนาหนังสือกรมธนารักษ์ ด่วนที่สุด ที่ กค 0305/15039 ลงวันที่ 28 สิงหาคม 2562 ระบุว่า กรมธนารักษ์ได้ตรวจสอบข้อมูลที่ราชพัสดุบริเวณดังกล่าวในเบื้องต้นแล้ว ปรากฏว่ากรมท่าอากาศยานหรือกรมการบินพลเรือนเดิม ได้จัดซื้อจากราษฎรด้วยเงินงบประมาณในช่วงปี 2511-2513 เพื่อใช้ในราชการของกรมท่าอากาศยานซึ่งอยู่ในความครอบครองของกรมท่าอากาศยาน และได้ขึ้นทะเบียนที่ราชพัสดุไว้จำนวน 26 ทะเบียน รวมเนื้อที่ประมาณ 184-13-26 ไร่ ปัจจุบันใช้ประโยชน์เป็นทางเข้าออกสนามบินสุวรรณภูมิทิศใต้เชื่อมต่อกับทางพิเศษบรูพาวิถี

ดังนั้น กรมท่าอากาศยานในฐานะผู้ครอบครองใช้ที่ราชพัสดุ และทอท. ซึ่งได้รับมอบหมายให้เป็นผู้ดูแลใช้ประโยชน์แทน จึงมีหน้าที่ในการปกครอง ดูแล และบำรุงรักษาแนวเขตที่ราชพัสดุร่วมกัน กรณีมีการรุกล้ำที่ราชพัสดุ หรือการกระทำที่ผิดกฎหมายจะต้องพิจารณาดำเนินการกับผู้กระทำผิด ให้เป็นไปตามกรอบที่อำนาจหน้าที่ที่กฎหมายกำหนดไว้ก็ตาม

แต่ความเป็นจริงที่ปรากฏ บริเวณดังกล่าวเป็นเขตทางซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของทางหลวงแผ่นดิน หมายเลข370 อยู่ในความดูแลของกรมทางหลวงแผ่นดิน โดยทอท.เคยมีหนังสือลงวันที่ 16 พ.ย.61 ขออนุญาตกรมทางหลวงฯเพื่อก่อสร้างท่อร้อยสายไฟฟ้าใต้ดินและบ่อพัก เมื่อพิจารณาข้อกำหนดและข้อตกลงดังกล่าว เห็นว่า ทอท.เป็นเพียงหน่วยงานที่ได้รับสิทธิ์ในการใช้ประโยชน์ในที่ราชพัสดุที่อยู่ในการครอบครอง ควบคุม ดูแลของกรมการบินพาณิชย์และมีหน้าที่ดูแล ระวังรักษาแนวเขตที่ราชพัสดุที่ได้รับมอบหมายไม่ให้บุคคลใดมารบกวนการครอบครอง หรือใช้สิทธิ์ครอบครองโดยปรปักษ์เท่านั้น ไม่ได้มีอำนาจอื่นเกี่ยวกับที่ราชพัสดุดังกล่าว อีกทั้งบริษัทเซ็นทรัลพัฒนาและพวกได้รับอนุญาตให้ทำทางเชื่อมและใช้ทางเชื่อมดังกล่าวเป็นทางเข้าออก และการใช้สาธารณูปโภคพื้นฐานก็ไม่ได้มีลักษณะเป็นการรบกวนการครอบครอง หรือใช้สิทธิ์ครอบครองโดยปรปักษ์ในที่ดินพิพาท จึงถือได้ว่า คำฟ้องของบริษัท เซ็นทรัล พัฒนามีมูล และการที่ทอท.ให้ถ้อยคำยืนยันว่า ทอท.มีอำนาจที่จะกระทำตามฟ้อง แสดงให้เห็นว่าทอท.จะกระทำซ้ำหรือทำการดังกล่าวต่อไป และปรากฏข้อเท็จจริงด้วยว่าการกระทำดังกล่าวของทอท.ทำให้บริษัทเซ็นทรัลพัฒนาและพวก ไม่สามารถประกอบกิจการได้ตามปกติ จึงเป็นกรณีที่บริษัทเซ็นทรัลพัฒนาและพวก จะได้รับความเดือดร้อนเสียหายต่อไป เนื่องจากการกระทำของทอท.

และแม้ทอท.จะอ้างว่าหากให้บริษัทเซ็นทรัลพัฒนาและพวก ใช้ทางเชื่อมดังกล่าว จะส่งผลกระทบต่อโครงการพัฒนาท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ ระยะที่ 2 เสียหายด้านการเงิน ด้านเศรษฐกิจของประเทศและด้านการให้บริการสาธารณะ รวมถึงศักยภาพการให้บริการของสนามบินสุวรรณภูมิ แต่ศาลเห็นว่าข้อกล่าวอ้างเป็นเพียงการคาดการณ์เท่านั้น และในขณะนี้การที่บริษัทเซ็นทรัลพัฒนาและพวก ใช้ที่ดินบริเวณพิพาทเป็นทางเข้าออกและใช้สาธารณูปโภคพื้นฐานเพื่อประกอบกิจการโครงการเซ็นทรัลวิลเลจ ลักซูรี่ เอ้าท์เล็ต ไม่ได้ก่อให้เกิดความเสียหายตามที่ทอท.อ้างแต่อย่างใด การที่ศาลจะกำหนดมาตรการคุ้มครองชั่วคราวก่อนมีคำพิพากษาจึงไม่เป็นการเสียหายหรืออุปสรรคต่อการบริหารงานของทอท. จึงมีคำสั่งให้ทอท.รื้อถอนสิ่งกีดขวางใดออกจากเขตทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 370 บริเวณทางเข้าออก หน้าโครงการโครงการเซ็นทรัล วิลเลจ ลักซูรี่ เอ้าท์เล็ต และยุติการดำเนินการใดๆที่เป็นการขัดขวาง รบกวนก่อให้เกิดอุปสรรคต่อการใช้ประโยชน์ใดๆของบริษัทเซ็นทรัลพัฒนากับพวก และการดำเนินการของหน่วยงานสาธารณูปโภคที่เกี่ยวกับโครงการดังกล่าวจนกว่าศาลจะมีคำพิพากษาหรือคำสั่งเป็นอย่างอื่น

ด้าน นายปรีชา เอกคุณานุกูล กรรมการผู้จัดการใหญ่และประธานเจ้าหน้าที่บริหาร CPN กล่าวว่า ตนยืนยันอีกครั้งว่า ศูนย์การค้า “เซ็นทรัลวิลเลจ” นั้นได้ขออนุญาตในการก่อสร้างและการใช้พื้นที่อย่างถูกต้องทุกประการ

ขณะเดียวกันในวันนี้ ศาลปกครองได้มีคำวินิจฉัยคุ้มครองชั่วคราว ให้สามารถเปิดทางเชื่อมระหว่างศูนย์การค้ากับถนนทางหลวงหมายเลข 370 ได้แล้ว ส่วนการขออนุญาตการใช้ทางเชื่อมถนนอย่างถูกต้องอีกครั้งนั้นจะต้องรอหลังการประชุมของ 4 หน่วยงานที่รับผิดชอบ ซึ่งคาดว่าในสัปดาห์หน้าจะสรุปผลได้

ทั้งนี้ การเปิด“เซ็นทรัลวิลเลจ”ในวันที่ 31 สิงหาคม 2562 จะร้านค้าให้บริการประมาณ 70 ราย จากทั้งหมด 150 ราย ก่อนที่จะเปิดให้บริการอย่างเต็มรูปแบบในอีก 1-2 เดือนต่อจากนี้ โดยหากโครงการนี้ก่อสร้างแล้วเสร็จ คาดว่าจะมีเงินสะพัดถึง 30,000 ล้านบาทต่อปี