สสว. ประกาศผลรางวัลสุดยอด SME แห่งชาติ เดินหน้าพัฒนา SME ไทย สู่สากล


สำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (สสว.) ประกาศผลรางวัลสุดยอด SME แห่งชาติ ครั้งที่ 11 และ รางวัล SME Start up ครั้งที่ 3 มั่นใจศักยภาพผู้ได้รับรางวัล เดินหน้าพัฒนาผู้ประกอบการ SME ไทย สู่สากล

นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม ได้ให้เกียรติเป็นประธานในพิธีประกาศผลและมอบรางวัลสุดยอด SME แห่งชาติ ครั้งที่ 11 และรางวัล SME Start up ครั้งที่ 3 รวมทั้งสิ้น 128 รางวัล เมื่อวันที่ 21 สิงหาคม ที่ผ่านมา โดยมีนายสุวรรณชัย โลหะวัฒนกุล ผู้อำนวยการสำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (สสว) และดร.พาณิช เหล่าศิริรัตน์ ผู้อำนวยการสถาบันเพิ่มผลผลิตแห่งชาติ พร้อมด้วยผู้แทนหน่วยงานภาครัฐและเอกชน ผู้ประกอบการ ร่วมแสดงความยินดีกับผู้ได้รับรางวัลในพิธีมอบรางวัล ณ ศูนย์แสดงสินค้าและการประชุมอิมแพ็ค เมืองทองธานี

 

 

หนึ่งในผู้ได้รับรางวัล ได้แก่ นายกวีศิลป์ ศิริมณีธรรม กรรมการผู้จัดการ บริษัท จี.พี.อะไหล่ จำกัด โดย ถือเป็นธุรกิจค้าปลีกค้าส่งอะไหล่รถยนต์รายแรกที่ได้รางวัลนี้ โดยนายกวีศิลป์ กล่าวว่า “บริษัทฯ ได้เปิดให้บริการมา 38 ปี โดยได้รับความไว้วางใจจากลูกค้าร้านอะไหล่ อู่และศูนย์บริการรถยนต์ บริษัทประกัน กลุ่มฟลีท รวมถึงเจ้าของรถยนต์ทั่วไป หลายพันรายทั่วประเทศ

 

 

ซึ่งที่ผ่านมา บริษัทไม่เคยหยุดนิ่งในการพัฒนาปรับปรุงองค์กร เพราะเป้าหมายของเราคือ การเป็นศูนย์จำหน่ายอะไหล่รถยนต์ชั้นนำครบวงจรที่เติบโตอย่างยั่งยืน โดยมุ่งมั่นทำให้ได้ตามข้อกำหนดของลูกค้าและข้อกำหนดต่างๆ ที่องค์กรประยุกต์ใช้ เพื่อตอบสนองความต้องการและสร้างความพึงพอใจสูงสุดแก่ลูกค้า และพัฒนาปรับปรุงระบบบริหารคุณภาพอย่างต่อเนื่อง จนทำให้ยอดขายเติบโตต่อเนื่องที่อัตราเฉลี่ยมากกว่า 20% ใน 7 ปีล่าสุด และมีอัตราเติบโต 38% ในปี 2561”

 

 

ทั้งนี้ จากข้อมูลของฝ่ายวิจัยธนาคารกรุงศรีอยุธยา ที่เผยแพร่บทวิเคราะห์แนวโน้ม อุตสาหกรรมชิ้นส่วนยานยนต์ในปี 2561-2563 คาดจะเติบโตเฉลี่ย 8-12% ต่อปี จากในปี 2560 ที่ขยายตัวต่อเนื่อง โดย ตลาดในประเทศเติบโตทั้งความต้องการ ชิ้นส่วนเพื่อใช้ในการประกอบยานยนต์ (OEM) และความต้องการชิ้นส่วนเพื่อ การทดแทน (REM) ตามปริมาณการผลิต ที่เติบโต และจำนวนยานยนต์สะสม ที่เพิ่มขึ้น

ขณะที่การส่งออกชิ้นส่วนฯ คาดว่า จะเติบโตต่อเนื่อง จากการย้ายฐานเข้ามาลงทุนในไทยเพิ่มขึ้นของผู้ผลิตชิ้นส่วนฯ ต่างชาติ โดยเฉพาะญี่ปุ่นซึ่งมีความพร้อมด้านเงินทุน เทคโนโลยี และเป็นโครงข่ายเชื่อมโยงกับฐานการผลิตยานยนต์ทั่วโลก อย่างไรก็ตามผู้ประกอบการสัญชาติไทย ที่มีกว่า 1,100 ราย ซึ่งส่วนใหญ่เป็นผู้ผลิตชิ้นส่วนฯ Tier 2-Tier 3 อาจมีความเสี่ยง จากการที่ผู้ผลิตต่างชาติ โดยเฉพาะ SME ญี่ปุ่นเข้ามาตั้งฐานการผลิตในไทยและแข่งขันในตลาด REM มากขึ้นผู้ประกอบการจะมีโอกาสทำกำไรได้ต่อเนื่อง ขณะที่ผู้จำหน่ายชิ้นส่วนและอุปกรณ์เสริมของยานยนต์ จะได้ประโยชน์จากปริมาณยานยนต์ จดทะเบียนสะสมที่เพิ่มขึ้น ทำให้สามารถรักษาผลประกอบการใกล้เคียงปีก่อน

 

 

นายกวีศิลป์ กล่าวเสริมว่า “ภูมิทัศน์ทางธุรกิจเปลี่ยนเร็วมากไม่เว้นแม้กระทั่งธุรกิจแบบดั้งเดิมอย่างธุรกิจอะไหล่รถยนต์ การปรับตัวเพื่อรองรับการเปลี่ยนแปลงไม่ใช่ทางเลือก แต่เป็นทางที่เลี่ยงไม่ได้ เราตัดสินใจนำระบบ ISO เข้ามาเพื่อสร้างมาตรฐานการทำงานให้เป็นระบบ มีคุณภาพในทุกกระบวนการ ตรวจสอบย้อนหลังได้ทุกขั้นตอน โดยเราเจาะจงเลือก SGS เป็น Certification Body เพราะมีความชำนาญในธุรกิจชิ้นส่วนยานยนต์ และขึ้นชื่อเรื่องมาตรฐานการตรวจที่เข้มข้น”

นายกวีศิลป์ กล่าวเพิ่มเติมว่า “นอกจากเราจะมุ่งเน้นด้านลูกค้าเป็นหลักแล้ว จี.พี.อะไหล่ ยังต่อยอดด้วยการนำเกณฑ์รางวัลคุณภาพแห่งชาติที่องค์กรชั้นนำต่างให้การยอมรับว่าเป็นหนึ่งในโมเดลการบริหารธุรกิจที่ดีที่สุดของโลกมาเป็นแนวทางหลักขององค์กร เชื่อว่าเป็นปัจจัยสำคัญที่ผลักดันให้สามารถคว้ารางวัลสุดยอดเอสเอ็มอีแห่งชาติมาครองได้